blog image

    ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออก คืออะไร? ขั้นตอนและเอกสารที่ผู้นำเข้า–ส่งออกควรรู้

    22 กรกฎาคม 2569

    Key Takeaways

    • ใบขนสินค้า หรือ Customs Declaration เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้สำแดงรายละเอียดสินค้าต่อกรมศุลกากรในการนำเข้าและส่งออก
    • ปัจจุบันการยื่นใบขนสินค้าส่วนใหญ่ดำเนินการด้วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบศุลกากร
    • ข้อมูลสำคัญ เช่น HS Code, Quantity, Weight, Customs Value, Country of Origin และ Permit ต้องตรวจให้ถูกต้องก่อนส่งข้อมูล
    • Commercial Invoice, Packing List และ Transport Document เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการจัดทำใบขน
    • ใบขนสินค้าไม่ใช่ Bill of Lading หรือ Air Waybill เพราะเอกสารแต่ละประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน

    ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศหรือส่งสินค้าออกจากประเทศไทย ผู้ประกอบการต้องดำเนินพิธีการศุลกากรเพื่อสำแดงข้อมูลของสินค้าให้ถูกต้อง หนึ่งในส่วนสำคัญของกระบวนการนี้คือ ใบขนสินค้า

    แม้คำว่า “ใบขนสินค้า” อาจฟังเหมือนเป็นเอกสารกระดาษหนึ่งใบ แต่ในปัจจุบันกระบวนการศุลกากรของไทยใช้การส่งข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก เมื่อข้อมูลได้รับการตรวจสอบและตอบรับจากระบบแล้ว จะมีเลขที่ใบขนสินค้าเพื่อใช้ดำเนินขั้นตอนต่อไป

    ผู้ประกอบการจึงควรเข้าใจว่าข้อมูลใดต้องเตรียม ใครเป็นผู้ยื่น และข้อมูลผิดพลาดส่วนใดสามารถทำให้ Customs Clearance ล่าช้าได้

    ใบขนสินค้า คืออะไร?

    ใบขนสินค้า หรือ Customs Declaration คือข้อมูลที่ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือตัวแทนที่ได้รับมอบหมายใช้สำแดงรายละเอียดสินค้าให้กรมศุลกากรทราบ เพื่อดำเนินพิธีการนำเข้าหรือส่งออก

    ข้อมูลในใบขนสินค้าสามารถเกี่ยวข้องกับ

    • ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก
    • ผู้ขายและผู้ซื้อ
    • ประเภทสินค้า
    • HS Code
    • ปริมาณสินค้า
    • จำนวน Package
    • น้ำหนัก
    • ราคาสินค้า
    • Customs Value
    • Country of Origin
    • ประเทศต้นทางและปลายทาง
    • Transport Document
    • สิทธิพิเศษทางภาษี
    • Permit หรือ License
    • ภาษีและอากรที่เกี่ยวข้อง

    ข้อมูลเหล่านี้ต้องสัมพันธ์กับสินค้าและเอกสาร Commercial ของ Shipment เพราะกรมศุลกากรใช้ข้อมูลดังกล่าวในการตรวจสอบ Classification, Valuation, Tax และข้อกำหนดของสินค้า

    ใบขนสินค้าขาเข้าคืออะไร?

    ใบขนสินค้าขาเข้าใช้สำหรับสำแดงของที่นำเข้ามาในประเทศไทยต่อกรมศุลกากร

    สำหรับสินค้านำเข้าทั่วไป ผู้นำเข้าหรือตัวแทนจะจัดทำข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าตามรูปแบบที่กรมศุลกากรกำหนด แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

    เมื่อระบบตรวจสอบข้อมูลแล้ว หากข้อมูลผ่านเงื่อนไข ระบบจะออกเลขที่ใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อดำเนินขั้นตอน เช่น

    • ชำระอากรและภาษี
    • ตรวจสอบ Permit
    • ตรวจปล่อยสินค้า
    • รับสินค้าออกจากอารักขาศุลกากร

    หากสินค้าถูกควบคุมโดยหน่วยงานอื่น เช่น อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า พืช สัตว์ หรือสินค้าประเภทอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะ จะต้องเตรียมใบอนุญาตหรือข้อมูลเพิ่มเติมก่อน Customs Clearance ด้วย

    ใบขนสินค้าขาออกคืออะไร?

    ใบขนสินค้าขาออกใช้สำหรับสำแดงสินค้าที่จะส่งออกจากประเทศไทย

    ผู้ส่งออกหรือตัวแทนจะส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออกเข้าสู่ระบบศุลกากร เมื่อข้อมูลถูกต้องครบถ้วน ระบบจะออกเลขที่ใบขนสินค้าขาออกเพื่อใช้ในการดำเนินพิธีการและขนย้ายสินค้าไปยังจุดส่งออก

    ข้อมูลที่ใช้ต้องสัมพันธ์กับ Shipment จริง เช่น

    • Exporter
    • Consignee
    • Invoice
    • Description of Goods
    • HS Code
    • Quantity
    • Package
    • Weight
    • Value
    • Country of Destination
    • Transport Information
    • Permit ตามกรณี

    สำหรับสินค้าควบคุมการส่งออก ต้องดำเนินการเรื่องใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พร้อมก่อนการส่งออก

    ใบขนสินค้ากับ Bill of Lading ต่างกันอย่างไร?

    เป็นเอกสารคนละประเภทและมีหน้าที่ต่างกัน

    ใบขนสินค้า

    ใช้สำหรับสำแดงข้อมูลต่อกรมศุลกากรเพื่อดำเนินพิธีการนำเข้า–ส่งออก

    Bill of Lading หรือ B/L

    เป็น Transport Document ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางเรือ ใช้แสดงรายละเอียดการรับสินค้าเพื่อขนส่งและข้อมูลของ Shipment ตามเงื่อนไขของการขนส่ง

    ดังนั้น Bill of Lading สามารถเป็นหนึ่งในข้อมูลหรือเอกสารประกอบการทำใบขนสินค้าขาเข้า แต่ไม่ใช่ใบขนสินค้า

    Air Waybill กับใบขนสินค้าเหมือนกันหรือไม่?

    ไม่เหมือนกัน

    Air Waybill หรือ AWB เป็นเอกสารการขนส่งทางอากาศ ส่วนใบขนสินค้าเป็น Customs Declaration

    ตัวอย่าง Air Shipment หนึ่งรายการอาจมีทั้ง

    • Commercial Invoice
    • Packing List
    • Air Waybill
    • ใบขนสินค้าขาออกที่ประเทศไทย
    • ใบขนสินค้าขาเข้าหรือ Customs Declaration ที่ประเทศปลายทาง

    เอกสารเหล่านี้เชื่อมโยงกัน แต่แต่ละฉบับมีหน้าที่แตกต่างกัน

    Internal Link แนะนำ: Air Cargo คืออะไร? ขนส่งสินค้าทางอากาศ เหมาะกับสินค้าแบบไหน

    เอกสารที่ใช้ประกอบใบขนสินค้าขาเข้ามีอะไรบ้าง?

    เอกสารจริงขึ้นอยู่กับสินค้าและ Shipment แต่ข้อมูลที่พบได้บ่อย ได้แก่

    • Commercial Invoice
    • Packing List
    • Bill of Lading หรือ Air Waybill
    • Insurance Document ตามกรณี
    • Certificate of Origin หากต้องการใช้สิทธิพิเศษทางภาษี
    • Import Permit สำหรับสินค้าควบคุม
    • Product Specification
    • Ingredient หรือข้อมูลส่วนประกอบตามประเภทสินค้า
    • เอกสารอื่นที่หน่วยงานหรือศุลกากรร้องขอ

    การมี Invoice และ Packing List เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเอกสารสำหรับสินค้าทุกประเภทจะครบ เพราะสินค้าควบคุมอาจมี Requirement เพิ่มเติม

    เอกสารที่ใช้ประกอบใบขนสินค้าขาออกมีอะไรบ้าง?

    สำหรับการส่งออก เอกสารพื้นฐานที่ผู้ประกอบการควรเตรียม เช่น

    • Commercial Invoice
    • Packing List
    • รายละเอียดสินค้า
    • HS Code
    • Transport Information
    • Export Permit หากเป็นสินค้าควบคุม
    • Certificate หรือเอกสารเฉพาะสินค้าตามกรณี
    • Certificate of Origin หาก Buyer หรือสิทธิทางการค้ากำหนด

    หาก Shipment ใช้ Letter of Credit ต้องตรวจ Requirement ของ L/C เพิ่มเติม เพราะข้อมูลใน Shipping Documents อาจต้องจัดทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างละเอียด

    Internal Link แนะนำ: Letter of Credit (L/C) คืออะไร? รู้จักประเภทและประโยชน์ในการนำเข้า–ส่งออกสินค้า

    HS Code สำคัญกับใบขนสินค้าอย่างไร?

    HS Code เป็นข้อมูลสำคัญในการจำแนกสินค้าในกระบวนการศุลกากร

    สำหรับการนำเข้า HS Code สามารถมีผลต่อ

    • Import Duty
    • มาตรการนำเข้า
    • Permit
    • สิทธิ FTA
    • Tax
    • Statistical Code

    การเลือก HS Code จึงไม่ควรพิจารณาจากชื่อสินค้าคร่าว ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูรายละเอียด เช่น

    • วัสดุ
    • ส่วนประกอบ
    • หน้าที่
    • วิธีใช้งาน
    • Specification
    • ลักษณะสินค้า

    หากใช้ HS Code ไม่ถูกต้อง อาจทำให้คำนวณอากรผิดหรือใช้ Permit ไม่ตรงกับสินค้าจริง

    Internal Link แนะนำ: HS CODE สำคัญอย่างไร

    Customs Value สำคัญกับใบขนสินค้าขาเข้าอย่างไร?

    ในการนำเข้า ต้องมีข้อมูลมูลค่าที่ใช้สำหรับการประเมินอากรและภาษีตามหลักเกณฑ์ศุลกากร

    จึงไม่ควรคิดว่า “ราคาที่จ่ายให้ Supplier” จะเป็นตัวเลขสุดท้ายที่ใช้คำนวณภาษีในทุกกรณี

    ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น

    • ราคาสินค้า
    • Freight
    • Insurance
    • Currency
    • Incoterms
    • ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมารวมตามหลักเกณฑ์

    ดังนั้นก่อนจัดทำใบขนสินค้าขาเข้า ควรตรวจ Customs Value ให้ถูกต้องควบคู่กับ HS Code

    Internal Link แนะนำ: ราคาศุลกากร (CIF) คืออะไร? พร้อม 4 ขั้นตอนคำนวณภาษีนำเข้าสินค้า

    Certificate of Origin เกี่ยวข้องกับใบขนสินค้าอย่างไร?

    Certificate of Origin หรือหลักฐานถิ่นกำเนิดสินค้าอาจใช้ประกอบการขอสิทธิพิเศษทางภาษี หากสินค้าเข้าเงื่อนไขของ FTA ที่เกี่ยวข้อง

    สิ่งที่ต้องตรวจร่วมกัน ได้แก่

    • HS Code
    • Country of Origin
    • Rules of Origin
    • FTA
    • Proof of Origin
    • อัตราอากรภายใต้ความตกลง

    หากต้องการใช้สิทธิภาษีพิเศษ ข้อมูลในหลักฐานถิ่นกำเนิดต้องสัมพันธ์กับ Shipment และข้อมูลที่สำแดงต่อศุลกากร

    Internal Link แนะนำ: Certificate of Origin คืออะไร? รู้จักประเภท C/O และเอกสารที่ต้องใช้

    ขั้นตอนทำใบขนสินค้าขาเข้าเป็นอย่างไร?

    กระบวนการในภาพรวมสำหรับ Commercial Shipment สามารถแบ่งได้ดังนี้

    1. เตรียมข้อมูลสินค้าและเอกสาร

    ตรวจ Invoice, Packing List, Transport Document, HS Code, Country of Origin และ Permit

    2. คำนวณข้อมูลที่ใช้ในการนำเข้า

    ตรวจ Customs Value, Duty Rate, Tax และสิทธิ FTA ตามกรณี

    3. จัดทำและส่งข้อมูลใบขนสินค้า

    ผู้นำเข้าหรือตัวแทนส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าทางอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานของกรมศุลกากร

    4. ระบบตรวจสอบข้อมูล

    หากข้อมูลถูกต้อง ระบบจะตอบกลับเลขที่ใบขนสินค้าและดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

    5. ชำระอากรและภาษี

    ผู้นำเข้าดำเนินการชำระ Duty, VAT หรือภาษีอื่นตามประเภทสินค้า

    6. ตรวจปล่อยสินค้า

    Shipment อาจผ่านกระบวนการตรวจสอบตามระบบบริหารความเสี่ยงของศุลกากร

    7. รับสินค้าออกจากพื้นที่ศุลกากร

    เมื่อดำเนินพิธีการและเงื่อนไขทั้งหมดเรียบร้อยแล้วจึงสามารถนำสินค้าออกไป Delivery ต่อได้

    กระบวนการจริงอาจแตกต่างกันตาม Mode of Transport, Customs House และประเภทสินค้า

    ขั้นตอนทำใบขนสินค้าขาออกเป็นอย่างไร?

    การส่งออกมี Flow หลัก เช่น

    1. เตรียมเอกสารและตรวจสินค้า

    ตรวจ Commercial Invoice, Packing List, HS Code และ Permit ตามกรณี

    2. ส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออก

    Exporter หรือตัวแทนส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังระบบศุลกากร

    3. รับเลขที่ใบขนสินค้า

    เมื่อข้อมูลผ่านการตรวจสอบ ระบบจะออกเลขที่ใบขนสินค้าขาออก

    4. ดำเนินการเรื่องการขนย้ายสินค้า

    เตรียมข้อมูลการขนย้ายสินค้าไปยัง Port, Airport หรือ Border ตาม Mode of Transport

    5. Customs Inspection ตามกรณี

    หาก Shipment ถูกกำหนดให้ตรวจสินค้า ต้องดำเนินการตามขั้นตอนก่อนส่งออก

    6. โหลดสินค้าและส่งออก

    หลังผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง สินค้าจึงสามารถนำขึ้นเรือ เครื่องบิน รถ หรือขนส่งผ่านด่านออกนอกราชอาณาจักร

    ใครสามารถยื่นใบขนสินค้าได้บ้าง?

    โดยทั่วไปสามารถดำเนินการโดย

    • ผู้นำเข้า
    • ผู้ส่งออก
    • Customs Broker
    • ตัวแทนที่ได้รับมอบหมายและดำเนินการตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

    ผู้ประกอบการที่ต้องดำเนินพิธีการศุลกากรต้องมีสถานะและข้อมูลการลงทะเบียนที่พร้อมกับกรมศุลกากรตามกระบวนการที่กำหนด

    ธุรกิจที่ไม่ได้ดำเนินการเองสามารถมอบหมาย Customs Broker หรือผู้ให้บริการ Logistics ช่วยจัดทำและส่งข้อมูลได้

    Internal Link แนะนำ: ระบบ Paperless ศุลกากร คืออะไร? ขั้นตอนลงทะเบียนผู้นำเข้า–ส่งออกฉบับเข้าใจง่าย

    e-Customs เกี่ยวข้องกับใบขนสินค้าอย่างไร?

    ปัจจุบันข้อมูลใบขนสินค้าถูกส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก

    ช่วยลดขั้นตอนที่ต้องใช้เอกสารกระดาษในหลายส่วน และทำให้ข้อมูลจากผู้ประกอบการ ตัวแทน และระบบศุลกากรสามารถเชื่อมต่อกันได้

    แต่คำว่า Paperless ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องมีเอกสารต้นทางเลย

    ผู้ประกอบการยังต้องมีข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น

    • Invoice
    • Packing List
    • Transport Document
    • Permit
    • Certificate
    • Product Information

    เพื่อนำมาใช้จัดทำและตรวจสอบข้อมูล Customs Declaration

    ข้อมูลใน Invoice กับใบขนสินค้าต้องตรงกันหรือไม่?

    ข้อมูลสำคัญควรสัมพันธ์กัน

    ตัวอย่างเช่น

    • Seller / Buyer
    • Description of Goods
    • Quantity
    • Unit
    • Value
    • Currency
    • Country of Origin
    • Incoterms
    • Package

    ไม่ได้หมายความว่าข้อความทุกช่องต้องเหมือนกันแบบตัวอักษรต่อตัวอักษร เพราะ Customs Declaration มีรูปแบบข้อมูลเฉพาะ แต่รายละเอียดต้องไม่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงของ Shipment

    Packing List สำคัญกับใบขนสินค้าอย่างไร?

    Packing List ใช้แสดงข้อมูลด้านการบรรจุ เช่น

    • จำนวน Package
    • ประเภท Package
    • Quantity
    • Gross Weight
    • Net Weight
    • Dimension
    • Shipping Marks ตามกรณี

    ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ Customs Broker สามารถตรวจรายละเอียด Shipment และจัดทำข้อมูลใบขนได้ถูกต้องมากขึ้น

    หากของจริงมี 20 Cartons แต่ Packing List ระบุ 18 Cartons ควรแก้ไขก่อนดำเนินพิธีการ

    Internal Link แนะนำ: Shipping Marks คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการขนส่งระหว่างประเทศ

    ข้อมูลผิดในใบขนสินค้าเกิดปัญหาอะไรได้บ้าง?

    ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องสามารถสร้างผลกระทบตั้งแต่ Delay ไปจนถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของความผิดพลาด

    ตัวอย่างเช่น

    • HS Code ไม่ถูกต้อง
    • Quantity ไม่ตรง
    • Weight ไม่ตรง
    • Value ไม่ถูกต้อง
    • Country of Origin ผิด
    • Permit ไม่ตรง
    • Description of Goods กว้างเกินไป
    • Transport Document Reference ผิด
    • ใช้สิทธิ FTA ไม่ตรงเงื่อนไข

    ปัญหาอาจทำให้ต้อง

    • แก้ไขข้อมูล
    • ส่งเอกสารเพิ่มเติม
    • ตรวจสินค้า
    • ประเมินอากรใหม่
    • รอ Clearance นานขึ้น
    • มี Storage Charge เพิ่ม

    จึงควรตรวจข้อมูลก่อนส่งใบขนมากกว่ารอแก้หลัง Customs Process เริ่มแล้ว

    ใบขนสินค้าสามารถแก้ไขได้หรือไม่?

    สามารถมีขั้นตอนสำหรับการขอแก้ไขข้อมูลได้ตามกรณี แต่ความง่ายหรือเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับว่า

    • ข้อมูลใดผิด
    • อยู่ในขั้นตอนใดของพิธีการ
    • สินค้าถูกตรวจปล่อยแล้วหรือยัง
    • มีผลต่อภาษีหรือไม่
    • เกี่ยวข้องกับ Permit หรือไม่

    ดังนั้นการแก้ไขหลังยื่นไม่ควรถูกมองว่าเป็นขั้นตอนปกติ

    วิธีที่ดีที่สุดคือ Review ข้อมูลจาก Invoice, Packing List และ Transport Document ก่อนส่งข้อมูล Final

    ใบขนสินค้าเกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าอย่างไร?

    ข้อมูลในใบขนสินค้าขาเข้าเป็นส่วนสำคัญในการคำนวณและสำแดงอากรและภาษี

    ปัจจัยสำคัญ เช่น

    • HS Code
    • Customs Value
    • Country of Origin
    • Duty Rate
    • FTA
    • Excise Tax ตามประเภทสินค้า
    • VAT

    ดังนั้นการคำนวณภาษีนำเข้าไม่ได้เริ่มจาก “ราคา Freight” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจ Classification และ Customs Value ให้ถูกต้องก่อน

    ใบขนสินค้าจำเป็นกับ Air, Sea และ Road หรือไม่?

    หลักการพิธีการศุลกากรใช้กับการนำเข้า–ส่งออกผ่านหลาย Mode of Transport เช่น

    • Air Freight
    • Sea Freight
    • Road / Cross Border

    แต่รายละเอียดด้าน Manifest, Transport Document, จุดตรวจปล่อย และขั้นตอนการขนย้ายจะแตกต่างกันตาม Mode และด่านศุลกากร

    จึงไม่ควรนำขั้นตอน Air Cargo ไปใช้กับ Sea Freight ทุกขั้นตอนโดยตรง

    Commercial Invoice กับใบขนสินค้า ใครเป็นคนทำ?

    Commercial Invoice โดยทั่วไปออกโดย Seller หรือ Exporter เพื่อแสดงข้อมูลการซื้อขาย

    ส่วนใบขนสินค้าเป็นข้อมูลที่จัดทำเพื่อสำแดงต่อศุลกากร โดยผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือ Customs Broker สามารถเป็นผู้ดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

    ดังนั้นสองเอกสารนี้ไม่ใช่เอกสารเดียวกัน แต่ Invoice เป็นข้อมูลต้นทางสำคัญที่นำมาใช้จัดทำ Customs Declaration

    ก่อนทำใบขนสินค้าควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

    เพื่อให้ Customs Broker หรือผู้ให้บริการตรวจข้อมูลได้รวดเร็ว ควรเตรียมอย่างน้อย

    • Commercial Invoice
    • Packing List
    • Product Description
    • รูปสินค้า
    • HS Code หากตรวจสอบแล้ว
    • Material / Ingredient ตามสินค้า
    • Product Specification
    • Country of Origin
    • Quantity
    • Unit
    • Gross Weight
    • Net Weight
    • Number of Packages
    • Incoterms
    • Transport Document
    • Permit / License
    • Certificate of Origin หากใช้สิทธิ FTA

    ยิ่ง Product Description ชัดเจน การตรวจ HS Code และ Requirement ก็ยิ่งทำได้ง่ายกว่าการแจ้งเพียงชื่อสินค้าแบบกว้าง ๆ

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบขนสินค้า (FAQ)

    ใบขนสินค้ากับ Bill of Lading คือเอกสารเดียวกันหรือไม่?

    ไม่ใช่ ใบขนสินค้าเป็น Customs Declaration สำหรับสำแดงข้อมูลต่อศุลกากร ส่วน Bill of Lading เป็นเอกสารการขนส่งทางเรือ

    ผู้นำเข้าต้องทำใบขนสินค้าเองหรือไม่?

    ไม่จำเป็นต้องดำเนินการเองทุกกรณี สามารถมอบหมาย Customs Broker หรือตัวแทนที่เกี่ยวข้องดำเนินพิธีการแทนได้ตามเงื่อนไข

    Invoice อย่างเดียวเพียงพอสำหรับทำใบขนสินค้าหรือไม่?

    ไม่เสมอ ต้องมีข้อมูลอื่นตาม Shipment เช่น Packing List, Transport Document, Permit, C/O หรือ Product Specification ตามประเภทสินค้า

    ใบขนสินค้าทำเป็นกระดาษหรือออนไลน์?

    ปัจจุบันกระบวนการทั่วไปใช้การส่งข้อมูลใบขนสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบของกรมศุลกากรเป็นหลัก

    HS Code ผิดมีผลต่อใบขนสินค้าหรือไม่?

    มี เพราะ HS Code เชื่อมโยงกับอัตราอากร มาตรการนำเข้า–ส่งออก และ Permit หากจำแนกผิดอาจต้องแก้ข้อมูลและประเมินภาษีหรือข้อกำหนดใหม่

    บริการจัดทำเอกสารและพิธีการศุลกากรกับ CPL INTER

    CPL INTER ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางรถ พร้อมบริการ Shipping Documents และพิธีการศุลกากรขาเข้า–ขาออกตาม Service Scope ของ Shipment

    ก่อนนำเข้า–ส่งออก ผู้ประกอบการสามารถเตรียมชื่อสินค้า รูปภาพ Commercial Invoice, Packing List, ขนาด น้ำหนัก มูลค่า Country of Origin และเอกสาร Permit ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทีม CPL INTER ช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนดำเนินพิธีการและขนส่งสินค้า

    โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426 LINE: @cplinter

    เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015

    บทความอื่น ๆ