นำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย ต้องรู้อะไรบ้าง? ขั้นตอน ภาษี และวิธีเลือกชิปปิ้งจีน
3 พฤศจิกายน 2569
นำเข้าสินค้าจากจีนมาขายต้องเตรียมอะไร? รู้ขั้นตอน เลือกขนส่งทางเรือ ทางรถ หรือทางอากาศ คำนวณภาษีนำเข้า ใช้ Form E ลดอากร และวิธีเลือกชิปปิ้งจีนที่ถูกกฎหมาย
Key Takeaways
- การนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายให้ถูกกฎหมาย ต้องมีผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนกับกรมศุลกากร มีเอกสารนำเข้าครบ และชำระอากรกับ VAT ตาม HS Code ของสินค้า
- ต้นทุนจริงไม่ใช่แค่ราคาจากโรงงาน ต้องรวม Freight, Insurance, อากรขาเข้า, VAT 7%, ค่าพิธีการ และค่าขนส่งในประเทศ
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 สินค้านำเข้าทุกมูลค่า รวมถึงสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท ต้องเสียอากรและ VAT ตั้งแต่บาทแรก
- Form E ภายใต้ความตกลง ACFTA สามารถช่วยลดอากรขาเข้าได้ หากสินค้าผ่านเกณฑ์แหล่งกำเนิดและเอกสารถูกต้อง
- สินค้าบางประเภท เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร เครื่องสำอาง และอุปกรณ์ไร้สาย ต้องตรวจใบอนุญาต มอก. อย. หรือ กสทช. ก่อนสั่งซื้อล็อตใหญ่
ทำไมร้านค้าปลีกและค้าส่งจำนวนมากถึงเลือกนำเข้าสินค้าจากจีน? คำตอบคือจีนมีสินค้าหลากหลาย ต้นทุนต่ำ และสั่งได้ตั้งแต่ล็อตเล็กจนถึงเต็มตู้ แต่หลายธุรกิจพบว่า
ราคาที่คุยกับโรงงานไว้ ไม่ใช่ต้นทุนจริงเมื่อสินค้ามาถึงร้าน
เพราะยังมีค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า ค่าพิธีการ และความเสี่ยงที่สินค้าจะค้างอยู่ที่ด่านศุลกากร บทความนี้จะพาไปรู้จักทุกขั้นตอนของการนำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย ตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ จนถึงสินค้าเข้าคลัง
นำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย ต้องเริ่มจากอะไร?
ควรเริ่มจากการตรวจสินค้า ไม่ใช่เริ่มจากการหาราคาขนส่ง ก่อนสั่งซื้อควรรู้ว่า
- สินค้าคืออะไร
- ทำจากวัสดุอะไร
- ใช้งานอย่างไร
- HS Code คืออะไร
- ต้องมีใบอนุญาตหรือมาตรฐานใดหรือไม่
- อัตราอากรเท่าไร
ข้อมูลเหล่านี้กำหนดทั้งต้นทุนและความเป็นไปได้ในการนำเข้า หากสินค้าเป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องมีใบอนุญาต แต่สั่งซื้อไปก่อน อาจทำให้สินค้านำเข้าไม่ได้หรือค้างที่ด่าน
Internal Link แนะนำ: สินค้าต้องห้ามและสินค้าควบคุมในการนำเข้า–ส่งออก ที่ควรรู้
ใครสามารถนำเข้าสินค้าจากจีนได้บ้าง?
ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาสามารถเป็นผู้นำเข้าได้ แต่ผู้นำเข้าต้องลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า–ส่งออกกับกรมศุลกากรผ่านระบบ Paperless ก่อน หรือใช้บริการ Freight Forwarder / ชิปปิ้งที่ดำเนินพิธีการศุลกากรให้ สำหรับธุรกิจที่จด VAT ควรนำเข้าในนามบริษัทตัวเอง เพื่อให้ได้เอกสารที่ใช้เป็นต้นทุนทางบัญชีและเครดิตภาษีซื้อได้
Internal Link แนะนำ: ระบบ Paperless ศุลกากรคืออะไร? ขั้นตอนลงทะเบียนผู้นำเข้า–ส่งออกแบบเข้าใจง่าย
ชิปปิ้งจีนคืออะไร?
ชิปปิ้งจีนคือผู้ให้บริการที่ดูแลการขนส่งสินค้าจากจีนมาไทย บริการอาจครอบคลุม
- รับสินค้าจากโรงงานหรือโกดังในจีน
- รวมสินค้าหลายร้านค้า
- ขนส่งทางเรือ ทางรถ หรือทางอากาศ
- จัดทำเอกสารนำเข้า
- ดำเนินพิธีการศุลกากร
- ส่งสินค้าถึงคลังปลายทาง
แต่ขอบเขตบริการของแต่ละรายแตกต่างกัน จึงต้องถามให้ชัดว่าราคาที่เสนอรวมอะไรบ้าง
Internal Link แนะนำ: Freight Forwarder กับ Shipping ต่างกันอย่างไรในการนำเข้า–ส่งออก
ชิปปิ้งแบบเหมารวมภาษี ต่างจากนำเข้าแบบถูกต้องอย่างไร?
บริการแบบเหมารวมภาษีมักคิดราคาต่อกิโลกรัมหรือต่อคิว รวมค่าขนส่งและภาษีไว้ในราคาเดียว ข้อดีคือง่ายและเห็นราคาเร็ว แต่ควรตรวจให้ชัดว่า
- สินค้าถูกสำแดงในนามใคร
- ผู้ซื้อได้รับใบขนสินค้าขาเข้าหรือไม่
- ได้รับใบเสร็จอากรและ VAT หรือไม่
- สินค้าถูกสำแดงตามชนิดและมูลค่าจริงหรือไม่
หากผู้ซื้อไม่มีเอกสารนำเข้าในนามตัวเอง ธุรกิจอาจใช้เป็นหลักฐานต้นทุนหรือเครดิตภาษีซื้อไม่ได้ และหากสินค้าถูกสำแดงไม่ถูกต้อง ความเสี่ยงทางกฎหมายสามารถย้อนกลับมาที่สินค้าได้ ธุรกิจที่ต้องการขยายแบบยั่งยืนจึงควรนำเข้าแบบมีเอกสารครบ
ขั้นตอนนำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสินค้าและข้อกำหนด
ตรวจ HS Code อัตราอากร และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนสั่งซื้อ
ขั้นตอนที่ 2 ตกลงเงื่อนไขกับ Supplier
ตกลงราคา MOQ วิธีชำระเงิน และ Incoterms เช่น EXW หรือ FOB ให้ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 3 ขอเอกสารจาก Supplier
ขอ Commercial Invoice, Packing List และ Form E (ถ้าสินค้าใช้สิทธิได้)
ขั้นตอนที่ 4 เลือกวิธีขนส่ง
เลือกทางเรือ ทางรถ หรือทางอากาศ ตามปริมาณ งบประมาณ และความเร่งด่วน
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจ Packing และ Shipping Mark
ตรวจว่าสินค้าแพ็กเหมาะกับการขนส่งระยะไกล และมี Shipping Mark ครบ
ขั้นตอนที่ 6 ขนส่งสินค้าจากจีน
ผู้ให้บริการรับสินค้าที่ต้นทางและขนส่งมายังไทย
ขั้นตอนที่ 7 ผ่านพิธีการศุลกากร
ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า ชำระอากรและ VAT ตามพิกัด
ขั้นตอนที่ 8 ส่งสินค้าเข้าคลังหรือร้านค้า
ขนส่งต่อในประเทศไปยังคลังสินค้า หน้าร้าน หรือสาขา
Internal Link แนะนำ: Incoterms คืออะไร? ทำความเข้าใจ EXW, FOB, CIF, DAP และ DDP ในการนำเข้า–ส่งออก
EXW กับ FOB ควรเลือกแบบไหนเมื่อนำเข้าจากจีน?
ขึ้นอยู่กับว่าต้องการให้ใครรับผิดชอบช่วงต้นทาง
EXW
ผู้ซื้อรับผิดชอบตั้งแต่หน้าโรงงาน เหมาะเมื่อผู้ซื้อมี Forwarder ที่ดูแลการรับสินค้าและพิธีการส่งออกฝั่งจีนได้
FOB
Supplier รับผิดชอบจนสินค้าขึ้นเรือที่ท่าเรือต้นทาง ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าขนส่งหลักและค่าใช้จ่ายปลายทาง สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าแต่ละ Term ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนไหนตกเป็นของใคร ไม่ใช่เลือกจาก Term ที่ทำให้ราคาสินค้าดูถูกที่สุด
เอกสารนำเข้าสินค้าจากจีนมีอะไรบ้าง?
เอกสารหลักที่ควรมี
- Commercial Invoice
- Packing List
- Bill of Lading (ทางเรือ) หรือ Air Waybill (ทางอากาศ) หรือเอกสารขนส่งทางรถ
- Form E (ถ้าใช้สิทธิลดอากร)
- ใบอนุญาตนำเข้า (ถ้าสินค้าต้องมี)
ข้อมูลในเอกสารทุกฉบับต้องตรงกัน ทั้งชื่อสินค้า จำนวน น้ำหนัก และมูลค่า เอกสารผิดเพียงจุดเดียวสามารถทำให้สินค้าค้างที่ด่านได้
Internal Link แนะนำ: ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออกคืออะไร? ขั้นตอนและเอกสารที่ผู้นำเข้า–ส่งออกต้องรู้
Commercial Invoice ควรมีข้อมูลอะไร?
Invoice ที่ดีควรระบุ
- ชื่อและที่อยู่ผู้ขาย
- ชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ
- รายละเอียดสินค้าที่ชัดเจน
- จำนวน
- ราคาต่อหน่วย
- มูลค่ารวม
- สกุลเงิน
- Incoterms
ไม่ควรเขียนชื่อสินค้ากว้าง ๆ เช่น
Accessories
หรือ
Sample
เพราะศุลกากรต้องใช้รายละเอียดเพื่อตรวจพิกัดและมูลค่า
ขนส่งสินค้าจากจีนมาไทย มีกี่แบบ?
มี 3 แบบหลัก
- ทางเรือ (Sea Freight)
- ทางรถ (Cross-border Trucking)
- ทางอากาศ (Air Freight)
แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกสินค้า
Internal Link แนะนำ: ขนส่งทางอากาศ ทางเรือ และทางรถ ต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับสินค้าของคุณ
นำเข้าสินค้าจากจีนทางเรือเหมาะกับใคร?
ทางเรือเหมาะกับ
- สินค้าปริมาณมาก
- สินค้าน้ำหนักมากหรือขนาดใหญ่
- สินค้าที่วางแผนสต็อกล่วงหน้าได้
- ธุรกิจที่ต้องการต้นทุนต่อหน่วยต่ำ
ตัวอย่าง
- เฟอร์นิเจอร์
- ของใช้ในบ้าน
- วัสดุก่อสร้าง
- สินค้าขายส่ง
ข้อจำกัดคือใช้เวลานานกว่าทางรถและทางอากาศ
LCL กับ FCL ต่างกันอย่างไร?
LCL (Less than Container Load)
สินค้าไม่เต็มตู้ แชร์ตู้กับผู้นำเข้ารายอื่น คิดค่าขนส่งตามปริมาตร (CBM) หรือน้ำหนัก เหมาะกับร้านค้าที่เพิ่งเริ่มนำเข้า
FCL (Full Container Load)
เช่าตู้ทั้งตู้สำหรับสินค้าของตัวเอง เหมาะเมื่อสินค้ามีปริมาณมากพอ เมื่อยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนจาก LCL เป็น FCL มักช่วยลดต้นทุนต่อชิ้น
Internal Link แนะนำ: Sea Freight LCL คืออะไร? การขนส่งแบบไม่เต็มตู้เหมาะกับสินค้าแบบไหน
Internal Link แนะนำ: ตู้คอนเทนเนอร์มีกี่แบบ? รู้จักตู้ 20 ฟุต 40 ฟุต 40HC และตู้พิเศษ
นำเข้าสินค้าจากจีนทางรถเหมาะกับใคร?
การขนส่งทางรถจากจีนมาไทยวิ่งผ่าน สปป.ลาว หรือเวียดนาม ตามเส้นทาง เหมาะกับ
- สินค้าที่ต้องเติมสต็อกบ่อย
- สินค้าตามฤดูกาล
- สินค้าที่ต้องการเร็วกว่าทางเรือ แต่ต้นทุนต่ำกว่าทางอากาศ
- ผลไม้และสินค้าเกษตรบางประเภท
แต่ต้องเผื่อเวลาสำหรับ
- พิธีการที่ด่านชายแดน
- การตรวจสินค้า
- คิวรถที่ด่าน
- การเปลี่ยนรถตามเส้นทาง
Internal Link แนะนำ: ขนส่งข้ามแดนคืออะไร? สินค้าแบบไหนเหมาะกับการขนส่งทางรถข้ามแดน
นำเข้าสินค้าจากจีนทางอากาศเหมาะกับใคร?
ทางอากาศเหมาะกับ
- สินค้ามูลค่าสูง
- สินค้าน้ำหนักเบา
- สินค้าที่ต้องการด่วน
- สินค้าตัวอย่างก่อนสั่งล็อตใหญ่
ค่าขนส่งทางอากาศคิดจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักตามปริมาตร แล้วแต่ค่าไหนสูงกว่า สินค้าชิ้นใหญ่แต่เบาจึงอาจมีค่าขนส่งสูงกว่าที่คาด
Internal Link แนะนำ: ค่าขนส่งระหว่างประเทศคิดจากอะไร? เข้าใจน้ำหนักจริง น้ำหนักตามปริมาตร และ CBM
สินค้าที่ใช้แบตเตอรี่ส่งทางอากาศได้ไหม?
ต้องตรวจก่อน สินค้าที่มี Lithium Battery อาจถูกจัดเป็น Dangerous Goods สำหรับการขนส่งทางอากาศ ต้องตรวจ
- ประเภทแบตเตอรี่
- ขนาดแบตเตอรี่
- แบตเตอรี่อยู่ในตัวเครื่องหรือแยก
- เอกสารประกอบ
ไม่ควรแจ้งเพียงว่า Electronics แล้วคาดว่าจะส่งได้ทุกเส้นทาง
Internal Link แนะนำ: ส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าไปต่างประเทศต้องเตรียมอะไร? แบตเตอรี่ แรงดันไฟ การแพ็ก และเอกสาร
ภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนคิดอย่างไร?
ภาษีหลักมี 2 ส่วน
- อากรขาเข้า
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7%
สูตรพื้นฐาน อากรขาเข้า = ราคา CIF × อัตราอากรตาม HS Code VAT = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) × 7%
ราคา CIF คือ ค่าสินค้า + ค่าประกันภัย + ค่าขนส่ง สินค้าบางประเภทอาจมีภาษีอื่นเพิ่มเติม เช่น ภาษีสรรพสามิต ตามชนิดสินค้า
Internal Link แนะนำ: ราคา CIF คืออะไร? 4 ขั้นตอนคำนวณภาษีอากรขาเข้า
ตัวอย่างการคำนวณภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน
สมมติ
- ราคา CIF = 100,000 บาท
- อัตราอากรตาม HS Code = 10% อากรขาเข้า = 100,000 × 10% = 10,000 บาท VAT = (100,000 + 10,000) × 7% = 7,700 บาท รวมภาษีที่ต้องชำระ = 17,700 บาท
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง อัตราอากรจริงขึ้นอยู่กับ HS Code ของสินค้าแต่ละรายการ
Internal Link แนะนำ: ภาษีนำเข้าคิดอย่างไร? เข้าใจอากรขาเข้า VAT และค่าใช้จ่ายอื่นก่อนนำเข้าสินค้า
HS Code สำคัญต่อการนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างไร?
HS Code เป็นตัวกำหนด
- อัตราอากร
- สิทธิลดอากรจาก FTA
- ใบอนุญาตที่ต้องมี
- มาตรการควบคุมสินค้า
สินค้าที่ดูคล้ายกันอาจมี HS Code ต่างกัน และอัตราอากรต่างกันมาก ควรตรวจ HS Code ก่อนตั้งราคาขาย ไม่ใช่หลังสินค้ามาถึงแล้ว
Internal Link แนะนำ: HS Code คืออะไร? วิธีดูพิกัดศุลกากรและทำไมสำคัญต่อภาษีนำเข้า–ส่งออก
สินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาท ยังต้องเสียภาษีไหม?
ต้องเสีย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สินค้านำเข้าทุกมูลค่าต้องเสียอากรขาเข้าและ VAT 7% ตั้งแต่บาทแรก จากเดิมที่สินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทได้รับการยกเว้นอากร ร้านค้าที่เคยสั่งสินค้าชิ้นเล็กจากจีนมาขายจึงควรคำนวณต้นทุนใหม่
Form E คืออะไร?
Form E คือหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) ใช้ยืนยันว่าสินค้ามีแหล่งกำเนิดในจีนตามเกณฑ์ของความตกลง หากใช้ได้ ผู้นำเข้าสามารถขอสิทธิอัตราอากรพิเศษที่ต่ำกว่าอัตราปกติ และหลายรายการลดเหลือ 0%
Internal Link แนะนำ: Form A, Form D, Form E คืออะไร? ลดภาษีนำเข้าสินค้านำเข้า–ส่งออกได้อย่างไร Internal Link แนะนำ: FTA คืออะไร? ช่วยลดภาษีนำเข้า–ส่งออกได้อย่างไร
สินค้าจากจีนทุกชิ้นใช้ Form E ได้ไหม?
ไม่ ต้องตรวจว่า
- HS Code ของสินค้าอยู่ในรายการที่ได้สิทธิ
- สินค้าผ่านกฎแหล่งกำเนิดสินค้า
- ผู้ส่งออกฝั่งจีนสามารถออก Form E ได้
- ข้อมูลใน Form E ตรงกับ Invoice และเอกสารอื่น
Form E ออกโดยหน่วยงานฝั่งจีนตามคำขอของผู้ส่งออก จึงควรตกลงกับ Supplier ตั้งแต่ตอนสั่งซื้อ ไม่ใช่หลังสินค้าออกจากจีนแล้ว
Form E ผิดพลาดจะเกิดอะไรขึ้น?
หาก Form E มีข้อมูลไม่ตรงกับเอกสารอื่น เช่น
- ชื่อสินค้าไม่ตรง
- จำนวนไม่ตรง
- HS Code ไม่ตรง
- ผู้ส่งออกไม่ตรง
ผู้นำเข้าอาจใช้สิทธิลดอากรไม่ได้ และต้องชำระอากรอัตราปกติ การตรวจ Draft Form E ก่อนออกฉบับจริงช่วยลดปัญหานี้ได้
สินค้าอะไรบ้างที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนนำเข้าจากจีน?
สินค้าที่ร้านค้าปลีกนิยมนำเข้าหลายประเภทต้องตรวจก่อน เช่น
เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กพ่วง ของเล่นเด็ก
อาจต้องได้รับมาตรฐาน มอก. ตามประเภทสินค้า
อาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์
ต้องขออนุญาตหรือจดแจ้งกับ อย. ตามประเภทสินค้า
อุปกรณ์ไร้สาย เช่น หูฟังบลูทูธ อุปกรณ์ Wi-Fi
อาจต้องผ่านการรับรองจาก กสทช. หากไม่มีใบอนุญาตที่ต้องมี สินค้าอาจถูกกักที่ด่านศุลกากร
Internal Link แนะนำ: เครื่องหมาย มอก. คืออะไร? ส่งผลต่อธุรกิจนำเข้า–ส่งออกอย่างไร
Internal Link แนะนำ: 4 ขั้นตอนขออนุญาต อย. สำหรับนำเข้าอาหารที่ธุรกิจต้องรู้
Internal Link แนะนำ: นำเข้าเครื่องสำอางต้องมีอะไรบ้าง? เอกสารและขั้นตอนก่อนนำเข้า
สั่งสินค้าตัวอย่างจากจีนก่อนดีไหม?
ควร โดยเฉพาะเมื่อสั่งจาก Supplier รายใหม่ สินค้าตัวอย่างช่วยตรวจ
- คุณภาพ
- วัสดุ
- ขนาด
- Packaging
- ข้อมูลบนฉลาก
และช่วยตรวจว่าสินค้าต้องมีใบอนุญาตหรือมาตรฐานใดก่อนสั่งล็อตใหญ่ สินค้าตัวอย่างที่นำเข้าเพื่อขายต่อในเชิงพาณิชย์ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดนำเข้าเช่นกัน
ชำระเงินให้ Supplier จีนแบบไหนปลอดภัย?
วิธีที่พบบ่อย เช่น
- T/T (Telegraphic Transfer)
- L/C (Letter of Credit)
- ชำระผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ
สำหรับ Supplier รายใหม่ ไม่ควรโอนเต็มจำนวนก่อนเห็นสินค้าหรือเอกสาร หลายธุรกิจเลือกวางมัดจำบางส่วน แล้วชำระส่วนที่เหลือเมื่อสินค้าพร้อมส่งหรือตรวจสินค้าแล้ว
Internal Link แนะนำ: L/C คืออะไร? ประเภทและประโยชน์ในการค้าระหว่างประเทศ
Packing และ Shipping Mark สำคัญอย่างไร?
สินค้าจากจีนต้องผ่านการขนถ่ายหลายจุด Packing ที่ไม่แข็งแรงสามารถทำให้สินค้าเสียหายระหว่างทาง
ควรตรวจ
- กล่องแข็งแรงพอสำหรับการวางซ้อน
- มีวัสดุกันกระแทก
- สินค้าแตกง่ายมีเครื่องหมายระวัง
- มี Shipping Mark ระบุผู้รับ จำนวนกล่อง และเลขกล่อง
หากใช้ลังไม้หรือพาเลทไม้ ต้องตรวจข้อกำหนด ISPM 15
Internal Link แนะนำ: Shipping Mark คืออะไร? ทำไมสำคัญต่อการขนส่งระหว่างประเทศ
ควรทำประกันภัยสินค้าที่นำเข้าจากจีนไหม?
ควรพิจารณา โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูงหรือแตกหักง่าย ความรับผิดของผู้ขนส่งมักมีขีดจำกัด และอาจไม่ครอบคลุมมูลค่าสินค้าทั้งหมด ควรตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ก่อนส่ง ไม่ใช่รอให้สินค้าเสียหายแล้วจึงตรวจ
Internal Link แนะนำ: Cargo Insurance คืออะไร? ประกันสินค้าระหว่างประเทศคุ้มครองอะไรบ้าง
ต้นทุนนำเข้าสินค้าจากจีนมีอะไรบ้าง?
ต้นทุนที่ควรคำนวณก่อนตั้งราคาขาย
- ราคาสินค้า
- ค่าขนส่งในจีน
- ค่าขนส่งระหว่างประเทศ
- ค่าประกันภัย
- อากรขาเข้า
- VAT 7%
- ค่าพิธีการศุลกากร
- ค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือหรือด่าน
- ค่าขนส่งในประเทศ
- ค่าใบอนุญาตหรือการทดสอบมาตรฐาน (ถ้ามี)
หากคำนวณเฉพาะราคาสินค้ากับค่าขนส่ง อาจตั้งราคาขายต่ำกว่าต้นทุนจริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการนำเข้าสินค้าจากจีน
- สั่งสินค้าล็อตใหญ่ก่อนตรวจ HS Code และใบอนุญาต
- คำนวณต้นทุนจากราคาโรงงานอย่างเดียว
- ไม่ตกลง Incoterms ให้ชัด
- ไม่ขอ Form E จาก Supplier
- ข้อมูลใน Invoice, Packing List และ Form E ไม่ตรงกัน
- เขียนชื่อสินค้าใน Invoice กว้างเกินไป
- เลือกขนส่งจากราคาถูกที่สุดโดยไม่ดูระยะเวลา
- ไม่รู้ว่าสินค้ามี Lithium Battery
- ใช้ชิปปิ้งที่ไม่ออกเอกสารนำเข้าในนามผู้ซื้อ
- ไม่ทำประกันภัยสินค้ามูลค่าสูง
- Packing ไม่แข็งแรงพอสำหรับการขนส่งระยะไกล
- ไม่เผื่อเวลาสำหรับพิธีการที่ด่าน
Checklist ก่อนสั่งสินค้าจากจีนมาขาย
ก่อนสั่งซื้อควรตรวจว่า
- ทราบ HS Code ของสินค้า
- ทราบอัตราอากร
- ตรวจแล้วว่าต้องมี มอก. อย. หรือ กสทช. หรือไม่
- ผู้นำเข้าลงทะเบียนกับกรมศุลกากรแล้ว
- ตกลง Incoterms กับ Supplier แล้ว
- Supplier ออก Form E ได้
- ได้รับ Draft Invoice และ Packing List
- เลือกวิธีขนส่งแล้ว
- คำนวณต้นทุนนำเข้าครบทุกส่วน
- ตรวจ Packing และ Shipping Mark
- ตัดสินใจเรื่องประกันภัยสินค้า
- เตรียมคลังหรือสถานที่รับสินค้า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากจีน (FAQ)
นำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย ต้องจดทะเบียนบริษัทไหม?
ไม่จำเป็น บุคคลธรรมดาสามารถนำเข้าได้ แต่ต้องลงทะเบียนผู้นำเข้ากับกรมศุลกากรก่อน หรือใช้บริการผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรที่ดูแลเรื่องนี้ให้ ธุรกิจที่จด VAT ควรนำเข้าในนามบริษัทเพื่อใช้เครดิตภาษีซื้อได้
นำเข้าสินค้าจากจีน ทางเรือหรือทางรถคุ้มกว่า?
ทางเรือมักคุ้มกว่าสำหรับสินค้าปริมาณมากที่ไม่เร่งด่วน ส่วนทางรถเหมาะกับสินค้าที่ต้องเติมสต็อกเร็วกว่า ควรเทียบใบเสนอราคาทั้งสองแบบจากปริมาตร น้ำหนัก และกำหนดส่งจริง
Form E ช่วยลดภาษีได้ทุกสินค้าไหม?
ไม่ สินค้าต้องอยู่ในรายการที่ได้สิทธิ ผ่านกฎแหล่งกำเนิดสินค้าตาม ACFTA และเอกสารต้องถูกต้องตรงกัน ควรตรวจ HS Code ก่อนสั่งซื้อ
สินค้ามูลค่าไม่ถึง 1,500 บาท ต้องเสียภาษีไหม?
ต้องเสีย ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 สินค้านำเข้าทุกมูลค่าต้องเสียอากรขาเข้าและ VAT 7% ตั้งแต่บาทแรก
สินค้าค้างที่ด่านศุลกากรเพราะอะไร?
สาเหตุที่พบบ่อย เช่น เอกสารไม่ตรงกัน HS Code ไม่ถูกต้อง ไม่มีใบอนุญาตที่สินค้าต้องมี หรือสินค้าถูกสุ่มตรวจ การเตรียมเอกสารให้ครบก่อนสินค้าออกจากจีนช่วยลดความเสี่ยงได้
นำเข้าสินค้าจากจีนกับ CPL INTER
การนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายให้คุ้มต้นทุนและถูกกฎหมาย ต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อ ทั้งเรื่อง
- HS Code และอัตราอากร
- ใบอนุญาตสินค้า
- Form E
- วิธีขนส่ง
- เอกสารนำเข้า
- พิธีการศุลกากร
- การขนส่งต่อในประเทศ
หากต้องการนำเข้าสินค้าจากจีน ควรส่งข้อมูลให้ทีม CPL INTER ตรวจก่อน Booking เช่น
- ชื่อสินค้า
- รูปภาพสินค้า
- วัสดุและการใช้งาน
- จำนวน
- Dimension
- Gross Weight
- มูลค่าสินค้า
- เมืองต้นทางในจีน
- ที่อยู่ปลายทางในไทย
- Incoterms ที่ตกลงกับ Supplier
- สินค้ามีแบตเตอรี่หรือไม่
- สถานะใบอนุญาต มอก. / อย. / กสทช. ตามกรณี
- วันที่สินค้าพร้อม
- วันที่ต้องการให้สินค้าถึง
เพื่อประเมินวิธีขนส่ง ต้นทุนนำเข้า และเอกสารที่ต้องเตรียมให้เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท
สำหรับสินค้าที่มีข้อกำหนดด้านมาตรฐาน ใบอนุญาต หรือ Dangerous Goods ควรตรวจข้อมูลปัจจุบันของสินค้าและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง
โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426 LINE: @cplinter
เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015
บทความอื่น ๆ
- No Image

