blog image

    Door to Door, Door to Port และ Port to Port ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับ Shipment

    22 กรกฎาคม 2569

    เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Door to Door, Door to Port และ Port to Port ตั้งแต่จุดรับสินค้า พิธีการศุลกากร ไปจนถึงปลายทาง พร้อมตัวอย่างบริการจริงของ CPL INTER

    Door to Door, Door to Port และ Port to Port คืออะไร?

    ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ นอกจากการเลือกว่าจะส่งทางเครื่องบิน ทางเรือ หรือทางรถแล้ว อีกเรื่องสำคัญคือการกำหนด Service Scope ว่าต้องการให้ผู้ให้บริการดูแล Shipment ตั้งแต่จุดใดไปจนถึงจุดใด คำที่พบได้บ่อย ได้แก่ Door to Door, Door to Port และ Port to Port ซึ่งแต่ละรูปแบบแตกต่างกันทั้งด้านความสะดวก ความรับผิดชอบของผู้ส่ง–ผู้รับ และค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม การเลือกรูปแบบที่เหมาะสมตั้งแต่ก่อน Booking ช่วยลดความสับสนเรื่องค่าใช้จ่ายปลายทาง พิธีการศุลกากร และการขนส่งต่อหลังสินค้าถึงประเทศปลายทางได้

    Door to Door คืออะไร?

    Door to Door คือบริการขนส่งที่ดูแลสินค้าตั้งแต่สถานที่ของผู้ส่งต้นทาง ไปจนถึงสถานที่ของผู้รับปลายทางตาม Service Scope ที่ตกลงกัน บริการสามารถครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้า การขนส่งภายในประเทศต้นทาง การดำเนินพิธีการศุลกากรขาออก การขนส่งระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากรขาเข้า และการจัดส่งสินค้าต่อไปยังปลายทาง CPL INTER ให้บริการ Door to Door ครอบคลุมการขนส่งหลายรูปแบบ ทั้ง Air Freight, Air Courier, Sea Freight และ Trucking Cross Border ทำให้สามารถเลือกช่องทางที่เหมาะกับสินค้า ปริมาณ ต้นทาง–ปลายทาง และระยะเวลาที่ต้องการได้ รูปแบบ Door to Door เหมาะกับผู้ส่งที่ต้องการลดการประสานงานกับผู้ให้บริการหลายราย และต้องการให้การขนส่งตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอยู่ภายใต้แผนการจัดส่งเดียวกัน

    Door to Port คืออะไร?

    Door to Port คือบริการที่เริ่มรับสินค้าจากสถานที่ของผู้ส่งต้นทาง และขนส่งไปจนถึง Port หรือจุดรับสินค้าที่ประเทศปลายทางตามขอบเขตบริการ สำหรับการขนส่งทางเรือ ปลายทางอาจเป็น Seaport ส่วนการขนส่งทางอากาศมักใช้คำว่า Door to Airport เพื่อให้ตรงกับลักษณะการขนส่งมากกว่า ผู้ให้บริการสามารถดูแลช่วงต้นทาง เช่น Pickup การนำสินค้าเข้าสู่ Port หรือ Airport การเตรียมเอกสาร พิธีการศุลกากรขาออก และการขนส่งระหว่างประเทศ เมื่อสินค้าถึงปลายทาง ผู้รับหรือตัวแทนของผู้รับจะเป็นผู้ดำเนินการส่วนที่เหลือ เช่น Customs Clearance การรับสินค้าออกจาก Port หรือ Airport และการขนส่งต่อไปยังสถานที่ปลายทาง Door to Port จึงเหมาะกับธุรกิจที่ผู้รับปลายทางมีทีม Logistics, Customs Broker หรือตัวแทนที่สามารถจัดการขั้นตอนหลังสินค้าเดินทางถึงประเทศปลายทางได้เอง

    Port to Port คืออะไร?

    Port to Port คือการขนส่งระหว่าง Port ต้นทางกับ Port ปลายทาง โดยผู้ส่งและผู้รับเป็นผู้รับผิดชอบการขนส่งก่อนและหลังช่วง International Freight เอง ผู้ส่งต้องจัดเตรียมสินค้าและนำสินค้าเข้าสู่ Port ต้นทางตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนเมื่อสินค้าถึง Port ปลายทาง ผู้รับหรือตัวแทนจะต้องดำเนินการด้านพิธีการนำเข้า รับสินค้า และจัดส่งต่อไปยังปลายทาง สำหรับ Air Freight แนวคิดเดียวกันมักเรียกว่า Airport to Airport รูปแบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีระบบ Logistics ของตนเอง มีตัวแทนทั้งต้นทางและปลายทาง หรือสามารถจัดการ Transportation และ Customs Clearance ในแต่ละประเทศได้อยู่แล้ว

    ทั้ง 3 รูปแบบต่างกันตรงไหน?

    ความแตกต่างหลักอยู่ที่ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของความรับผิดชอบในการขนส่ง

    Door to Door รับจากต้นทาง → International Freight → Customs → ส่งถึงปลายทาง เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกและต้องการให้ผู้ให้บริการช่วยบริหาร Shipment ตั้งแต่ต้นจนจบ

    Door to Port / Door to Airport รับจากต้นทาง → International Freight → ส่งถึง Port หรือ Airport ปลายทาง เหมาะกับผู้รับปลายทางที่สามารถจัดการ Customs Clearance และ Inland Transportation ต่อได้เอง

    Port to Port / Airport to Airport เริ่มจาก Port หรือ Airport ต้นทาง → International Freight → Port หรือ Airport ปลายทาง เหมาะกับธุรกิจที่มีระบบ Logistics และตัวแทนของตัวเองทั้งสองฝั่ง

    ดังนั้นการเลือก Service Scope ที่สั้นกว่าไม่ได้หมายความว่าจะมีต้นทุนรวมต่ำกว่าเสมอไป เพราะต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ผู้ส่งหรือผู้รับต้องดำเนินการเพิ่มเติมนอก Scope ด้วย

    Door to Door ของ CPL INTER ครอบคลุมอะไรบ้าง?

    สำหรับ Shipment ที่เลือกบริการแบบครบวงจร ขอบเขตงานสามารถครอบคลุมตั้งแต่ Pickup สินค้าจากต้นทาง การขนส่งไปยัง Port, Airport หรือด่านชายแดน การจัดเตรียมเอกสาร การดำเนินพิธีการศุลกากรขาออก การขนส่งระหว่างประเทศ พิธีการศุลกากรขาเข้า และ Final Delivery

    ตัวอย่าง เช่น Air Cargo แบบ Door to Door สามารถดูแลตั้งแต่รับสินค้าจากผู้ส่ง ขนส่งเข้าสนามบินต้นทาง ดำเนินพิธีการขาออก จองเที่ยวบิน ขนส่งไปยังสนามบินปลายทาง ดำเนินพิธีการขาเข้า และจัดส่งต่อถึงผู้รับ สำหรับ Trucking Cross Border แบบ Door to Door สามารถดูแลตั้งแต่รับสินค้าในประเทศไทย ขนส่งไปยังด่านชายแดน ดำเนินพิธีการศุลกากรทั้งขาออกและขาเข้าที่ชายแดน ก่อนขนส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศปลายทาง ขอบเขตที่สามารถให้บริการได้จริงจะขึ้นอยู่กับประเทศ Route ประเภทสินค้า และข้อกำหนดของแต่ละ Shipment

    Door to Door ใช้เวลาขนส่งกี่วัน?

    ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและรูปแบบการขนส่ง จึงไม่สามารถใช้จำนวนวันเดียวกับทุก Route ได้ ตัวอย่างระยะเวลาบริการ Door to Door ของ CPL INTER ในบางเส้นทาง ได้แก่

    • ไทย–ญี่ปุ่น ทางอากาศ: ประมาณ 3–5 วัน
    • ไทย–เยอรมนี ทางอากาศ: ประมาณ 5–14 วัน
    • ไทย–สหรัฐอเมริกา ทางอากาศ: ประมาณ 5–14 วัน
    • ไทย–สหรัฐอเมริกา ทางเรือ: ประมาณ 45–60 วัน
    • มาเลเซีย–ไทย ทางรถ: ประมาณ 7–10 วัน
    • ฮ่องกง–ไทย ทางอากาศ: ประมาณ 3–5 วัน
    • ไต้หวัน–ไทย ทางอากาศ: ประมาณ 3–5 วัน

    ระยะเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของบริการและ Route ที่ระบุ ไม่ควรนำไปใช้แทนระยะเวลาของประเทศหรือ Shipment อื่นโดยตรง ระยะเวลาจริงยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตาม Flight หรือ Sailing Schedule, สภาพอากาศ, Transshipment, ด่านชายแดน, Customs Clearance และการตรวจสอบสินค้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อน Booking จึงควรตรวจสอบ Estimated Transit Time ตาม Route จริงทุกครั้ง

    Door to Door เท่ากับ DDP หรือไม่?

    ไม่เท่ากัน Door to Door อธิบาย ขอบเขตทางกายภาพของการขนส่ง ว่าสินค้าถูกจัดส่งจากสถานที่ต้นทางไปถึงสถานที่ปลายทาง ส่วน DDP (Delivered Duty Paid) เป็น Incoterm ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ โดยผู้ขายมีภาระรับผิดชอบในระดับสูง รวมถึงการนำสินค้าไปส่งยังสถานที่ปลายทางและการจัดการภาระด้านการนำเข้าตามเงื่อนไข DDP ดังนั้น Shipment สามารถเป็น Door to Door แต่ไม่ใช่ DDP ได้

    ตัวอย่าง เช่น สินค้าถูกจัดส่งถึงประตูผู้รับ แต่ภาษีนำเข้าและอากรยังเป็นความรับผิดชอบของผู้รับ รูปแบบนั้นยังสามารถเป็น Door to Door ในด้าน Transportation Scope ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็น DDP จุดนี้ควรตกลงให้ชัดเจนก่อนจัดส่ง โดยเฉพาะว่า ใครเป็นผู้ชำระ Duty, Tax และค่าใช้จ่ายที่ประเทศปลายทาง

    ค่าใช้จ่าย Door to Door มีอะไรบ้าง?

    ราคา Door to Door ไม่ได้พิจารณาเฉพาะค่าระวางระหว่างประเทศ แต่สามารถประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลายช่วง เช่น Pickup, Inland Transportation, Freight, Handling, Customs Clearance และ Final Delivery หากเป็นการขนส่งทางเรือ อาจมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ Port และการจัดการ Container หรือ LCL เพิ่มเติม ขณะที่การขนส่งทางอากาศจะเกี่ยวข้องกับ Airport Handling และ Chargeable Weight ภาษีและอากรนำเข้าจะรวมอยู่ในราคาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ Service Scope และเงื่อนไขที่ตกลงกัน ก่อนยืนยันการขนส่งจึงควรตรวจสอบ Quotation ว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายถึงขั้นตอนไหน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้เมื่อสินค้าถึงปลายทาง

    เลือก Door to Door, Door to Port หรือ Port to Port แบบไหนดี?

    หากผู้ส่งและผู้รับไม่มีทีม Logistics หรือตัวแทนในประเทศปลายทาง การเลือก Door to Door ช่วยลดจำนวนขั้นตอนที่ต้องประสานงานด้วยตนเอง หากผู้รับปลายทางมี Customs Broker และสามารถจัดรถรับสินค้าจาก Port หรือ Airport ได้เอง Door to Port หรือ Door to Airport อาจช่วยให้กำหนดการทำงานระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อได้ยืดหยุ่นขึ้น ส่วนธุรกิจที่มีตัวแทน Logistics ทั้งต้นทางและปลายทาง สามารถเลือก Port to Port หรือ Airport to Airport และบริหารกระบวนการก่อน–หลัง International Freight ด้วยระบบของตัวเอง ไม่มีรูปแบบใดดีที่สุดสำหรับทุก Shipment การเลือกควรพิจารณาจากความพร้อมของผู้ส่งและผู้รับ ค่าใช้จ่ายรวม Incoterms ประเภทสินค้า และความซับซ้อนของ Customs Clearance

    ก่อนขอราคา ควรเตรียมข้อมูลอะไร?

    เพื่อกำหนด Service Scope และประเมินค่าขนส่งได้ใกล้เคียงกับ Shipment จริง ควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับชื่อและรายละเอียดสินค้า จำนวน Package ขนาด น้ำหนัก มูลค่าสินค้า ที่อยู่ต้นทาง ที่อยู่ปลายทาง ประเทศที่ส่งออก–นำเข้า และ Incoterms หากมี หากต้องการ Door to Door ควรแจ้ง Postal Code หรือรหัสไปรษณีย์ของจุดรับและจุดส่ง ให้ครบ เพราะพื้นที่ต้นทางหรือปลายทางสามารถส่งผลต่อค่า Pickup, Delivery และ Remote Area Charge ได้ สำหรับสินค้าควบคุม Dangerous Goods, Oversize หรือสินค้าที่ต้องใช้ใบอนุญาต ควรแจ้งข้อมูลตั้งแต่ต้นเพื่อให้ตรวจสอบ Service Scope และข้อกำหนดก่อน Booking

    บริการ Door to Door กับ CPL INTER

    CPL INTER ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศแบบ Door to Door ครอบคลุมทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางรถ พร้อมบริการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ Pickup, Packing, International Freight, Customs Clearance ไปจนถึง Final Delivery ตาม Scope ของแต่ละ Shipment ด้วยการวางแผนบริการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะให้ CPL INTER ดูแลทั้งกระบวนการ หรือกำหนดเฉพาะบางช่วงให้เหมาะกับความพร้อมของผู้ส่งและผู้รับ หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก Door to Door, Door to Port, Door to Airport หรือ Port to Port สามารถส่งรายละเอียดสินค้า ต้นทาง ปลายทาง ขนาด น้ำหนัก และ Incoterms ให้ทีม CPL INTER ช่วยตรวจสอบ Service Scope ที่เหมาะสมได้

    โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426 LINE: @cplinter

    เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015

    บทความอื่น ๆ