blog image

    FIFO, LIFO และ FEFO คืออะไร? หลักการหยิบสินค้าและจัดการสต็อกให้เหมาะกับสินค้า

    22 กรกฎาคม 2569

    Key Takeaways

    • FIFO คือสินค้าที่เข้าคลังก่อนถูกหยิบออกก่อน เหมาะกับสินค้าทั่วไปและสินค้าที่มีความเสี่ยงจากการเก็บไว้นาน
    • FEFO ให้ความสำคัญกับวันหมดอายุ โดยสินค้าที่หมดอายุก่อนต้องออกก่อน จึงเหมาะกับอาหาร ยา และสินค้าที่มี Shelf Life
    • LIFO คือสินค้าที่เข้าคลังล่าสุดถูกหยิบออกก่อน สามารถพบได้ในการจัดเก็บสินค้าบางลักษณะ แต่ไม่เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุ
    • FIFO กับ FEFO ไม่เหมือนกัน เพราะสินค้าที่เข้าคลังก่อนอาจไม่ได้หมดอายุก่อนเสมอไป
    • ระบบ Warehouse ที่ดีควรสามารถ Trace Lot, Batch, Received Date และ Expiry Date เพื่อเลือกสินค้าได้ถูกต้อง

    การบริหาร Warehouse ไม่ได้มีเพียงการหาพื้นที่วางสินค้าให้เพียงพอ แต่ต้องรู้ด้วยว่า สินค้า Lot ไหนควรถูกนำออกจากคลังก่อน

    หากไม่มีหลักการหมุนเวียน Stock ที่ชัดเจน อาจเกิดปัญหา เช่น

    • สินค้าเก่าค้างอยู่ด้านใน
    • สินค้าหมดอายุก่อนถูกขาย
    • หยิบผิด Lot
    • Stock ในระบบไม่ตรงกับของจริง
    • สินค้าเสื่อมคุณภาพ
    • เกิด Dead Stock
    • ต้องทำลายสินค้า
    • มีต้นทุน Warehouse เพิ่มขึ้น

    จึงเกิดหลักการจัดการสินค้าอย่าง FIFO, LIFO และ FEFO ซึ่งมีวิธีเรียงลำดับการจ่ายสินค้าแตกต่างกัน และเหมาะกับสินค้าคนละประเภท

    FIFO, LIFO และ FEFO ต่างกันอย่างไร?

    สามารถจำแบบง่ายได้ดังนี้

    FIFO – First In, First Out
    เข้าก่อน → ออกก่อน

    LIFO – Last In, First Out
    เข้าหลัง → ออกก่อน

    FEFO – First Expired, First Out
    หมดอายุก่อน → ออกก่อน

    จุดแตกต่างสำคัญคือสิ่งที่แต่ละระบบใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกสินค้า

    • FIFO ดูวันที่สินค้าเข้าคลัง
    • LIFO ดูสินค้าที่เข้าคลังล่าสุด
    • FEFO ดูวันหมดอายุหรือ Best Before

    ดังนั้นก่อนเลือกใช้ ต้องพิจารณาก่อนว่าสิ่งที่ธุรกิจต้องควบคุมคือ อายุ Stock, วิธีจัดเก็บ หรือ Expiry Date

    FIFO คืออะไร?

    FIFO ย่อมาจาก First In, First Out หมายถึงสินค้าที่เข้าคลังก่อนจะถูกนำออกก่อน

    ตัวอย่าง

    สินค้า A เข้าคลังเป็น 3 Lot

    • Lot 1 เข้าวันที่ 1 ตุลาคม
    • Lot 2 เข้าวันที่ 5 ตุลาคม
    • Lot 3 เข้าวันที่ 10 ตุลาคม

    เมื่อมี Order ระบบ FIFO จะพยายามหยิบ

    Lot 1 → Lot 2 → Lot 3

    ตามลำดับ

    เป้าหมายคือไม่ปล่อยให้สินค้าที่อยู่ใน Warehouse มานานถูกสินค้ารุ่นใหม่บังและกลายเป็น Stock เก่า

    FIFO เหมาะกับสินค้าแบบไหน?

    FIFO สามารถใช้ได้กับสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการหมุน Stock ตามลำดับการรับเข้า เช่น

    • Consumer Goods
    • เครื่องใช้ในบ้าน
    • Fashion บางประเภท
    • Electronics บางประเภท
    • Raw Materials
    • Packaging
    • วัตถุดิบการผลิต
    • สินค้าที่ Version หรือ Packaging มีการเปลี่ยนแปลง
    • อาหารที่ Lot เข้าและ Expiry มีลำดับสัมพันธ์กัน

    แต่หากสินค้ามี Expiry Date ที่แตกต่างกันชัดเจน ควรพิจารณา FEFO เพิ่มเติม

    ข้อดีของ FIFO

    FIFO ช่วยเรื่อง Inventory Rotation หลายด้าน เช่น

    • ลด Stock เก่าค้างคลัง
    • ลดความเสี่ยงสินค้าเสื่อมจากการเก็บนาน
    • ทำให้ Warehouse หมุนสินค้าเป็นระบบ
    • ช่วยควบคุมอายุ Inventory
    • ตรวจสอบ Lot ได้ง่ายขึ้น
    • ลดโอกาสเกิด Dead Stock จากการถูกสินค้าใหม่บัง
    • เหมาะกับคลังสินค้าที่มีสินค้าเข้าออกต่อเนื่อง

    FIFO จึงเป็นหลักการพื้นฐานที่พบได้บ่อยใน Warehouse และ Distribution Center

    FIFO ไม่ได้หมายความว่าสินค้าใกล้หมดอายุจะออกก่อนเสมอไป

    จุดนี้มักทำให้เกิดความสับสน

    สมมติ

    Lot A
    เข้าคลัง 1 ตุลาคม
    หมดอายุ 30 มิถุนายน

    Lot B
    เข้าคลัง 5 ตุลาคม
    หมดอายุ 31 มีนาคม

    หากใช้ FIFO อย่างเดียว จะหยิบ Lot A ก่อน เพราะเข้าคลังก่อน

    แต่ Lot B หมดอายุก่อน

    ในกรณีนี้ หากสินค้าเป็นอาหารหรือสินค้าที่ Expiry สำคัญ การใช้ FEFO จะเหมาะสมกว่า เพราะจะหยิบ Lot B ก่อน

    นี่คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง FIFO และ FEFO

    LIFO คืออะไร?

    LIFO ย่อมาจาก Last In, First Out หมายถึงสินค้าที่เข้าคลังล่าสุดถูกหยิบออกก่อน

    ตัวอย่าง

    • Lot 1 เข้า 1 ตุลาคม
    • Lot 2 เข้า 5 ตุลาคม
    • Lot 3 เข้า 10 ตุลาคม

    หากใช้ LIFO

    จะหยิบ

    Lot 3 → Lot 2 → Lot 1

    ลักษณะนี้มักเกิดจาก Physical Storage ที่สินค้าซึ่งนำเข้าทีหลังอยู่ด้านหน้า หรือด้านบนและสามารถหยิบออกได้ง่ายกว่า

    LIFO เหมาะกับสินค้าแบบไหน?

    LIFO สามารถพบได้กับสินค้าที่

    • ไม่มีวันหมดอายุ
    • คุณภาพไม่ได้ลดลงตามอายุการจัดเก็บอย่างมีนัยสำคัญ
    • เป็น Bulk Material
    • มีลักษณะการจัดเก็บที่เข้าถึงสินค้าล่าสุดได้ง่ายกว่า
    • มี Physical Flow ที่การหยิบของเก่าก่อนทำได้ยากหรือไม่มีความจำเป็น

    ตัวอย่างเช่น

    • ทราย
    • หิน
    • วัสดุก่อสร้างบางชนิด
    • วัตถุดิบ Bulk บางประเภท

    แต่ต้องดูคุณสมบัติของสินค้าเป็นรายกรณี

    LIFO ไม่เหมาะกับสินค้าอะไร?

    ไม่ควรใช้ LIFO กับสินค้าที่มีความเสี่ยงจากการเก็บไว้นาน เช่น

    • อาหาร
    • เครื่องดื่ม
    • ยา
    • เครื่องสำอาง
    • อาหารเสริม
    • สารเคมีที่มี Shelf Life
    • สินค้าที่มี Expiry Date
    • สินค้าที่เปลี่ยน Model หรือ Version เร็ว

    เพราะการหยิบสินค้าล่าสุดออกก่อนจะทำให้ Stock เก่าถูกเก็บไว้ด้านหลังต่อเนื่อง และมีโอกาสกลายเป็น Dead Stock หรือหมดอายุได้

    LIFO ในคลังสินค้า กับ LIFO ทางบัญชีเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่?

    ควรแยกออกจากกัน

    ในบทความนี้ LIFO หมายถึง หลักการ Physical Stock Rotation หรือการหยิบสินค้าใน Warehouse

    ไม่ควรนำไปตีความโดยอัตโนมัติว่าเป็นวิธีประเมินมูลค่าสินค้าคงเหลือทางบัญชี

    ระบบบัญชีมีมาตรฐานและหลักเกณฑ์ทางบัญชีของตนเอง จึงควรให้ฝ่าย Accounting หรือผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีตรวจวิธีบันทึกต้นทุนแยกจาก Operation ของ Warehouse

    การเลือกหยิบสินค้าแบบ LIFO จึงไม่ควรถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการลดภาษีหรือกำหนดกำไรทางบัญชีโดยตรง

    FEFO คืออะไร?

    FEFO ย่อมาจาก First Expired, First Out หมายถึงสินค้าที่มีวันหมดอายุเร็วที่สุดจะถูกนำออกก่อน โดยไม่จำเป็นต้องดูว่าสินค้า Lot ใดเข้าคลังก่อน

    ตัวอย่าง

    Lot A
    รับเข้า: 1 ตุลาคม
    หมดอายุ: 30 มิถุนายน

    Lot B
    รับเข้า: 10 ตุลาคม
    หมดอายุ: 31 มีนาคม

    FEFO จะเลือก

    Lot B ก่อน Lot A

    เพราะ Lot B หมดอายุเร็วกว่า แม้จะเข้าคลังทีหลัง

    FEFO เหมาะกับสินค้าอะไร?

    FEFO เหมาะกับสินค้าที่มี Shelf Life หรือ Expiry Date ชัดเจน เช่น

    • อาหาร
    • เครื่องดื่ม
    • อาหารเสริม
    • Pharmaceutical Products
    • ยา
    • เครื่องสำอางบางประเภท
    • Medical Supplies
    • Chemical บางประเภท
    • สินค้าที่มี Best Before
    • สินค้า Temperature-Controlled

    สินค้าเหล่านี้ควรควบคุม Expiry มากกว่าดูเพียง Received Date

    ข้อดีของ FEFO

    FEFO ช่วยลดความเสี่ยงด้าน Inventory เช่น

    • ลดสินค้าหมดอายุในคลัง
    • ลด Write-off
    • ลด Waste
    • เพิ่ม Remaining Shelf Life ให้ลูกค้า
    • บริหาร Lot ได้แม่นยำขึ้น
    • รองรับสินค้า Expiry-sensitive
    • ลดปัญหาส่งสินค้าใกล้หมดอายุให้ลูกค้า
    • ช่วยวางแผน Promotion เพื่อระบาย Stock ได้เร็วขึ้น

    โดยเฉพาะธุรกิจ Food และ Pharmaceutical การใช้ FEFO สามารถมีผลโดยตรงต่อทั้ง Cost และ Customer Satisfaction

    FIFO กับ FEFO ต่างกันอย่างไร?

    ความแตกต่างอยู่ที่เกณฑ์การเลือกสินค้า

    FIFO

    ดู วันที่รับสินค้าเข้าคลัง

    สินค้าที่เข้าก่อน → ออกก่อน

    FEFO

    ดู วันหมดอายุ

    สินค้าที่หมดอายุก่อน → ออกก่อน

    หาก Supplier ผลิตสินค้าเป็นลำดับเดียวกับที่ส่งเข้า Warehouse ทั้งสองระบบอาจให้ผลเหมือนกันในหลายครั้ง

    แต่หากได้รับสินค้า Lot ใหม่ที่มี Expiry เร็วกว่า Lot เก่า FEFO จะเปลี่ยนลำดับการหยิบทันที

    FIFO กับ FEFO เลือกแบบไหนดี?

    พิจารณาจากสินค้า

    เลือก FIFO เมื่อ

    • สินค้าไม่มี Expiry ชัดเจน
    • ต้องการหมุน Stock ตามอายุการเก็บ
    • Lot เก่าไม่ควรถูกทิ้งไว้นาน
    • Received Date เป็นตัวแปรสำคัญ

    เลือก FEFO เมื่อ

    • มี Expiry Date
    • Shelf Life สำคัญ
    • ลูกค้ากำหนด Remaining Shelf Life
    • มีสินค้า Lot เดียวกันแต่ Expiry แตกต่างกัน
    • สินค้าเสียมูลค่าเมื่อใกล้หมดอายุ

    สำหรับสินค้าอาหาร หลายธุรกิจใช้ FEFO เป็นหลักและใช้ FIFO เป็น Logic รองกรณี Expiry Date เท่ากัน

    ทำไมอาหารควรใช้ FEFO มากกว่า FIFO ในหลายกรณี?

    อาหารหนึ่ง SKU สามารถมาจากหลาย Supplier หรือหลาย Production Lot

    ตัวอย่าง

    Supplier A ส่งสินค้าเข้าคลังก่อน แต่มี Shelf Life 12 เดือน

    Supplier B ส่งเข้าทีหลัง แต่สินค้าเหลือ Shelf Life 6 เดือน

    หากใช้ FIFO อย่างเดียว สินค้าจาก Supplier A จะออกก่อน ทั้งที่สินค้า Supplier B มีโอกาสหมดอายุเร็วกว่า

    FEFO จึงช่วยให้ Warehouse Focus ที่ Expiry Risk ได้ตรงกว่า

    Internal Link แนะนำ: ส่งอาหารแห้งไปต่างประเทศ เลือกฉลากและบรรจุภัณฑ์อย่างไร

    Best Before กับ Expiry Date มีผลต่อ FEFO อย่างไร?

    Warehouse ควรเก็บข้อมูล Date Type ให้ชัด

    สินค้าสามารถมีข้อความ เช่น

    • Expiry Date
    • Use By
    • Best Before
    • Best Before End

    ความหมายและ Requirement แตกต่างกันตามประเภทสินค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    ระบบไม่ควรบันทึกเพียงตัวเลขวันที่โดยไม่รู้ว่าเป็น Date ประเภทใด

    หากข้อมูลถูกบันทึกผิด FEFO ก็สามารถหยิบสินค้าในลำดับที่ผิดได้เช่นกัน

    Lot Number และ Batch Number สำคัญอย่างไร?

    Lot หรือ Batch เป็นข้อมูลที่ช่วย Trace สินค้ากลับไปยัง

    • รอบการผลิต
    • Supplier
    • วันที่ผลิต
    • Expiry Date
    • การตรวจ Quality
    • Shipment
    • Customer

    ตัวอย่างเช่นมี Product Recall

    หาก Warehouse มี Lot Tracking ที่ดี สามารถระบุได้ว่าสินค้า Batch ที่มีปัญหา

    • อยู่ตรง Location ไหน
    • เหลือกี่ชิ้น
    • ถูกส่งให้ลูกค้ารายใดแล้ว
    • ส่งออกเมื่อไร

    จึงไม่จำเป็นต้อง Hold สินค้าทุก Lot หากสามารถระบุขอบเขตของปัญหาได้ชัดเจน

    FIFO และ FEFO ต้องมี Lot Control หรือไม่?

    ไม่จำเป็นสำหรับสินค้าทุกประเภท แต่ Lot Control ช่วยเพิ่มความแม่นยำอย่างมาก โดยเฉพาะ

    • Food
    • Pharmaceutical
    • Cosmetic
    • Chemical
    • Raw Material -สินค้าที่ต้อง Traceability

    ข้อมูลที่ Warehouse ควรสามารถเชื่อมโยงได้ เช่น

    SKU → Lot → Received Date → Manufacturing Date → Expiry Date → Location → Quantity

    เมื่อมีข้อมูลครบ ระบบสามารถแนะนำ Picking Sequence ได้อัตโนมัติ

    Warehouse Layout มีผลต่อ FIFO หรือ FEFO หรือไม่?

    มีมาก

    แม้ระบบกำหนดให้หยิบ Lot เก่าก่อน แต่หาก Physical Layout ทำให้สินค้าเก่าถูกวางอยู่หลังสินค้าใหม่ การทำ FIFO จริงจะยากขึ้น

    Warehouse จึงต้องออกแบบทั้ง

    • Location
    • Rack
    • Flow
    • Putaway
    • Picking Path

    ให้สัมพันธ์กับ Stock Rotation Policy

    ตัวอย่าง Rack บางประเภทสามารถรองรับ FIFO ได้ดี เพราะรับสินค้าจากด้านหนึ่งและหยิบออกอีกด้านหนึ่ง

    ในขณะที่ระบบจัดเก็บบางรูปแบบอาจมีลักษณะใกล้กับ LIFO มากกว่า

    Putaway คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ FIFO อย่างไร?

    Putaway คือกระบวนการนำสินค้าที่ Receive เข้าคลังไปจัดเก็บใน Location ที่เหมาะสม

    หาก Putaway ผิดตั้งแต่ต้น FIFO หรือ FEFO ก็สามารถทำงานได้ยาก

    ตัวอย่างเช่น

    Lot เก่าอยู่ Rack ด้านหลัง

    แต่ Lot ใหม่ถูกวางปิดด้านหน้า

    แม้ WMS จะแจ้งให้พนักงานหยิบ Lot เก่า แต่ Operation ต้องเสียเวลาเคลื่อน Lot ใหม่ออกก่อน

    จึงควรออกแบบ Putaway Rule ให้สอดคล้องกับ Picking Rule

    WMS ช่วย FIFO และ FEFO ได้อย่างไร?

    Warehouse Management System หรือ WMS สามารถช่วยควบคุมข้อมูลและลำดับ Picking ได้ เช่น

    • Received Date
    • Lot
    • Batch
    • Expiry Date
    • Location
    • Quantity
    • Stock Status

    เมื่อมี Order ระบบสามารถกำหนดให้ Picker ไปยัง Location ที่ควรหยิบก่อนตาม Policy

    ตัวอย่าง

    FEFO Rule:
    เลือก Lot ที่ Expiry Date ใกล้ที่สุดก่อน

    หาก Expiry เท่ากัน

    ใช้

    FIFO Rule:
    เลือก Lot ที่ Received Date เก่ากว่าก่อน

    ทำให้ Warehouse สามารถใช้หลาย Logic ร่วมกันได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงระบบเดียวตลอดทั้งคลัง

    ธุรกิจหนึ่งใช้ทั้ง FIFO และ FEFO ได้หรือไม่?

    ได้ และในความเป็นจริงมักเหมาะกว่าการบังคับใช้ Rule เดียวกับสินค้าทุกประเภท

    ตัวอย่าง Warehouse มี

    สินค้า A – Electronic Accessory
    ใช้ FIFO

    สินค้า B – Snack
    ใช้ FEFO

    สินค้า C – Pharmaceutical Product
    ใช้ FEFO พร้อม Lot Control

    สินค้า D – Packaging Material
    ใช้ FIFO

    ระบบ Warehouse ควรตั้ง Picking Rule ในระดับ SKU หรือ Product Group มากกว่ากำหนดทุกสินค้าเหมือนกัน

    LIFO ใช้ร่วมกับสินค้าอื่นในคลังเดียวกันได้หรือไม่?

    ได้ หาก Physical Storage ของสินค้านั้นเหมาะสม

    ตัวอย่าง Warehouse หนึ่งสามารถมี

    • FEFO สำหรับอาหาร
    • FIFO สำหรับ General Goods
    • LIFO สำหรับ Bulk Material บางประเภท

    ได้พร้อมกัน

    สิ่งสำคัญคือ WMS และทีม Operation ต้องรู้ว่าสินค้าแต่ละ SKU ใช้ Rule ใด ไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสนในการ Picking

    สินค้านำเข้าควรใช้ FIFO หรือ FEFO?

    ขึ้นอยู่กับ Product ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นสินค้านำเข้าหรือสินค้าไทย

    แต่สินค้านำเข้ามีเรื่องที่ควรพิจารณาเพิ่มคือ Transit Time

    ตัวอย่างอาหารนำเข้ามี Shelf Life 12 เดือน

    • Production และรอส่งออก = 1 เดือน
    • Sea Freight = 1 เดือน
    • Customs + Distribution = 0.5 เดือน

    เมื่อเข้าคลังไทย อาจเหลือ Shelf Life ประมาณ 9.5 เดือน

    ดังนั้น Importer ควรบันทึก Expiry ตั้งแต่ Receiving และใช้ FEFO เพื่อบริหาร Remaining Shelf Life ให้เหมาะสม

    Internal Link แนะนำ: รวม 4 ขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรรู้ นำเข้าอาหารต้องขอ อย. อย่างไร

    FIFO ช่วยลด Dead Stock ได้อย่างไร?

    Dead Stock คือ Stock ที่ค้างจนไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามปกติ

    FIFO ช่วยป้องกันปัญหาสินค้าเก่าถูก Stock ใหม่หมุนออกก่อนอย่างต่อเนื่อง

    แต่ FIFO เพียงอย่างเดียวไม่ได้แก้ Dead Stock ทั้งหมด

    ธุรกิจยังต้องดู

    • Sales Velocity
    • Demand Forecast
    • Reorder Point
    • Safety Stock
    • Promotion
    • SKU Performance

    เพราะถ้าสั่งสินค้ามากกว่าความต้องการ ต่อให้หยิบแบบ FIFO ก็ยังสามารถเกิด Stock ค้างได้

    FEFO ช่วยลด Waste ได้อย่างไร?

    FEFO ช่วยระบุว่าสินค้าใดมีเวลาขายเหลือน้อยที่สุด

    ธุรกิจจึงสามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อ เช่น

    • Priority Picking
    • Promotion
    • Discount
    • Transfer Stock
    • แจ้ง Sales Team
    • หยุด Replenishment ชั่วคราว

    แทนที่จะพบสินค้าเมื่อหมดอายุแล้ว

    จึงควรใช้ FEFO ร่วมกับ Expiry Monitoring ไม่ใช่รอให้ระบบเลือกสินค้าเฉพาะตอนมี Order

    Remaining Shelf Life คืออะไร?

    Remaining Shelf Life คือระยะเวลาที่สินค้าเหลือก่อนถึง Expiry หรือ Best Before ตามเกณฑ์ที่ธุรกิจใช้

    ตัวอย่าง

    สินค้าอายุทั้งหมด 12 เดือน

    เมื่อเข้า Warehouse เหลือ 8 เดือน

    Remaining Shelf Life = 8 เดือน

    Buyer บางรายอาจกำหนดว่าเมื่อ Delivery สินค้าต้องเหลืออายุไม่น้อยกว่าระดับที่ตกลงกัน

    ดังนั้น FEFO ต้องทำงานร่วมกับ Customer Requirement

    ไม่ใช่เพียงหยิบสินค้าที่หมดอายุก่อนออกไปโดยไม่สนว่า Remaining Shelf Life เพียงพอสำหรับลูกค้าหรือไม่

    อะไรทำให้ FIFO หรือ FEFO ใช้งานจริงไม่สำเร็จ?

    ปัญหาที่พบได้ เช่น

    • ไม่มี Lot Number
    • ไม่บันทึก Expiry
    • วันหมดอายุบนสินค้ากับระบบไม่ตรง
    • Putaway ผิด Location
    • พนักงานหยิบ Lot ที่ใกล้มือที่สุด
    • สินค้าเก่าถูก Stock ใหม่บัง
    • ไม่มี Cycle Count
    • ระบบ Stock ไม่ Real-time
    • Barcode ผิด
    • ไม่กำหนด Picking Rule ต่อ SKU
    • ไม่มีการตรวจสินค้าก่อน Dispatch

    ดังนั้น Stock Rotation ไม่ใช่หน้าที่ของพนักงาน Picker เพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบ Process ตั้งแต่ Receiving

    กระบวนการ FEFO ที่ดีควรเริ่มตั้งแต่ Receiving

    ตัวอย่าง Flow

    1. Receiving

    ตรวจ

    • SKU
    • Quantity
    • Lot
    • Expiry Date
    • Condition

    2. System Entry

    บันทึก Lot และ Expiry เข้า WMS

    3. Putaway

    จัด Location ให้สามารถเข้าถึง Lot ตามลำดับ

    4. Picking

    ระบบเลือกสินค้าที่ Expire ก่อน

    5. Checking

    ตรวจ SKU, Lot และ Quantity ก่อน Packing

    6. Dispatch

    บันทึกว่าสินค้า Lot ใดถูกส่งให้ลูกค้ารายใด

    เมื่อทำครบจะเกิด Traceability ตลอด Warehouse Process

    FIFO และ FEFO เกี่ยวข้องกับการส่งออกอย่างไร?

    ธุรกิจส่งออกต้องบริหาร Stock ให้สอดคล้องกับ Lead Time ไปประเทศปลายทาง

    ตัวอย่างเช่นสินค้าจะหมดอายุอีก 3 เดือน

    แม้ Warehouse สามารถ Dispatch ได้วันนี้ แต่หาก

    • Sea Freight ใช้เวลานาน
    • Import Clearance ใช้เวลา
    • Distributor ต้องเก็บ Stock
    • Retailer ต้องการ Remaining Shelf Life สูง

    สินค้า Lot นี้อาจไม่เหมาะกับ Export Order

    จึงควรพิจารณา

    Expiry + Transit Time + Customer Requirement

    ร่วมกันก่อน Shipping

    FIFO, LIFO และ FEFO ไม่ใช่เรื่องเดียวกับ Shipping Method

    หลักการเหล่านี้ใช้บริหาร Stock ใน Warehouse

    ไม่ได้กำหนดว่าสินค้าต้องส่งด้วย

    • Air Freight
    • Sea Freight
    • Road Freight

    แต่ Mode of Transport มีผลต่อ Lead Time ซึ่งกลับมามีผลต่อ Stock Planning โดยเฉพาะสินค้าที่มี Shelf Life

    สินค้าที่ Expiry ใกล้มากอาจไม่เหมาะกับ Sea Freight แม้ระบบ FEFO จะเลือก Lot ถูกต้องแล้วก็ตาม

    Checklist เลือก FIFO, LIFO หรือ FEFO

    ก่อนเลือกหลักการจัด Stock ควรถาม

    • สินค้ามี Expiry Date หรือไม่
    • มี Best Before หรือไม่
    • คุณภาพลดลงตามเวลาหรือไม่
    • มี Lot / Batch หรือไม่
    • สินค้าเข้าคลังบ่อยแค่ไหน
    • มีหลาย Supplier หรือไม่
    • Shelf Life ของแต่ละ Lot เท่ากันหรือไม่
    • Customer กำหนด Remaining Shelf Life หรือไม่
    • Physical Layout รองรับการหยิบแบบใด
    • WMS สามารถ Track Lot และ Expiry หรือไม่

    จากนั้นสามารถเลือกได้ว่า

    ไม่มี Expiry แต่ต้องหมุน Stock → FIFO

    มี Expiry ชัดเจน → FEFO

    ไม่มี Expiry และ Physical Flow เหมาะกับการหยิบของใหม่ก่อน → อาจพิจารณา LIFO

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FIFO, LIFO และ FEFO (FAQ)

    FIFO คืออะไร?

    FIFO หรือ First In, First Out คือสินค้าที่เข้าคลังก่อนถูกหยิบออกก่อน เหมาะกับการหมุน Stock และลดปัญหาสินค้าเก่าค้างคลัง

    FEFO ต่างจาก FIFO อย่างไร?

    FIFO ดูวันที่รับเข้า ส่วน FEFO ดูวันหมดอายุ หากสินค้าเข้าทีหลังแต่หมดอายุก่อน FEFO จะเลือกสินค้านั้นออกก่อน

    อาหารควรใช้ FIFO หรือ FEFO?

    หากมี Expiry Date ชัดเจน โดยทั่วไป FEFO เหมาะกว่า เพราะจัดลำดับจากวันหมดอายุ ไม่ใช่เพียงวันที่สินค้าเข้าคลัง

    LIFO เหมาะกับอาหารหรือไม่?

    โดยทั่วไปไม่เหมาะ เพราะการหยิบสินค้าใหม่ออกก่อนสามารถทำให้สินค้าเก่าค้างจนเสื่อมหรือหมดอายุ

    คลังหนึ่งแห่งใช้ทั้ง FIFO และ FEFO ได้หรือไม่?

    ได้ และมักเหมาะสมกว่าการใช้ Rule เดียวกับทุก SKU โดยสินค้าทั่วไปอาจใช้ FIFO ส่วนสินค้าที่มี Expiry ใช้ FEFO

    ต้องมี WMS ถึงจะทำ FIFO หรือ FEFO ได้หรือไม่?

    ไม่จำเป็นสำหรับ Operation ขนาดเล็ก แต่ WMS ช่วยลด Human Error และสามารถควบคุม Lot, Expiry, Location และ Picking Sequence ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อจำนวน SKU และ Order เพิ่มขึ้น

    บริการ Warehousing และ Logistics กับ CPL INTER

    CPL INTER ให้บริการด้าน Warehousing และขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ พร้อมบริการ Packing, Shipping Documents และพิธีการศุลกากรตาม Service Scope ของ Shipment

    การวางระบบคลังสินค้าที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งประเภทสินค้า Lot, Expiry, ปริมาณ Stock และรูปแบบการกระจายสินค้า เพื่อเลือกระหว่าง FIFO, FEFO หรือหลักการจัดการ Stock ที่เหมาะกับ Operation จริง

    สำหรับธุรกิจที่มีการนำเข้า–ส่งออก สามารถเตรียมรายละเอียดสินค้า จำนวน SKU ปริมาณ Shipment ขนาด น้ำหนัก และรูปแบบการจัดเก็บ เพื่อให้ทีม CPL INTER ช่วยวางแนวทาง Logistics และ Warehousing ที่เหมาะสมกับสินค้า

    โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426
    LINE: @cplinter

    เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015

    บทความอื่น ๆ