
แพ็กสินค้าอย่างไรให้ปลอดภัย? 5 วิธีลดความเสียหายระหว่างขนส่งไปต่างประเทศ
22 กรกฎาคม 2569
การแพ็กสินค้าเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนขนส่งไปต่างประเทศ เพราะระหว่างทางสินค้าอาจผ่านการรับสินค้า คัดแยก ขนถ่าย เข้า Warehouse โหลดขึ้นรถ เครื่องบิน เรือ หรือ Container ก่อนถูกส่งต่อไปยังปลายทาง
หาก Packaging ไม่เหมาะสม สินค้าอาจเคลื่อนตัวภายในกล่อง ถูกกดทับ กระแทก แตก หัก รั่วซึม หรือทำให้บรรจุภัณฑ์เสียรูปได้ โดยเฉพาะ Shipment ระหว่างประเทศที่มีระยะทางไกลและอาจผ่านการ Handling หลายครั้ง
การแพ็กที่ดีจึงไม่ได้หมายถึงการใช้วัสดุจำนวนมากที่สุด แต่ต้องเลือก Packaging ให้เหมาะกับ สินค้า + ความเสี่ยง + วิธีขนส่ง
ก่อนแพ็กสินค้าไปต่างประเทศ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
ก่อนเลือกกล่องหรือวัสดุกันกระแทก ควรพิจารณาข้อมูลของสินค้าก่อน เช่น
- ประเภทสินค้า
- ขนาดและน้ำหนัก
- ความเปราะบาง
- มูลค่าสินค้า
- จำนวนสินค้า
- รูปร่างของสินค้า
- มีของเหลวหรือไม่
- มีส่วนที่แตกหักง่ายหรือไม่
- ต้องควบคุมอุณหภูมิหรือความชื้นหรือไม่
- รูปแบบการขนส่ง
- ระยะเวลาขนส่ง
- วิธีการ Handling
- ประเทศปลายทาง
สินค้า 2 ชิ้นที่มีน้ำหนักเท่ากันอาจต้องใช้ Packaging ต่างกันอย่างมาก เช่น เครื่องจักรโลหะกับงานเซรามิก เพราะความเสี่ยงต่อแรงกระแทกไม่เหมือนกัน
1. เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสินค้า
จุดเริ่มต้นของการ Packing คือเลือกบรรจุภัณฑ์ภายนอกให้เหมาะกับสินค้า
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่
- Carton Box
- Double Wall Carton
- Wooden Crate
- Wooden Case
- Pallet
- Plastic Container
- Protective Case
สินค้าเบาทั่วไปอาจใช้กล่องกระดาษที่มีความแข็งแรงเพียงพอ แต่สินค้าที่มีน้ำหนักมาก มูลค่าสูง แตกง่าย หรือเป็น Machinery อาจต้องใช้ Wooden Crate หรือ Pallet เพิ่มเติม
ไม่ควรเลือกกล่องจากขนาดสินค้าเพียงอย่างเดียว ต้องเผื่อพื้นที่สำหรับ Cushioning และพิจารณาว่าน้ำหนักของสินค้าจะทำให้กล่องเสียรูปหรือไม่
เลือกกล่องใหญ่เผื่อไว้ ดีกว่าหรือไม่?
ไม่เสมอไป
หากกล่องใหญ่เกินความจำเป็นจะเกิดพื้นที่ว่างภายในมากขึ้น ทำให้สินค้าเคลื่อนตัวระหว่าง Handling และต้องใช้วัสดุกันกระแทกเพิ่ม
สำหรับ Air Freight หรือ Air Courier กล่องที่ใหญ่ขึ้นยังสามารถทำให้ Volumetric Weight เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าขนส่งสูงขึ้นด้วย
เป้าหมายคือเลือกขนาดกล่องที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับปกป้องสินค้า แต่ไม่ใหญ่เกินความจำเป็น
2. ห่อสินค้าและใช้วัสดุกันกระแทกให้เหมาะสม
Bubble Wrap เป็นวัสดุที่นิยมใช้สำหรับป้องกันแรงกระแทก แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดใช้ Bubble Wrap อย่างเดียวแล้วเพียงพอ
วัสดุกันกระแทกสามารถมีได้หลายรูปแบบ เช่น
- Bubble Wrap
- Foam
- Foam Sheet
- Air Cushion
- Paper Cushion
- Corner Protector
- Molded Foam
- Protective Sleeve
สินค้าที่มีมุมหรือส่วนยื่นควรป้องกันบริเวณดังกล่าวเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่รับแรงกระแทกได้ง่าย
ห่อกันกระแทกยิ่งแน่น ยิ่งปลอดภัยหรือไม่?
ไม่จำเป็น
สินค้าบางประเภท เช่น กระจก เซรามิก หรืออุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนยื่นออกมา อาจเสียหายได้หาก Cushioning ถูกอัดแน่นจนแรงจากภายนอกส่งผ่านเข้าสู่สินค้าโดยตรง
การ Packing ที่เหมาะสมต้องสร้างสมดุลระหว่าง
- การยึดสินค้าให้อยู่กับที่
- การมีพื้นที่สำหรับดูดซับแรงกระแทก
จึงควรเลือกชนิดและความหนาของวัสดุกันกระแทกให้สัมพันธ์กับน้ำหนักและความเปราะบางของสินค้า
3. ลดช่องว่างภายในกล่อง ป้องกันสินค้าเคลื่อนตัว
หลังวางสินค้าในกล่อง ควรตรวจว่าสินค้ายังสามารถเลื่อนไปมาได้หรือไม่
หากมีพื้นที่ว่างมาก เมื่อกล่องถูกยก วางเอียง หรือขนถ่าย สินค้าจะเคลื่อนที่และกระแทกกับผนังกล่องหรือสินค้าชิ้นอื่นได้
สามารถใช้ Void Fill เช่น
- กระดาษ
- Air Pillow
- Foam
- Cushion Material
เพื่อช่วยลดการเคลื่อนตัว
แต่ไม่ควรใส่วัสดุจนแน่นเกินไป เพราะอาจสร้างแรงกดโดยเฉพาะกับสินค้าที่เปราะบาง
หากบรรจุหลายชิ้นในกล่องเดียว ควรแยกสินค้าไม่ให้กระแทกกันโดยตรงด้วย
4. ปิดผนึกกล่องและเสริมความแข็งแรงให้เหมาะกับน้ำหนัก
เมื่อสินค้าอยู่ในกล่องเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการ Seal Package
ควรเลือก Packing Tape ที่เหมาะกับน้ำหนักและพื้นผิวของกล่อง และปิดบริเวณรอยต่อให้แน่น
สินค้าที่มีน้ำหนักมากอาจต้องเสริม
- Strapping
- Corner Protector
- Stretch Film
- Pallet
- Wooden Crate
ตามความเหมาะสม
หากใช้ Pallet ควรวางสินค้าให้มี Balance และหลีกเลี่ยง Package ยื่นออกนอก Pallet เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการกระแทกในระหว่าง Handling
ลังไม้เหมาะกับสินค้าแบบไหน?
Wooden Crate มักเหมาะกับสินค้าที่
- น้ำหนักมาก
- มีมูลค่าสูง
- แตกหักง่าย
- เป็นเครื่องจักร
- มีรูปทรงไม่เหมาะกับ Carton
- ต้องการ Protection เพิ่มขึ้น
แต่การใช้ลังไม้ทำให้น้ำหนักและ Dimension หลัง Packing เพิ่มขึ้น จึงต้องนำมาคำนวณ Logistics Cost ด้วย
หากใช้วัสดุไม้ในการขนส่งระหว่างประเทศ ควรตรวจ Requirement ด้าน Wooden Packaging และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับประเทศปลายทางก่อน
Internal Link แนะนำ: การตีลังไม้ ข้อดี–ข้อเสีย
5. ตรวจ Package และข้อมูลก่อนส่งสินค้า
ก่อนส่งมอบสินค้าให้ Carrier หรือ Freight Forwarder ควรตรวจ Package Final อีกครั้ง
ตัวอย่าง Checklist ได้แก่
- กล่องไม่มีรอยฉีกขาด
- สินค้าไม่เคลื่อนตัวภายใน
- Tape ปิดแน่น
- Packaging รองรับน้ำหนักได้
- ไม่มีของเหลวรั่วซึม
- Shipping Marks ถูกต้อง
- Package Number ครบ
- Gross Weight ถูกต้อง
- Dimension หลัง Packing ถูกต้อง
- Handling Mark ครบตามความเหมาะสม
- Label ไม่ถูกสายรัดหรือ Stretch Film บัง
หากสินค้ามีหลาย Package ควรตรวจจำนวนให้ตรงกับ Packing List ก่อน Pickup
Internal Link แนะนำ: Shipping Marks คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการขนส่งระหว่างประเทศ
Packing มีผลต่อค่าขนส่งหรือไม่?
มีผลโดยตรง เพราะหลัง Packing แล้วทั้งขนาดและน้ำหนักของ Package สามารถเพิ่มขึ้นได้
สำหรับ Air Freight หรือ Air Courier การคิดค่าขนส่งมักมีการเปรียบเทียบ Actual Weight กับ Volumetric Weight
หากเลือกกล่องใหญ่เกินความจำเป็น Volumetric Weight อาจเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรลดขนาดกล่องจนไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับวัสดุกันกระแทก
เป้าหมายคือเลือก Packaging ที่
ปกป้องสินค้าได้ดี + ไม่เพิ่มขนาดและน้ำหนักเกินความจำเป็น
Actual Weight กับ Volumetric Weight เกี่ยวกับ Packing อย่างไร?
Actual Weight คือ น้ำหนักจริงของ Package หลัง Packing
ส่วน Volumetric Weight คำนวณจาก Dimension ของ Package เพื่อสะท้อนพื้นที่ที่ใช้ในการขนส่ง
ดังนั้นแม้ตัวสินค้าจะมีน้ำหนักไม่มาก แต่หาก Packaging มีขนาดใหญ่ ก็สามารถมี Chargeable Weight สูงขึ้นได้
ตัวอย่างเช่นสินค้าเบาแต่มีขนาดใหญ่ เช่น
- โคมไฟ
- ของตกแต่งบ้าน
- สินค้าจักสาน
- Cushion
- Packaging Material
อาจมีต้นทุน Air Freight สูงจาก Volume มากกว่าน้ำหนักจริง
จึงควรวัด กว้าง × ยาว × สูง หลัง Packing เสร็จแล้ว ก่อนขอ Final Freight Quote
Internal Link แนะนำ: น้ำหนักในการจัดส่งสินค้าแตกต่างกันอย่างไร
Packing สำหรับ Air, Sea และ Road เหมือนกันหรือไม่?
หลักการพื้นฐานเหมือนกัน คือป้องกันสินค้าไม่ให้เสียหาย แต่ความเสี่ยงของแต่ละ Mode of Transport แตกต่างกัน
Air Freight / Air Courier
สินค้าอาจผ่านระบบคัดแยกและ Handling หลายครั้ง จึงควรให้ความสำคัญกับ
- Shock Protection
- กล่องที่แข็งแรง
- Dimension
- Chargeable Weight
- Label ที่ชัดเจน
สินค้าบางประเภท เช่น Battery, Liquid หรือ Dangerous Goods ยังมีข้อกำหนดด้าน Packaging เพิ่มเติม
Internal Link แนะนำ: Air Cargo คืออะไร? ขนส่งสินค้าทางอากาศ เหมาะกับสินค้าแบบไหน
Sea Freight
สินค้าทางเรืออาจอยู่ใน Transportation Process นานกว่า และมีความเสี่ยงจาก
- ความชื้น
- Container Condensation
- การ Stack
- แรงกด
- การขนถ่าย
- การเคลื่อนตัวระหว่างการเดินเรือ
จึงอาจต้องให้ความสำคัญกับ Moisture Protection, Pallet หรือ Wooden Packaging เพิ่มขึ้นตามประเภทสินค้า
Road / Cross Border
การขนส่งทางรถต้องพิจารณา
- แรงสั่นสะเทือน
- การเบรก
- สภาพถนน
- การ Stack
- การถ่ายเปลี่ยนรถตาม Route
- LTL หรือ FTL
หากใช้ LTL สินค้าอาจถูก Handling ร่วมกับ Shipment อื่นมากกว่า FTL จึงควรวาง Packaging ให้เหมาะกับลักษณะการขนส่งจริง
สินค้าเปราะบางควรแพ็กอย่างไร?
สินค้าประเภท
- กระจก
- เซรามิก
- เครื่องแก้ว
- Artwork
- Electronic Equipment
- Precision Equipment
ควรให้ความสำคัญกับการไม่ให้สินค้าเคลื่อนตัว และไม่ให้ผิวสินค้าสัมผัสกับผนังกล่องโดยตรง
ควรป้องกัน
- ด้านข้าง
- ด้านบน
- ด้านล่าง
- มุมสินค้า
- ส่วนที่ยื่นออกมา
หากสินค้ามีมูลค่าสูงหรือแตกง่ายมาก อาจพิจารณา Inner Box + Outer Box หรือ Wooden Crate ตามความเหมาะสม
สินค้าที่มีของเหลวควรแพ็กอย่างไร?
สินค้าที่เป็น Liquid มีความเสี่ยงจากการรั่วระหว่าง Handling
ควรตรวจ
- ฝาปิดแน่นหรือไม่
- Container แตกง่ายหรือไม่
- มี Secondary Packaging หรือไม่
- มีวัสดุดูดซับตามความเหมาะสมหรือไม่
- แต่ละขวดแยกจากกันหรือไม่
- Product เข้าข่าย Dangerous Goods หรือไม่
หากเป็นน้ำหอม Chemical, Aerosol หรือของเหลวไวไฟ ไม่ควรพิจารณาเพียงการกันรั่ว แต่ต้องตรวจ Classification และข้อกำหนดการขนส่งด้วย
สินค้าที่มี Battery ต้องมี Packaging พิเศษหรือไม่?
Battery โดยเฉพาะ Lithium Battery มี Requirement ด้าน Transportation ที่ต้องตรวจเป็นรายสินค้า
ข้อมูลที่ควรแจ้งก่อน Booking เช่น
- ประเภท Battery
- Battery อยู่ภายในอุปกรณ์หรือแยกชิ้น
- จำนวน
- Specification
- Watt-hour
- SDS หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องตามกรณี
การ Pack เองโดยไม่ตรวจข้อกำหนดของ Carrier หรือ Airline อาจทำให้สินค้าไม่ได้รับการ Accept
Shipping Marks และ Handling Marks สำคัญกับ Packing อย่างไร?
หลัง Packing เสร็จ ควรติดข้อมูลให้ชัดเจน
Shipping Marks ใช้ระบุ Shipment เช่น
- Consignee
- Destination
- PO Number
- CTN 1/10
- Shipment Reference
ส่วน Handling Marks ใช้บอกวิธีดูแล เช่น
- Fragile
- Keep Dry
- This Side Up
- Do Not Stack
- Handle With Care
Shipping Marks ช่วยเรื่อง Identification ส่วน Handling Marks ช่วยเรื่องการจัดการสินค้า
แต่ Handling Mark ไม่สามารถทดแทน Packaging ที่แข็งแรงได้ การติดคำว่า Fragile บนกล่องไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะไม่ถูกกระแทกระหว่าง Transportation
สินค้าบน Pallet ควรแพ็กอย่างไร?
Pallet ช่วยให้สินค้า Handling ด้วย Forklift หรือ Pallet Jack ได้สะดวกขึ้น
การจัด Pallet ควรพิจารณา
- น้ำหนักกระจายสมดุล
- ไม่ให้ Carton ยื่นออกนอก Pallet
- Carton ด้านล่างรับน้ำหนักได้
- ใช้ Stretch Film อย่างเหมาะสม
- ใช้ Strapping หากจำเป็น
- ใช้ Corner Protector
- ระบุ Shipping Mark ให้มองเห็นได้
ก่อนส่งควรแจ้ง Freight Forwarder ว่าเป็น Stackable หรือ Non-Stackable เพราะมีผลต่อพื้นที่และการจัด Loading
การแพ็กไม่ดีมีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
Packaging ที่ไม่เหมาะสมสามารถทำให้เกิด
- สินค้าแตก
- สินค้าบุบ
- Package ฉีกขาด
- ของเหลวรั่ว
- สินค้าเคลื่อนตัว
- Moisture Damage
- สินค้าหายบางส่วน
- Shipping Label หลุด
- ต้อง Repack
- Shipment ล่าช้า
และในกรณี Claim ความเสียหาย อาจมีการพิจารณาสภาพ Packaging ประกอบด้วย
จึงควรถ่ายภาพสินค้าและ Final Packaging ก่อนส่ง โดยเฉพาะ Shipment มูลค่าสูงหรือสินค้าเปราะบาง
Packing กับ Cargo Insurance เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่?
ไม่ใช่
Packaging มีหน้าที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายทางกายภาพ
ส่วน Cargo Insurance เป็นเครื่องมือสำหรับบริหารความเสี่ยงด้านการเงินเมื่อเกิดเหตุที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขความคุ้มครอง
การมีประกันไม่ได้หมายความว่าสามารถ Packing สินค้าแบบใดก็ได้ เพราะเงื่อนไข Claim อาจพิจารณาเรื่องบรรจุภัณฑ์และสาเหตุของความเสียหายประกอบ
Internal Link แนะนำ: ประกันสินค้าระหว่างประเทศสำคัญอย่างไร
ก่อนขอราคาขนส่ง ควรแพ็กสินค้าให้เสร็จก่อนหรือไม่?
ถ้าต้องการ Final Freight Quote ที่แม่นยำ ควรมีข้อมูลหลัง Packing ให้ใกล้เคียง Final มากที่สุด
ควรแจ้ง
- จำนวน Package
- ขนาดต่อ Package
- Gross Weight ต่อ Package
- ประเภท Packaging
- Stackable / Non-Stackable
- ประเภทสินค้า
- ต้นทาง
- ปลายทาง
หากยัง Packing ไม่เสร็จ สามารถใช้ Estimate เพื่อขอราคาเบื้องต้นได้ แต่ควรแจ้งให้ชัดว่า Dimension และ Weight ยังไม่ใช่ Final เพราะราคาสามารถเปลี่ยนได้หลังวัด Package จริง
5 วิธีแพ็กสินค้าไปต่างประเทศ สรุปแบบเข้าใจง่าย
- 1. เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสินค้า ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป และรองรับน้ำหนักได้
- 2. ใช้วัสดุกันกระแทกให้ถูกประเภท โดยเฉพาะสินค้าเปราะบางและสินค้ามูลค่าสูง
- 3. ลดช่องว่างภายในกล่อง เพื่อไม่ให้สินค้าเคลื่อนตัวระหว่าง Handling
- 4. ปิดผนึกและเสริมความแข็งแรง ด้วย Tape, Strap, Pallet หรือลังไม้ตามความเหมาะสม
- 5. ตรวจ Final Package ก่อนส่ง ทั้ง Shipping Marks, Dimension, Gross Weight และสภาพบรรจุภัณฑ์
Packaging ที่ดีควรช่วยให้สินค้าเดินทางได้อย่างปลอดภัย พร้อมควบคุม Dimension และ Weight ไม่ให้เพิ่มต้นทุน Logistics โดยไม่จำเป็น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแพ็กสินค้าไปต่างประเทศ (FAQ)
ใช้ Bubble Wrap อย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?
ไม่เสมอ ต้องดูน้ำหนัก ความเปราะบาง และ Packaging ภายนอกด้วย Bubble Wrap เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Cushioning ไม่สามารถทดแทนกล่องหรือลังที่แข็งแรงได้ทุกกรณี
ส่งของต่างประเทศต้องตีลังไม้ทุกครั้งหรือไม่?
ไม่จำเป็น สินค้าทั่วไปสามารถใช้ Carton ได้ หากกล่องรองรับน้ำหนักและความเสี่ยงของสินค้าเพียงพอ Wooden Crate เหมาะกับสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องจักร สินค้าหนักหรือเปราะบาง
กล่องใหญ่ทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้นจริงหรือไม่?
มีโอกาส โดยเฉพาะ Air Freight และ Air Courier เพราะมีการพิจารณา Volumetric Weight ควบคู่กับ Actual Weight
Carrier รับแพ็กสินค้าให้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและ Service บางรายให้บริการเฉพาะ Transportation ขณะที่ Freight Forwarder หรือ Logistics Provider บางแห่งมีบริการ Packing เพิ่มเติม ควรตรวจ Scope ก่อนส่งสินค้า
แพ็กเรียบร้อยแล้วต้องชั่งและวัดใหม่หรือไม่?
ควร เพราะ Freight ใช้ข้อมูล Final Package ทั้ง Gross Weight และ Dimension การใช้ขนาดของตัวสินค้าก่อน Packing อาจทำให้ราคาที่ประเมินคลาดเคลื่อนได้
บริการแพ็กสินค้าก่อนส่งไปต่างประเทศกับ CPL INTER
CPL INTER มีบริการ Packing สำหรับลูกค้าที่ต้องการนำเข้า–ส่งออกสินค้า พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเตรียมสินค้าและบรรจุภัณฑ์ก่อนจัดส่ง
การวางแผน Packing ควรเริ่มจากลักษณะของสินค้า ขนาด น้ำหนัก ความเปราะบาง และวิธีขนส่ง เพื่อเลือกรูปแบบ Packaging ที่ช่วยลดความเสียหายโดยไม่เพิ่มขนาดและต้นทุนโดยไม่จำเป็น
หากไม่แน่ใจว่าสินค้าควรใช้กล่อง วัสดุกันกระแทก Pallet หรือลังไม้ สามารถส่งรายละเอียดสินค้าให้ทีม CPL INTER ช่วยประเมินรูปแบบ Packaging ก่อน Booking ได้
โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426 LINE: @cplinter
เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015


%2520%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A3%2520%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2-%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2-900x507.png%3Fprefix%3Dcms-media&w=3840&q=75)