blog image

    ส่งอาหารแห้งไปต่างประเทศ ต้องเลือกฉลากและบรรจุภัณฑ์อย่างไร?

    22 กรกฎาคม 2569

    Key Takeaways

    • อาหารแห้งไม่ได้หมายความว่าสามารถส่งไปได้ทุกประเทศทันที ต้องตรวจส่วนประกอบและกฎของประเทศปลายทางก่อน
    • ฉลากควรระบุข้อมูลสินค้าอย่างชัดเจน เช่น Product Name, Ingredients, Net Weight, Manufacturer และ Expiry Date ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
    • บรรจุภัณฑ์ต้องช่วยป้องกันความชื้น อากาศ การรั่วซึม กลิ่น และความเสียหายระหว่างขนส่ง
    • Shelf Life ต้องเหลือเพียงพอเมื่อรวม Production, Shipping, Customs และ Distribution
    • หากส่งเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ อาจมีข้อกำหนดด้าน Food Registration, Import Permit หรือ Label เพิ่มจากการส่งเพื่อบริโภคส่วนตัว

    อาหารแห้งเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่นิยมส่งไปต่างประเทศ เพราะสามารถจัดเก็บได้นานกว่าอาหารสดหลายประเภท และไม่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิในทุกกรณี

    แต่คำว่า อาหารแห้ง ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะส่งออกได้โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะประเทศปลายทางสามารถกำหนด Requirement แตกต่างกันตามชนิดอาหาร ส่วนประกอบ วิธีผลิต วัตถุประสงค์การนำเข้า และปริมาณสินค้า

    นอกจากตรวจ Regulation แล้ว สิ่งที่ผู้ส่งควรให้ความสำคัญคือ ฉลากและบรรจุภัณฑ์ เพราะสองส่วนนี้มีผลทั้งต่อการผ่าน Customs, การรักษาคุณภาพสินค้า และความพร้อมในการนำสินค้าไปจำหน่ายที่ปลายทาง

    อาหารแห้งคืออะไร?

    อาหารแห้งคืออาหารที่ผ่านกระบวนการลดความชื้นหรือมีลักษณะที่สามารถเก็บรักษาได้โดยไม่ต้องอยู่ในสภาพเดียวกับอาหารสด

    ตัวอย่างสินค้า เช่น

    • ผลไม้อบแห้ง
    • ถั่วและธัญพืช
    • ขนมอบ
    • อาหารเส้นแห้ง
    • เครื่องดื่มชนิดผง
    • เครื่องปรุงชนิดผง
    • ชาและกาแฟ
    • อาหารทะเลแห้ง
    • อาหารสำเร็จรูปบางประเภท
    • Snack และอาหารแปรรูป

    อย่างไรก็ตาม การจำแนกว่าเป็น “อาหารแห้ง” ในทาง Logistics ไม่ได้ใช้แทน Classification ตามกฎหมายอาหารของประเทศปลายทาง

    ก่อนส่งจึงต้องตรวจ Product Detail จริงอีกครั้ง

    อาหารแห้งทุกประเภทส่งไปต่างประเทศได้หรือไม่?

    ไม่ใช่

    สิ่งสำคัญที่สุดคือ ส่วนประกอบของสินค้า

    อาหารแห้งบางชนิดอาจมีส่วนประกอบ เช่น

    • เนื้อสัตว์
    • ไข่
    • นม
    • Seafood
    • พืชหรือเมล็ดพันธุ์
    • สมุนไพร
    • วัตถุดิบจากสัตว์
    • ส่วนผสมที่ประเทศปลายทางควบคุม

    แม้ตัว Product จะถูกอบแห้งหรือผ่านกระบวนการแปรรูปแล้ว ก็ยังสามารถอยู่ภายใต้ Food Regulation, Animal Quarantine, Plant Quarantine หรือข้อกำหนดเฉพาะอื่นของประเทศปลายทางได้

    จึงไม่ควรดูเพียงว่า

    “เป็นอาหารแห้ง = ส่งได้”

    แต่ควรตรวจ

    สินค้าอะไร + มีส่วนประกอบอะไร + ส่งไปประเทศไหน + ส่งเพื่ออะไร

    ส่งเพื่อกินเองกับส่งไปขาย ต่างกันหรือไม่?

    ต่างกัน

    Shipment ที่ส่งในปริมาณไม่มากเพื่อบริโภคส่วนตัวอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างจาก Commercial Shipment

    หากส่งเพื่อ

    • จำหน่าย
    • ขายผ่าน Marketplace
    • ส่งให้ Distributor
    • ส่งเข้า Retail Store
    • ขายส่ง
    • นำเข้าเป็น Commercial Lot

    ประเทศปลายทางอาจกำหนดเพิ่มเติม เช่น

    • Importer Registration
    • Food Registration
    • Import Permit
    • Product Notification
    • Label Requirement
    • Health Certificate
    • Manufacturer Information
    • Ingredient Documentation

    ดังนั้นผู้ประกอบการไม่ควรใช้เงื่อนไขของการส่งของส่วนตัวมาอ้างอิงกับการส่งสินค้าเชิงพาณิชย์

    ฉลากอาหารแห้งสำคัญอย่างไรกับการส่งออก?

    ฉลากเป็นแหล่งข้อมูลหลักที่ช่วยให้

    • ผู้บริโภคทราบว่าสินค้าคืออะไร
    • Customs และหน่วยงานปลายทางตรวจสอบ Product ได้
    • Importer ตรวจสอบ Ingredient และ Shelf Life
    • Warehouse สามารถแยก Product และ Lot
    • Distributor ตรวจสินค้าก่อนจำหน่าย

    ฉลากที่ไม่ชัดเจนหรือข้อมูลขัดแย้งกับ Shipping Documents สามารถทำให้ต้องขอข้อมูลเพิ่มระหว่าง Customs Clearance ได้

    ฉลากอาหารแห้งควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?

    Requirement จริงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและประเทศปลายทาง แต่ข้อมูลพื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่

    • Product Name
    • Manufacturer Name
    • Manufacturer Address
    • Ingredients
    • Net Weight
    • Production Date ตาม Requirement
    • Expiry Date / Best Before
    • Country of Origin
    • Storage Instruction ตามกรณี
    • Lot / Batch Number ตามระบบสินค้า
    • Allergen Information ตามกรณี
    • Nutrition Information ตาม Requirement
    • Importer Information ตามข้อกำหนดประเทศปลายทาง

    ไม่ควรสรุปว่ารายการเหล่านี้เพียงพอสำหรับทุกประเทศ เพราะ Food Label Regulation ของแต่ละตลาดแตกต่างกัน

    ฉลากต้องเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่?

    ภาษาอังกฤษสามารถช่วยให้ข้อมูลสินค้าเข้าใจได้ง่ายใน International Shipment แต่ไม่ได้หมายความว่าใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวแล้วจะผ่านข้อกำหนดของทุกประเทศ

    บางประเทศกำหนดให้สินค้าที่จำหน่ายต้องมีฉลากเป็นภาษาท้องถิ่น

    ตัวอย่างเช่น Buyer หรือ Importer อาจต้องจัดทำ Label เพิ่มก่อนนำสินค้าเข้าสู่ Retail Market

    ดังนั้นก่อน Print Packaging จำนวนมากควรตรวจ

    • ประเทศปลายทาง
    • Language Requirement
    • Product Category
    • Mandatory Information
    • Importer Requirement

    ให้เรียบร้อยก่อน

    Ingredients ต้องระบุละเอียดแค่ไหน?

    ควรระบุ Ingredient ให้สอดคล้องกับสูตรจริงของสินค้าและข้อกำหนดของตลาดปลายทาง

    ไม่ควรระบุเพียงคำกว้าง ๆ เช่น

    Seasoning

    หรือ

    Food Ingredients

    หากกฎหมายหรือ Buyer ต้องการรายละเอียดมากกว่านั้น

    โดยเฉพาะสินค้าที่มี

    • Milk
    • Egg
    • Peanut
    • Tree Nut
    • Wheat
    • Soy
    • Seafood
    • Sesame

    หรือสารก่อภูมิแพ้อื่น ควรตรวจ Allergen Label Requirement ของประเทศปลายทางเพิ่มเติม

    วันหมดอายุควรแสดงอย่างไร?

    อาหารแห้งมักมี Shelf Life ยาวกว่าอาหารสด แต่รูปแบบการแสดงวันที่อาจแตกต่างกันตามสินค้าและประเทศ เช่น

    • Expiry Date
    • Best Before
    • Use By

    ผู้ผลิตควรใช้รูปแบบที่เหมาะกับ Product และ Requirement ของตลาด

    ควรระวัง Format วันที่ด้วย เช่น

    03/08/2027

    บางประเทศอาจตีความเป็น 3 สิงหาคม ขณะที่บางประเทศอาจตีความเป็น 8 มีนาคม

    หากส่งไปต่างประเทศควรเลือกรูปแบบวันที่ที่ลดความกำกวม เช่น

    03 AUG 2027

    เมื่อข้อกำหนดอนุญาต

    Shelf Life ต้องเหลือเท่าไรจึงจะส่งออกได้?

    ไม่มีจำนวนเดือนเดียวที่ใช้ได้กับอาหารทุกประเภทและทุกประเทศ

    ต้องพิจารณาจาก

    • อายุสินค้าทั้งหมด
    • Requirement ของ Importer
    • Requirement ของ Retailer
    • Shipping Lead Time
    • Customs Clearance
    • Distribution Time
    • ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการขายสินค้า

    ตัวอย่างเช่นสินค้าเหลืออายุ 2 เดือน อาจยังไม่หมดอายุ แต่หากใช้เวลา Shipping และ Distribution รวมหลายสัปดาห์ Buyer อาจไม่รับสินค้าเพราะ Remaining Shelf Life ไม่เพียงพอ

    จึงควรตกลง Minimum Remaining Shelf Life กับ Buyer ก่อน Production และ Shipment

    Country of Origin ต้องใส่บนฉลากหรือไม่?

    ขึ้นอยู่กับ Product และข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

    ข้อความ เช่น

    Made in Thailand

    หรือ

    Product of Thailand

    สามารถใช้ระบุ Origin ตามรูปแบบที่เหมาะสม แต่ต้องมั่นใจว่า Origin ที่แสดงถูกต้องกับสินค้าจริง

    Country of Origin ไม่ควรถูกกำหนดจากประเทศที่สินค้าเดินทางออกเพียงอย่างเดียว

    หากต้องการใช้สิทธิ FTA ยังต้องตรวจ Rules of Origin และ Proof of Origin เพิ่มเติมด้วย

    Internal Link แนะนำ: Certificate of Origin คืออะไร? รู้จักประเภท C/O และเอกสารที่ต้องใช้

    บรรจุภัณฑ์อาหารแห้งควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

    Packaging ที่เหมาะสมควรช่วยป้องกันปัจจัยที่ทำให้สินค้าเสื่อมคุณภาพ เช่น

    • ความชื้น
    • อากาศ
    • แสง
    • กลิ่น
    • ฝุ่น
    • สิ่งปนเปื้อน
    • การรั่ว
    • การแตก
    • การกดทับ

    วัสดุที่ใช้จึงต้องเหมาะกับ Product ไม่ใช่เลือกจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว

    ตัวอย่าง Packaging ที่พบได้ เช่น

    • Plastic Pouch
    • Laminated Bag
    • Aluminum Foil Bag
    • Plastic Jar
    • Glass Jar
    • Can
    • Vacuum Bag
    • Sealed Container
    • Carton Box ภายนอก

    Packaging ชั้นที่สัมผัสอาหารโดยตรงต้องเหมาะกับการใช้งานกับอาหารด้วย

    อาหารแห้งควร Vacuum Seal หรือไม่?

    ขึ้นอยู่กับสินค้า

    Vacuum Packaging สามารถช่วยลดอากาศภายใน Package และเหมาะกับสินค้าบางประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารแห้งทุกอย่างควร Vacuum

    ควรดู

    • Texture
    • Product Shape
    • Moisture
    • Shelf Life
    • Packaging Material
    • Food Safety Requirement

    สินค้าเปราะบางบางชนิดอาจเสียรูปเมื่อ Vacuum แน่นเกินไป

    ผู้ผลิตจึงควรออกแบบ Packaging ตามคุณสมบัติของ Product มากกว่าการใช้วิธีเดียวกับสินค้าทุกชนิด

    ทำไมความชื้นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอาหารแห้ง?

    อาหารแห้งจำนวนมากต้องการรักษาความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

    หาก Packaging ป้องกัน Moisture ได้ไม่ดี อาจเกิด

    • สินค้านิ่ม
    • จับตัวเป็นก้อน
    • สูญเสียความกรอบ
    • สีหรือกลิ่นเปลี่ยน
    • Shelf Life ลดลง
    • คุณภาพลดลงระหว่าง Transportation

    โดยเฉพาะ Sea Freight ที่สินค้าต้องอยู่ระหว่างการขนส่งเป็นระยะเวลานาน ควรพิจารณาความเสี่ยงจากความชื้นมากเป็นพิเศษ

    ใส่สารดูดความชื้นได้หรือไม่?

    สินค้าบางประเภทใช้ Desiccant หรือ Oxygen Absorber เพื่อช่วยรักษาคุณภาพ

    แต่ต้องเลือกชนิดที่เหมาะกับอาหาร และออกแบบให้ไม่เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภค

    หากใช้ควรตรวจ

    • Food Contact Requirement
    • ขนาดที่เหมาะสม
    • Warning
    • วิธีวางภายใน Packaging
    • Requirement ของประเทศปลายทาง

    ไม่ควรนำสารดูดความชื้นทั่วไปมาใส่ใน Food Packaging โดยไม่ตรวจ Specification

    บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสำคัญหรือไม่?

    สำคัญ

    Primary Packaging อาจป้องกันตัวอาหาร แต่สินค้า International Shipment ยังต้องผ่าน

    • Warehouse
    • Truck
    • Sorting
    • Airport หรือ Port
    • Loading
    • Unloading
    • Customs
    • Final Delivery

    จึงต้องมี Secondary หรือ Outer Packaging ที่ช่วยป้องกันแรงกดและแรงกระแทก

    ตัวอย่างเช่น

    Food Pouch → Inner Box → Export Carton

    หรือ

    Glass Jar → Divider → Carton → Pallet

    ตามลักษณะสินค้า

    Internal Link แนะนำ: แพ็กสินค้าอย่างไรให้ปลอดภัย? 5 วิธีลดความเสียหายระหว่างขนส่งไปต่างประเทศ

    กล่องอาหารส่งออกควรแน่นแค่ไหน?

    ควรพอดีกับสินค้าและมี Protection เพียงพอ

    หากกล่องใหญ่เกินไป

    • สินค้าเคลื่อนตัว
    • Package กระแทกกัน
    • ต้องใช้ Void Fill มากขึ้น
    • Volumetric Weight เพิ่มขึ้น

    หากกล่องเล็กหรือแน่นเกินไป

    • Package ภายในอาจถูกบีบ
    • กล่องปริ
    • Product แตกหรือเสียรูป

    ควรทดสอบ Packing ก่อน Production Lot ใหญ่ โดยเฉพาะสินค้าที่มีขวดแก้ว กระป๋อง หรือ Packaging เปราะบาง

    Shipping Marks จำเป็นกับอาหารส่งออกหรือไม่?

    สำหรับ Commercial Shipment การมี Shipping Marks ช่วยให้ตรวจสอบ Package ได้ง่ายขึ้น

    ข้อมูลอาจประกอบด้วย

    • Consignee
    • Destination
    • PO Number
    • Product Reference
    • CTN 1/20
    • CTN 2/20
    • Country of Origin ตาม Requirement

    หากมีหลาย SKU หรือหลาย Lot การจัด Package Number ให้สัมพันธ์กับ Packing List จะช่วยให้ Warehouse และ Buyer ตรวจรับได้สะดวกขึ้น

    Internal Link แนะนำ: Shipping Marks คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการขนส่งระหว่างประเทศ

    อาหาร Homemade ส่งไปต่างประเทศได้หรือไม่?

    ไม่สามารถตอบได้เพียงจากคำว่า Homemade

    ต้องดู

    • ประเทศปลายทาง
    • วัตถุประสงค์
    • ปริมาณ
    • Ingredient
    • วิธีผลิต
    • Label
    • Import Regulation

    การส่งให้เพื่อนหรือครอบครัวในปริมาณน้อย กับการผลิต Homemade Food เพื่อขาย Commercially เป็นคนละกรณีกัน

    หากเป็นการส่งเพื่อจำหน่าย Buyer หรือหน่วยงานปลายทางอาจกำหนด Requirement เรื่องสถานที่ผลิตหรือมาตรฐานเพิ่มเติม

    อาหารที่มีเนื้อสัตว์ส่งไปต่างประเทศได้หรือไม่?

    ต้องตรวจเป็นรายประเทศ

    อาหารที่มีส่วนประกอบจากสัตว์ เช่น

    • หมู
    • ไก่
    • เนื้อวัว
    • ไข่
    • นม
    • Seafood

    อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้าน Animal Health หรือ Food Import เพิ่มเติม

    แม้สินค้าจะผ่านการอบแห้งหรือแปรรูปแล้ว ก็ไม่ควรสรุปว่าสามารถส่งได้โดยอัตโนมัติ

    ก่อน Booking ควรแจ้ง Ingredient ให้ Freight Forwarder และตรวจ Import Requirement ของ Destination ก่อน

    อาหารที่มีเมล็ด พืช หรือสมุนไพรต้องระวังอะไร?

    บางประเทศมีกฎ Biosecurity หรือ Plant Quarantine ที่เข้มงวด

    สินค้าที่ควรตรวจ เช่น

    • เมล็ด
    • ถั่ว
    • สมุนไพร
    • เครื่องเทศ
    • ผลไม้แห้ง
    • ใบชา
    • ผลิตภัณฑ์จากพืช

    อาจต้องตรวจเรื่อง

    • Phytosanitary Requirement
    • Treatment
    • Import Permit
    • Ingredient Restriction
    • Contamination

    ตามประเทศปลายทาง

    จึงควรส่ง Product Detail ก่อนส่งสินค้าเสมอ

    ส่งอาหารแห้งไปอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น หรือออสเตรเลียใช้กฎเดียวกันหรือไม่?

    ไม่เหมือนกัน

    แต่ละประเทศหรือกลุ่มตลาดมีหน่วยงานและระบบควบคุมอาหารของตนเอง

    Requirement สามารถแตกต่างกันเรื่อง

    • Food Registration
    • Importer
    • Label
    • Allergen
    • Nutrition
    • Ingredients
    • Biosecurity
    • Health Certificate
    • Prior Notification
    • Commercial Import

    ดังนั้นไม่ควรนำข้อมูลของประเทศหนึ่งไปใช้กับอีกประเทศโดยอัตโนมัติ

    โดยเฉพาะ Commercial Shipment ควรให้ Importer ประเทศปลายทางยืนยัน Requirement ก่อน Production และ Shipping

    ส่งอาหารแห้งทาง Air Freight หรือ Sea Freight แบบไหนดี?

    ขึ้นอยู่กับ Quantity, Shelf Life และ Cost

    Air Freight เหมาะเมื่อ

    • Shipment ปริมาณไม่มาก
    • ต้องการความเร็ว
    • Sample
    • Trial Order
    • Shelf Life มีข้อจำกัด
    • ต้องเติม Stock เร่งด่วน

    Sea Freight เหมาะเมื่อ

    • Shipment มี Volume มากขึ้น
    • Commercial Lot
    • สามารถวาง Lead Time ได้
    • ต้องการบริหาร Freight ต่อ Unit

    อาหารแห้งหลายชนิดสามารถส่งได้ทั้ง Air และ Sea แต่ต้องดู Packaging ให้เหมาะกับ Transit Time ของแต่ละ Mode

    ส่งอาหารแห้งทาง Courier ได้หรือไม่?

    สินค้าบางประเภทสามารถใช้ Air Courier ได้ แต่ต้องตรวจ

    • Ingredient
    • Quantity
    • Destination
    • Personal หรือ Commercial
    • Carrier Restriction
    • Customs Regulation

    Courier ที่รับ Package ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าที่ประเทศปลายทางโดยอัตโนมัติ

    กฎของ Carrier และกฎของ Customs เป็นคนละส่วนกัน

    เอกสารที่ควรเตรียมก่อนส่งอาหารแห้ง

    Commercial Shipment อาจต้องเตรียมข้อมูล เช่น

    • Commercial Invoice
    • Packing List
    • Product Description
    • Ingredient List
    • Manufacturer Information
    • Country of Origin
    • Transport Document
    • Certificate of Origin ตามกรณี
    • Health / Product Certificate ตาม Requirement
    • Import Permit ของผู้รับตามกรณี
    • Export Permit ตามประเภทสินค้า
    • เอกสารอื่นตามข้อกำหนดประเทศปลายทาง

    Shipment แต่ละประเทศและสินค้าอาจใช้เอกสารไม่เหมือนกัน

    Invoice ควรระบุชื่ออาหารอย่างไร?

    ควรใช้ Product Description ที่ชัดเจน

    ไม่ควรใช้เพียง

    Food

    หรือ

    Dry Food

    หากสามารถระบุได้ละเอียดกว่า

    ตัวอย่างเช่น

    • Dried Mango
    • Roasted Cashew Nuts
    • Instant Rice Noodles
    • Chili Seasoning Powder
    • Dried Seafood Product

    ข้อมูลที่ชัดช่วยให้ Forwarder และ Customs ตรวจสินค้าได้ง่ายขึ้น

    ก่อนส่งอาหารแห้งควรตรวจ HS Code หรือไม่?

    ควรตรวจสำหรับ Commercial Shipment

    HS Code มีผลต่อ

    • Customs Declaration
    • Import Duty
    • FTA
    • Import Requirement
    • Trade Measures

    อาหารที่ดูคล้ายกันอาจใช้ HS Code ต่างกันตาม Ingredient และ Process

    จึงไม่ควรเลือก Code จากชื่ออาหารเพียงอย่างเดียว

    Certificate of Origin ช่วยลดภาษีได้หรือไม่?

    อาจช่วยได้ หากสินค้าและ Route เข้าเงื่อนไข FTA

    ต้องตรวจ

    • HS Code
    • Country of Origin
    • FTA
    • Rules of Origin
    • Tariff Rate
    • Proof of Origin

    การมี C/O ไม่ได้หมายความว่า Import Duty จะเป็น 0% ทุกสินค้า

    ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการส่งอาหารแห้งไปต่างประเทศ

    ปัญหาที่ควรระวัง ได้แก่

    • ไม่ตรวจ Ingredient ก่อนส่ง
    • คิดว่าอาหารแห้งส่งได้ทุกประเทศ
    • Label ไม่มีข้อมูลสำคัญ
    • Expiry Date ไม่ชัด
    • Shelf Life เหลือน้อย
    • Package ไม่ปิดสนิท
    • สินค้าเกิดความชื้น
    • Product ส่งกลิ่นออกจาก Package
    • Carton อ่อนเกินไป
    • จำนวนสินค้าไม่ตรง Packing List
    • ไม่ตรวจ Commercial Import Requirement
    • ส่งสินค้าออกก่อน Importer ยืนยัน Permit

    หลายปัญหาสามารถลดได้ด้วยการ Pre-Check ก่อน Booking

    Checklist ก่อนส่งอาหารแห้งไปต่างประเทศ

    ก่อน Confirm Shipment ควรตรวจ

    • ชื่อสินค้า
    • Ingredient
    • ประเทศปลายทาง
    • Personal หรือ Commercial Shipment
    • Import Requirement
    • Product Registration ตามกรณี
    • Label Requirement
    • Manufacturer Information
    • Country of Origin
    • Shelf Life
    • Expiry Date
    • Primary Packaging
    • Outer Carton
    • Shipping Marks
    • HS Code
    • Commercial Invoice
    • Packing List
    • Certificate / Permit ตามกรณี
    • Air หรือ Sea Freight
    • Delivery Address
    • Importer พร้อมรับสินค้าหรือไม่

    หากตรวจครบก่อน Shipment ออก จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติด Customs และการแก้ Packaging ภายหลัง

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งอาหารแห้งไปต่างประเทศ (FAQ)

    อาหารแห้งส่งไปต่างประเทศได้ทุกชนิดหรือไม่?

    ไม่ได้ทุกชนิด ต้องตรวจ Ingredient และ Regulation ของประเทศปลายทาง โดยเฉพาะสินค้าที่มีเนื้อสัตว์ ไข่ นม พืช หรือส่วนประกอบที่ถูกควบคุม

    อาหารแห้งต้อง Vacuum ทุกอย่างหรือไม่?

    ไม่จำเป็น ต้องเลือก Packaging ให้เหมาะกับ Product บางสินค้าเหมาะกับ Vacuum แต่บางชนิดอาจเสียรูปหรือไม่จำเป็นต้องใช้

    ฉลากภาษาไทยอย่างเดียวส่งไปต่างประเทศได้หรือไม่?

    ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางและวัตถุประสงค์ หากนำไปจำหน่ายอาจต้องใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่นและข้อมูลตาม Food Label Regulation ของประเทศนั้น

    อาหาร Homemade ส่งไปต่างประเทศได้หรือไม่?

    ต้องตรวจเป็นรายประเทศ ปริมาณ และวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะหากส่งเพื่อขายอาจมี Requirement ด้านผู้ผลิตและสินค้าเพิ่มขึ้น

    อาหารแห้งควรส่งทางเครื่องบินหรือทางเรือ?

    ถ้าปริมาณไม่มากหรือต้องการความเร็ว Air Freight อาจเหมาะกว่า ส่วน Commercial Lot ที่มี Volume มากและสามารถวาง Lead Time ได้สามารถพิจารณา Sea Freight

    อาหารแห้งไม่มีเนื้อสัตว์ แปลว่าส่งได้แน่นอนหรือไม่?

    ไม่ใช่ เพราะยังอาจมีข้อกำหนดเรื่อง Ingredient, Plant Product, Label, Import Permit หรือ Regulation อื่นของประเทศปลายทาง

    บริการส่งอาหารแห้งไปต่างประเทศกับ CPL INTER

    CPL INTER ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางรถ พร้อมบริการ Packing, Shipping Documents และพิธีการศุลกากรตาม Service Scope ของ Shipment

    หากต้องการส่งอาหารแห้งไปต่างประเทศ สามารถเตรียมชื่อสินค้า รูปภาพ Ingredient List, Product Label, จำนวน ขนาด น้ำหนัก Shelf Life ประเทศต้นทาง–ปลายทาง และวัตถุประสงค์ในการส่ง เพื่อให้ทีม CPL INTER ช่วยตรวจข้อมูลเบื้องต้นและวางรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสมก่อน Booking

    โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426
    LINE: @cplinter

    เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015

    บทความอื่น ๆ