
ระบบ Paperless ศุลกากร คืออะไร ขั้นตอนลงทะเบียนผู้นำเข้า-ส่งออกฉบับเข้าใจง่าย
22 กรกฎาคม 2569
Key Takeaways
- Paperless เป็นคำที่ใช้เรียกระบบพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้การส่งข้อมูลด้านนำเข้า–ส่งออกและใบขนสินค้าดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
- ผู้ประกอบการที่ต้องการดำเนินกระบวนการทางศุลกากรต้องลงทะเบียนกับกรมศุลกากรก่อน
- ปัจจุบันมีช่องทางลงทะเบียนหลัก ได้แก่ หน่วยบริการของกรมศุลกากร, Customs Trader Portal และ Online Customs Registration
- การลงทะเบียน Paperless ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการต้องทำใบขนสินค้าด้วยตนเอง สามารถแต่งตั้งตัวแทนออกของหรือ Customs Broker ได้
- ควรลงทะเบียนและตรวจสถานะให้เรียบร้อยก่อน Commercial Shipment เพื่อป้องกันสินค้าถึงไทยแล้วไม่สามารถดำเนินพิธีการได้ตามแผน
ก่อนเริ่มนำเข้าหรือส่งออกสินค้าเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการมักพบคำว่า “ลงทะเบียน Paperless” หรือ “เปิด Paperless กับศุลกากร”
คำนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำพิธีการศุลกากร เนื่องจากกระบวนการนำเข้า–ส่งออกในปัจจุบันมีการส่งข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลใบขนสินค้า การชำระอากร หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Customs Clearance
ดังนั้นหากบริษัทหรือบุคคลกำลังจะเริ่มนำเข้า–ส่งออกเพื่อธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่ควรเตรียมก่อน Shipment แรกคือการตรวจว่า ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากรเรียบร้อยแล้วหรือยัง
Paperless ศุลกากร คืออะไร?
คำว่า Paperless ในบริบทของงานศุลกากร ใช้อธิบายการดำเนินพิธีการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เอกสารกระดาษเป็นหลักในแบบเดิม
ระบบดังกล่าวช่วยให้ข้อมูลด้านการนำเข้า–ส่งออกสามารถเชื่อมโยงและส่งให้กรมศุลกากรในรูปแบบ Electronic Data
ตัวอย่างกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เช่น
- การจัดทำใบขนสินค้าขาเข้า
- การจัดทำใบขนสินค้าขาออก
- การส่งข้อมูลสินค้า
- การชำระอากรทางอิเล็กทรอนิกส์
- การเชื่อมโยงข้อมูล Manifest
- การตรวจสถานะ Customs
- การเชื่อมโยงใบอนุญาตหรือข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในบางกรณี
ในปัจจุบันคำที่พบในระบบราชการจะเกี่ยวข้องกับ การลงทะเบียนผู้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรหรือดำเนินการในกระบวนการทางศุลกากร
แต่ในวงการ Logistics ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเรียกสั้น ๆ ว่า
“ลง Paperless”
ใครบ้างที่ควรลงทะเบียน Paperless?
ผู้ประกอบการที่ต้องการดำเนินกระบวนการนำเข้า–ส่งออกกับกรมศุลกากรควรตรวจเรื่องการลงทะเบียน เช่น
- บริษัทที่นำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่าย
- บริษัทที่นำเข้าวัตถุดิบ
- โรงงานที่นำเข้าเครื่องจักรหรือชิ้นส่วน
- ผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าไปต่างประเทศ
- SME ที่เริ่มทำ Import–Export
- บุคคลธรรมดาที่มี Shipment เชิงพาณิชย์ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
- Importer
- Exporter
ไม่ควรรอจนสินค้าเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วค่อยตรวจว่า Registration พร้อมหรือไม่ เพราะอาจกระทบต่อ Customs Clearance และเกิดค่าใช้จ่ายจากการรอสินค้าได้
ลงทะเบียน Paperless แล้วทำอะไรได้บ้าง?
หลังจากมีสถานะลงทะเบียนกับกรมศุลกากรตามขั้นตอนที่กำหนด ผู้ประกอบการจึงสามารถดำเนินงานด้านพิธีการศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนได้
ตัวอย่างเช่น
- นำเข้าสินค้า
- ส่งออกสินค้า
- จัดทำ Customs Declaration
- แต่งตั้งตัวแทนออกของ
- เชื่อมโยงข้อมูลสำหรับการดำเนินพิธีการ
- ดำเนินการด้านอากรและภาษี
- ใช้งานบริการศุลกากรที่เกี่ยวข้องตามสิทธิและประเภททะเบียน
การลงทะเบียนจึงเป็นส่วนหนึ่งของ Infrastructure หลังบ้านสำหรับธุรกิจ Import–Export
Paperless กับ e-Customs เหมือนกันหรือไม่?
เป็นคำที่เกี่ยวข้องกัน แต่ควรเข้าใจบริบทให้ชัด
Paperless เป็นคำที่ใช้กันทั่วไปเพื่อสื่อถึงการทำพิธีการโดยลดการใช้เอกสารกระดาษและใช้ Electronic Data
ส่วน e-Customs หมายถึงระบบและกระบวนการทางศุลกากรในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ในภาพกว้าง
ดังนั้นเวลา Freight Forwarder หรือ Shipping Agent ถามว่า
“บริษัทลง Paperless หรือยัง?”
โดยทั่วไปเขากำลังตรวจว่าผู้ประกอบการมี Registration ที่พร้อมสำหรับดำเนิน Customs Process หรือไม่
ลงทะเบียน Paperless กับเปิดบริษัท Import–Export เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่?
ไม่ใช่
การจดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการลงทะเบียนกับกรมศุลกากรเป็นคนละขั้นตอน
ตัวอย่าง
บริษัท ABC จำกัด จดทะเบียนบริษัทเรียบร้อยแล้วและมีวัตถุประสงค์ด้านการค้า
ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะมีสถานะลงทะเบียนด้านพิธีการศุลกากรโดยอัตโนมัติ
หากต้องการนำเข้า–ส่งออกจริง ต้องตรวจ Registration กับกรมศุลกากรเพิ่มเติม
จึงควรแยกเป็น
Company Registration → Customs Registration → Import / Export Process
ปัจจุบันลงทะเบียนผู้นำเข้า–ส่งออกได้กี่ช่องทาง?
กรมศุลกากรมีช่องทางหลักสำหรับการลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้า–ส่งออก 3 รูปแบบ
1. ลงทะเบียน ณ หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร
ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอที่หน่วยบริการรับลงทะเบียนของกรมศุลกากรตามที่กำหนด
เหมาะกับกรณีที่
- ต้องการยื่นเอกสารกับเจ้าหน้าที่
- รูปแบบผู้ประกอบการไม่รองรับช่องทาง Online บางประเภท
- ต้องการดำเนินการผ่านหน่วยบริการโดยตรง
หากลงทะเบียนที่หน่วยบริการ ผู้มีอำนาจลงนามต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานตามประเภทผู้สมัคร รวมถึงหลักฐานยืนยันตัวตนตามที่กรมศุลกากรกำหนด
ก่อนเดินทางควรตรวจ Checklist ล่าสุด เพราะเอกสารของ
- บุคคลธรรมดา
- นิติบุคคล
- ผู้รับมอบอำนาจ
สามารถแตกต่างกันได้
2. ลงทะเบียนผ่าน Customs Trader Portal
อีกช่องทางคือ Customs Trader Portal
ระบบนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในกลุ่มที่รองรับสามารถดำเนินการ Registration ทาง Online ได้
กลุ่มผู้นำเข้า–ส่งออกที่ระบบรองรับตามเงื่อนไขปัจจุบัน ได้แก่
- บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
- นิติบุคคลที่กรรมการทั้งหมดมีสัญชาติไทย
การใช้งานระบบมีขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่ระบบกำหนด เช่น Application ที่ใช้สำหรับ Identity Verification
สำหรับนิติบุคคล ควรตรวจข้อมูลชื่อบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ตรงกับข้อมูลที่จดทะเบียนไว้ก่อนดำเนินการ
3. ลงทะเบียนผ่าน Online Customs Registration
ผู้ประกอบการสามารถใช้ Online Customs Registration บนระบบของกรมศุลกากรได้อีกช่องทาง
ระบบนี้รองรับการยืนยันตัวตนและการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบที่กำหนด
การดำเนินการอาจเกี่ยวข้องกับ
- Digital Certificate
- Electronic Signature
- ThaID สำหรับผู้ใช้งานบางประเภทที่เข้าเงื่อนไข
รูปแบบที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเภทผู้ประกอบการและผู้มีอำนาจของนิติบุคคล
จึงควรตรวจ Eligibility ของแต่ละช่องทางก่อนเริ่มลงทะเบียน
Digital Certificate คืออะไร?
Digital Certificate คือใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ช่วยยืนยันตัวตนและรองรับ Electronic Signature ในระบบอิเล็กทรอนิกส์
ในกระบวนการทางศุลกากรบางช่องทาง ผู้ประกอบการอาจต้องใช้ Digital Certificate จากผู้ให้บริการ Certificate Authority ที่รองรับ
หน้าที่หลักคือช่วยยืนยันว่า Electronic Data ถูกส่งโดยผู้มีสิทธิหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายตามระบบ
แต่ปัจจุบันบางกรณีมีช่องทางยืนยันตัวตนรูปแบบอื่นเพิ่มเติม ดังนั้นไม่ควรสรุปว่าผู้ประกอบการทุกรายจำเป็นต้องซื้อ Digital Certificate ก่อนเสมอไป
ควรเลือกช่องทางลงทะเบียนก่อน แล้วตรวจ Requirement ของช่องทางนั้น
ThaID ใช้ลงทะเบียนศุลกากรได้หรือไม่?
Online Customs Registration รองรับการยืนยันตัวตนผ่าน ThaID สำหรับผู้สมัครบางประเภทตามเงื่อนไขที่ระบบกำหนด
ตัวอย่างกลุ่มที่ระบบรองรับอาจรวมถึง
- บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
- นิติบุคคลที่มีโครงสร้างกรรมการตามเงื่อนไขที่กำหนด
ดังนั้นบริษัทที่มีกรรมการหลายคน หรือมีกรรมการต่างชาติ ไม่ควรสมมติว่าสามารถใช้ Flow เดียวกันได้
ควรตรวจช่องทางที่เหมาะกับโครงสร้างของบริษัทก่อนลงทะเบียน
ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนลงทะเบียน Paperless?
รายละเอียดเอกสารขึ้นอยู่กับ
- บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
- ช่องทางที่เลือก
- ผู้มีอำนาจ
- การมอบอำนาจ
- รูปแบบการยืนยันตัวตน
แต่ข้อมูลที่ควรเตรียมเบื้องต้น ได้แก่
- ข้อมูลบุคคลหรือบริษัท
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- ข้อมูลผู้มีอำนาจลงนาม
- ชื่อบริษัทภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ที่อยู่บริษัท
- เบอร์โทรศัพท์
- ข้อมูลบัญชีหรือข้อมูลที่ระบบกำหนดตามกรณี
- หนังสือมอบอำนาจ หากมีผู้ดำเนินการแทน
- เอกสารยืนยันตัวตนตามช่องทาง
- Digital Certificate หากช่องทางนั้นกำหนด
เนื่องจาก Requirement สามารถมีการปรับเปลี่ยนได้ ควรดาวน์โหลดแบบคำขอและ Checklist ล่าสุดจากระบบของกรมศุลกากรก่อนยื่นจริง
ขั้นตอนลงทะเบียน Paperless สำหรับผู้นำเข้า–ส่งออก
ภาพรวมสามารถแบ่งได้เป็น 5 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสถานะก่อนว่าบริษัทเคยลงทะเบียนหรือยัง
ก่อนสมัครใหม่ ควรตรวจ Registration เดิมก่อน
โดยเฉพาะบริษัทที่
- เปิดมานาน
- เคยมี Shipment ในอดีต
- เปลี่ยนพนักงาน Logistics
- เปลี่ยน Freight Forwarder
- ไม่ได้ Import–Export มาระยะหนึ่ง
เพราะบริษัทอาจเคยมีข้อมูลอยู่ในระบบแล้ว
หากสมัครซ้ำโดยไม่ได้ตรวจข้อมูลเดิม อาจทำให้เสียเวลาในการแก้ไขข้อมูลภายหลัง
ขั้นตอนที่ 2 เลือกช่องทางลงทะเบียน
เลือกจาก
- หน่วยบริการกรมศุลกากร
- Customs Trader Portal
- Online Customs Registration
โดยดูจากประเภทผู้ประกอบการและรูปแบบผู้มีอำนาจของบริษัท
อย่าเลือกจากความสะดวกเพียงอย่างเดียว เพราะบางช่องทางมี Eligibility ต่างกัน
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมข้อมูลและยืนยันตัวตน
ตรวจ
- ชื่อนิติบุคคล
- เลขทะเบียน
- Tax ID
- ผู้มีอำนาจ
- เบอร์โทร
- เอกสารประกอบ
- Digital Identity
ให้ถูกต้อง
ข้อมูลบริษัทควรตรงกับข้อมูลของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชื่อภาษาอังกฤษของนิติบุคคล
ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการตามระบบจน Registration สมบูรณ์
หากสมัครผ่าน Online System ให้ดำเนินการ
- กรอกข้อมูล
- ยืนยันตัวตน
- Electronic Signature ตามกรณี
- ตรวจข้อมูล
- Submit
จนระบบแจ้งสถานะ Registration ตามขั้นตอนที่กำหนด
หากยื่นผ่านหน่วยบริการ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนตรวจเอกสารของเจ้าหน้าที่
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสถานะก่อนทำ Shipment
หลังลงทะเบียนแล้วควรตรวจสถานะอีกครั้งก่อน Shipment แรก
โดยเฉพาะกรณีที่
- ลงทะเบียนใหม่
- ไม่ได้ใช้งานมานาน
- เปลี่ยนข้อมูลบริษัท
- เปลี่ยนผู้มีอำนาจ
- เปลี่ยนตัวแทนออกของ
เพื่อให้ Shipping Agent สามารถดำเนินการ Customs Declaration ได้ตามแผน
ลงทะเบียนครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไปหรือไม่?
ไม่ควรเข้าใจว่าลงทะเบียนแล้วไม่ต้องตรวจอีกเลย
ข้อมูล Registration อาจต้อง Update เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น
- ชื่อบริษัท
- ที่อยู่
- กรรมการ
- ผู้มีอำนาจ
- ตัวแทนออกของ
- บัญชีหรือข้อมูลที่เชื่อมกับระบบ
- ข้อมูลติดต่อ
นอกจากนี้ หากไม่มีการดำเนินพิธีการเป็นระยะเวลาตามหลักเกณฑ์ ระบบอาจมีสถานะที่ต้องตรวจหรือขอใช้ข้อมูลทะเบียนอีกครั้ง
บริษัทที่กลับมานำเข้า–ส่งออกหลังหยุดไปนานจึงควรให้ Shipping Agent ตรวจ Registration ก่อนสินค้าออกจากต้นทาง
ลงทะเบียน Paperless แล้วต้องทำใบขนเองหรือไม่?
ไม่จำเป็น
ผู้ประกอบการสามารถแต่งตั้ง ตัวแทนออกของ หรือ Customs Broker ให้ดำเนินการพิธีการศุลกากรแทนได้ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง Flow
Importer → ส่งเอกสารให้ Customs Broker → Broker จัดทำใบขน → Importer ตรวจข้อมูล → ส่งข้อมูลเข้าศุลกากร → Customs Clearance
ดังนั้น Paperless Registration คือการทำให้บริษัทมีสถานะพร้อมสำหรับ Customs Process
ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการต้องมีพนักงานคีย์ใบขนเองทุกบริษัท
Customs Broker หรือตัวแทนออกของทำหน้าที่อะไร?
ตัวแทนออกของช่วยดำเนินงานด้านพิธีการศุลกากร เช่น
- ตรวจ Shipping Documents
- ตรวจข้อมูลสำหรับใบขน
- จัดทำ Customs Declaration
- ประสานงาน Customs Process
- ตรวจ Permit ที่เกี่ยวข้อง
- ประสานการตรวจสินค้า
- ประสาน Duty & Tax
- ดำเนินการตาม Service Scope ที่ได้รับมอบหมาย
แต่ Importer หรือ Exporter ยังคงต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสินค้าของตน
ตัวแทนออกของไม่สามารถกำหนดข้อมูลสินค้าแทนผู้ประกอบการโดยไม่มี Product Information ที่เพียงพอ
ลง Paperless แล้วนำเข้าสินค้าอะไรก็ได้หรือไม่?
ไม่ใช่
Registration กับศุลกากรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ Import–Export
สินค้าแต่ละประเภทอาจยังต้องมี
- อย.
- มอก.
- ใบอนุญาตนำเข้า
- ใบอนุญาตส่งออก
- ใบอนุญาตจากหน่วยงานเฉพาะ
- Certificate
- Product Registration
ตัวอย่างเช่นบริษัทลงทะเบียน Paperless เรียบร้อยแล้ว แต่ต้องการนำเข้าอาหาร
ยังต้องตรวจ Requirement ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแยกต่างหาก
Internal Link แนะนำ: รวม 4 ขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรรู้ นำเข้าอาหารต้องขอ อย. อย่างไร
ลง Paperless แล้วไม่ต้องตรวจ HS Code ใช่หรือไม่?
ไม่ใช่
HS Code ยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับ Customs Declaration
มีผลต่อ
- Import Duty
- FTA
- Product Regulation
- Permit
- Trade Measures
- Customs Classification
Registration เป็นการกำหนดสถานะของผู้ประกอบการ
ส่วน HS Code เป็นข้อมูลของสินค้า
จึงเป็นคนละเรื่องกัน
Internal Link แนะนำ: HS CODE สำคัญอย่างไรในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
Paperless เกี่ยวข้องกับใบขนสินค้าอย่างไร?
เมื่อมี Shipment จริง Importer หรือ Exporter ต้องมี Customs Declaration ตามประเภทของธุรกรรม
ข้อมูลใบขนสามารถประกอบด้วย
- Importer / Exporter
- Consignee
- Product Description
- HS Code
- Quantity
- Customs Value
- Country of Origin
- Transport Information
- Duty & Tax
- Permit
- FTA Information
ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งผ่านระบบ Customs ทางอิเล็กทรอนิกส์
ดังนั้น Registration ของผู้ประกอบการจึงต้องพร้อมก่อนการส่งข้อมูลใบขน
Internal Link แนะนำ: ใบขนสินค้าขาเข้า–ขาออก คืออะไร? ขั้นตอนและเอกสารที่ผู้นำเข้า–ส่งออกควรรู้
Paperless เกี่ยวข้องกับการชำระภาษีอย่างไร?
การนำเข้าสินค้าอาจเกิด
- Import Duty
- VAT
- Excise Tax ตามประเภทสินค้า
- อากรหรือภาษีอื่นตามกฎหมาย
ข้อมูลภาษีจะสัมพันธ์กับ Customs Declaration และสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามขั้นตอนศุลกากร
แต่การลง Paperless ไม่ได้ทำให้ภาษีลดลง
จำนวนภาษีขึ้นอยู่กับ
- Customs Value
- HS Code
- Duty Rate
- FTA
- Country of Origin
- Product Type
Internal Link แนะนำ: ราคาศุลกากร (CIF) คืออะไร? พร้อม 4 ขั้นตอนคำนวณภาษีนำเข้าสินค้า
Certificate of Origin ใช้กับ Paperless อย่างไร?
หาก Importer ต้องการใช้ Preferential Tariff ภายใต้ FTA ข้อมูล Certificate of Origin หรือ Proof of Origin อาจต้องนำมาใช้ประกอบ Customs Declaration
ตัวอย่างเช่น
- Form D
- Form E
- Proof of Origin ภายใต้ FTA อื่น
Paperless Registration จึงทำให้ Importer พร้อมดำเนิน Customs Process แต่ยังต้องเตรียม Origin Document ของ Shipment แยกต่างหาก
Internal Link แนะนำ: Form A, Form D และ Form E คืออะไร? ใช้สิทธิภาษีนำเข้า–ส่งออกอย่างไร
ลงทะเบียน Paperless ต้องทำก่อนสินค้าออกจากต่างประเทศหรือไม่?
สำหรับ Commercial Shipment ควรดำเนินการให้เรียบร้อย ก่อนสินค้าออกจากต้นทาง หากเป็น Shipment แรกของบริษัท
เหตุผลคือหากสินค้ามาถึงแล้ว Registration ยังมีปัญหา อาจกระทบ
- Customs Clearance
- Storage
- Demurrage / Detention ตามกรณี
- Warehouse Charge
- Delivery Schedule
- Production Plan
ดังนั้นลำดับที่ปลอดภัยกว่าคือ
ตรวจสินค้า → ตรวจใบอนุญาต → ลงทะเบียน Customs → ตรวจ Shipping Documents → Booking → Shipment
ไม่ควรส่งสินค้าออกก่อนแล้วหวังว่าจะลงทะเบียนทันเมื่อของมาถึง
มือใหม่ Import ควรลง Paperless ตอนไหน?
หากธุรกิจมีแผนจะนำเข้า Commercial Lot ควรเริ่มตรวจตั้งแต่
- เลือก Supplier แล้ว
- กำลังตรวจสินค้าและ HS Code
- ก่อน Confirm Shipment แรก
ไม่จำเป็นต้องรอให้ Container หรือ Air Cargo Ready ก่อน
ช่วงที่ดีที่สุดคือระหว่างเตรียม Import Process เพราะยังมีเวลาแก้ไขข้อมูลบริษัทหรือเอกสารหากพบปัญหา
Paperless สำหรับบุคคลธรรมดากับบริษัทต่างกันหรือไม่?
มีรายละเอียดต่างกัน
กรมศุลกากรมี Registration สำหรับผู้ประกอบการหลายประเภท แต่
- วิธี Identity Verification
- เอกสาร
- Authorized Person
- ช่องทาง Online ที่รองรับ
สามารถแตกต่างกัน
บุคคลธรรมดาจึงไม่ควรใช้ Checklist ของนิติบุคคล และบริษัทก็ไม่ควรใช้ขั้นตอนของบุคคลธรรมดาโดยตรง
บริษัทมีกรรมการต่างชาติลงทะเบียนได้หรือไม่?
การมีกรรมการต่างชาติไม่ได้หมายความว่าบริษัทไม่สามารถลงทะเบียนกับกรมศุลกากรได้
แต่ ช่องทาง Online บางระบบมีข้อจำกัดเรื่องสัญชาติหรือโครงสร้างกรรมการ
ตัวอย่างเช่น Customs Trader Portal สำหรับการลงทะเบียนผู้นำเข้า–ส่งออกมีเงื่อนไขผู้ใช้ที่รองรับ
หากบริษัทไม่เข้าเงื่อนไข ควรเลือกช่องทางอื่นที่กรมศุลกากรกำหนด เช่น Online Customs Registration ในรูปแบบที่รองรับ หรือดำเนินการผ่านหน่วยบริการ
จึงควรตรวจ Eligibility ก่อนเริ่ม Process
เปลี่ยน Freight Forwarder ต้องลง Paperless ใหม่หรือไม่?
โดยทั่วไปการเปลี่ยน Freight Forwarder ไม่ได้หมายความว่าต้องสมัครเป็น Importer หรือ Exporter ใหม่ตั้งแต่ต้น
แต่หากมีการ
- เปลี่ยนตัวแทนออกของ
- เพิ่มตัวแทนออกของ
- ลดตัวแทนออกของ
อาจต้องจัดการข้อมูลหรือการมอบหมายสิทธิในระบบตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
บริษัทควรตรวจกับ Forwarder รายใหม่ก่อน Shipment ว่าข้อมูลตัวแทนและ Registration พร้อมใช้งานหรือไม่
ทำไม Shipping Agent ต้องขอเอกสารบริษัท?
เพราะในการดำเนินพิธีการ Shipping Agent ต้องตรวจว่าผู้ประกอบการและผู้ให้สิทธิมีข้อมูลถูกต้องกับ Shipment
ข้อมูลที่อาจต้องใช้ เช่น
- ชื่อ Importer / Exporter
- Tax ID
- Address
- Authorized Person
- Registration Status
- หนังสือมอบอำนาจตามกรณี
รวมถึงเอกสารของ Shipment เช่น
- Commercial Invoice
- Packing List
- Bill of Lading / Air Waybill
- Permit
- Certificate of Origin
จึงไม่ควรส่งเพียง Product Invoice แล้วคาดว่าจะสามารถ Clearance ได้ทันที
Paperless ช่วยลดเอกสารกระดาษทั้งหมดหรือไม่?
คำว่า Paperless ไม่ได้หมายความว่า Import–Export จะไม่มีเอกสารใด ๆ อีกเลย
ผู้ประกอบการยังต้องมี Documentation ที่รองรับธุรกรรม เช่น
- Commercial Invoice
- Packing List
- Transport Document
- Certificate
- Permit
- Purchase Document
- Product Specification
เพียงแต่การส่งข้อมูลและ Process หลายส่วนสามารถดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น
เอกสารต้นฉบับบางประเภทอาจยังมีความสำคัญตามกฎหมายหรือ Requirement ของแต่ละหน่วยงาน
ข้อดีของระบบ Paperless สำหรับธุรกิจ Import–Export
การดำเนินพิธีการแบบ Electronic ช่วยสนับสนุน Operation หลายด้าน
1. ลดขั้นตอนการส่งเอกสารแบบเดิม
ข้อมูลสามารถส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น
2. ลดระยะเวลาการประสานงาน
ไม่จำเป็นต้องนำเอกสารกระดาษไปดำเนินการทุกขั้นตอนเหมือนระบบเดิม
3. เชื่อมโยงข้อมูลได้ดีขึ้น
ข้อมูล Importer, Declaration และกระบวนการที่เกี่ยวข้องสามารถอยู่ในระบบเดียวกันหรือระบบที่เชื่อมโยงกัน
4. รองรับ Electronic Signature
ช่วยยืนยันตัวตนและการส่งข้อมูลตาม Process ที่กำหนด
5. ช่วยให้ Customs Clearance มีโครงสร้างชัดเจน
เมื่อ Registration และข้อมูลถูกต้อง การดำเนินการ Shipment สามารถทำตาม Workflow ได้เป็นระบบมากขึ้น
แต่ประสิทธิภาพยังขึ้นอยู่กับความถูกต้องของ Product Data และ Shipping Documents ด้วย
ปัญหาที่พบบ่อยก่อนทำ Shipment แรก
ตัวอย่างปัญหาที่ควรตรวจตั้งแต่ต้น ได้แก่
- บริษัทไม่เคยลงทะเบียนศุลกากร
- Registration เดิมใช้งานไม่ได้
- ข้อมูลบริษัทเปลี่ยนแต่ยังไม่ได้ Update
- ชื่อภาษาอังกฤษบริษัทไม่ตรง
- ผู้มีอำนาจเปลี่ยน
- ยังไม่ได้เพิ่มตัวแทนออกของ
- Supplier ส่งสินค้าออกแล้วแต่ Permit ยังไม่พร้อม
- Invoice ไม่ตรงกับชื่อบริษัท
- HS Code ยังไม่ตรวจ
- ผู้นำเข้าไม่รู้ว่าสินค้าต้องมีใบอนุญาต
- Shipping Agent ได้รับเอกสารช้าเกินไป
ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วย Pre-Shipment Check
Checklist สำหรับบริษัทที่กำลังนำเข้าครั้งแรก
ก่อน Supplier ส่งสินค้า ควรตรวจ
- บริษัทลงทะเบียน Customs แล้วหรือไม่
- Registration Status พร้อมหรือไม่
- มีตัวแทนออกของหรือยัง
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมหรือไม่
- Product Description ชัดเจนหรือไม่
- HS Code ตรวจแล้วหรือยัง
- Import Permit ต้องใช้หรือไม่
- Commercial Invoice ถูกต้องหรือไม่
- Packing List พร้อมหรือไม่
- Country of Origin ถูกต้องหรือไม่
- FTA ใช้ได้หรือไม่
- Freight Booking Confirm แล้วหรือไม่
- Incoterms คืออะไร
- Duty & Tax ประมาณไว้หรือยัง
- Destination Delivery วางแผนแล้วหรือไม่
หาก Checklist ส่วนใดไม่พร้อม ควรแก้ก่อน Cargo Depart เพื่อช่วยลดต้นทุนจาก Delay
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Paperless ศุลกากร (FAQ)
Paperless ศุลกากรคืออะไร?
เป็นคำที่ใช้เรียกกระบวนการพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ประกอบการต้องลงทะเบียนกับกรมศุลกากรเพื่อดำเนินกระบวนการ Import–Export ที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจดทะเบียนแล้ว ต้องลง Paperless อีกหรือไม่?
หากต้องดำเนินพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้า–ส่งออก ต้องตรวจและลงทะเบียนกับกรมศุลกากรแยกจากการจดทะเบียนบริษัท
ลง Paperless ออนไลน์ได้ไหม?
ได้ มีทั้ง Customs Trader Portal และ Online Customs Registration แต่ Eligibility และวิธียืนยันตัวตนแตกต่างกันตามประเภทผู้สมัคร
ลง Paperless แล้วต้องทำใบขนเองไหม?
ไม่จำเป็น สามารถแต่งตั้ง Customs Broker หรือตัวแทนออกของให้ดำเนินการแทนตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้
มี Paperless แล้วนำเข้าสินค้าทุกชนิดได้ไหม?
ไม่ได้ Registration เป็นเรื่องของผู้ประกอบการ ส่วนสินค้าบางประเภทอาจต้องมี อย. มอก. หรือใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม
ควรลงทะเบียนก่อนหรือหลังสินค้าถึงไทย?
สำหรับ Shipment แรกควรดำเนินการให้พร้อมก่อนสินค้าออกจากประเทศต้นทาง เพื่อลดความเสี่ยงจาก Customs Delay เมื่อสินค้ามาถึง
บริการพิธีการศุลกากรและขนส่งระหว่างประเทศกับ CPL INTER
CPL INTER ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางอากาศ ทางเรือ และทางรถ พร้อมบริการ Shipping Documents และพิธีการศุลกากรตาม Service Scope ของ Shipment
หากเป็นผู้นำเข้า–ส่งออกครั้งแรก ควรเตรียมข้อมูลบริษัท รายละเอียดสินค้า Product Specification, Commercial Invoice, Packing List, HS Code หากมี ประเทศต้นทาง–ปลายทาง และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทีม CPL INTER ช่วยตรวจความพร้อมของ Shipment ก่อน Booking และ Customs Clearance
โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426
LINE: @cplinter
เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015
บทความอื่น ๆ
- No Image
- No Image
