ภาษีนำเข้าคิดอย่างไร? รู้จักอากรขาเข้า VAT และค่าใช้จ่ายก่อนนำเข้าสินค้า
20 ตุลาคม 2569
Key Takeaways
- ภาษีนำเข้าไม่ได้คำนวณจากราคาสินค้าหน้า Invoice เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา Customs Value หรือราคาศุลกากรตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- สำหรับสินค้าทั่วไป อากรขาเข้ามักคำนวณจาก Customs Value × อัตราอากรตามพิกัด HS Code
- VAT นำเข้าสำหรับสินค้าทั่วไปจะคำนวณจากฐานที่รวม Customs Value และอากรขาเข้า รวมถึงภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องตามกรณี
- HS Code, Country of Origin และ FTA สามารถทำให้อัตราอากรของสินค้าแตกต่างกันอย่างมาก
- ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ภาษีนำเข้า และค่าใช้จ่ายหน้า Port / Airport เป็นคนละส่วนกัน ก่อนสั่งสินค้าควรคำนวณ Landed Cost ทั้งหมด
ภาษีนำเข้าคืออะไร?
เมื่อสินค้าถูกนำเข้าจากต่างประเทศมายังประเทศไทย สินค้าอาจมีภาระภาษีและอากรตามประเภทสินค้า มูลค่า ถิ่นกำเนิด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายที่ผู้นำเข้ามักพบ ได้แก่
- อากรขาเข้า หรือ Import Duty
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT
- ภาษีสรรพสามิตในสินค้าบางประเภท
- ภาษีหรือเงินเรียกเก็บอื่นตามกฎหมายเฉพาะ
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายด้าน Customs / Logistics
จึงไม่ควรใช้คำว่า
“ภาษีนำเข้า”
เพื่อหมายถึงค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังสินค้าเข้าประเทศ
เพราะ
Import Duty ≠ VAT ≠ Customs Clearance Fee ≠ Local Logistics Charge
แต่ละรายการมีหลักการคำนวณและผู้เรียกเก็บแตกต่างกัน
ภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าทั่วไปมีอะไรบ้าง?
สำหรับ General Cargo ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ภาษีพิเศษ ผู้ประกอบการมักต้องพิจารณาหลัก ๆ 2 ส่วน
อากรขาเข้า หรือ Import Duty
เป็นอากรที่เรียกเก็บตามประเภทสินค้าและอัตราพิกัดศุลกากร
อัตราสามารถเป็น
- 0%
- 5%
- 10%
- 20%
- 30%
หรืออัตราอื่นตามพิกัดและกฎหมาย
บางพิกัดสามารถมีวิธีคิดแบบเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องเป็นเปอร์เซ็นต์จากมูลค่าทุกกรณี
จึงต้องตรวจ Tariff ของ HS Code จริง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT
การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทยอยู่ภายใต้ VAT ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
ปัจจุบันอัตรา VAT ที่ใช้ทั่วไปอยู่ที่ 7%
แต่อัตราภาษีและมาตรการทางกฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจอัตราปัจจุบันอีกครั้งก่อนนำเข้าจริง
ภาษีนำเข้าเริ่มคำนวณจากอะไร?
จุดเริ่มต้นสำคัญคือ ราคาศุลกากร หรือ Customs Value
สำหรับการอธิบายเบื้องต้น มักพบการคำนวณในลักษณะ CIF
โดย CIF ประกอบด้วย
C = Cost
มูลค่าสินค้า
I = Insurance
ค่าประกันภัยที่เกี่ยวข้อง
F = Freight
ค่าขนส่งระหว่างประเทศถึงจุดที่ใช้เป็นฐานตามหลักศุลกากร
ดังนั้นแนวคิดพื้นฐานคือ
Customs Value ≈ Cost + Insurance + Freight
แต่ในทางกฎหมาย Customs Value ไม่ได้หมายความว่านำตัวเลข 3 รายการมาบวกกันเองได้ทุก Shipment โดยไม่ตรวจหลักเกณฑ์
การประเมินราคาศุลกากรต้องเป็นไปตามวิธีการประเมินราคาที่กฎหมายกำหนด
Internal Link แนะนำ: Customs Value คืออะไร? รู้จักหลักการคำนวณมูลค่าศุลกากรแบบ CIF
Customs Value กับราคาสินค้าใน Invoice เหมือนกันหรือไม่?
ไม่จำเป็น
ตัวอย่าง
Supplier ขายสินค้าในราคา
FOB USD 10,000
ราคานี้อาจยังไม่รวม
- International Freight
- Insurance
เมื่อนำเข้าประเทศไทย Customs Value จึงไม่ได้ใช้เพียง USD 10,000 โดยอัตโนมัติ
ในทางกลับกัน หาก Purchase Term เป็น
CIF Bangkok
Invoice Price อาจมี Freight และ Insurance รวมอยู่แล้วตาม Transaction
จึงต้องตรวจ
- Incoterms
- Commercial Invoice
- Freight
- Insurance
- Adjustment ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนคำนวณ Customs Value
วิธีคำนวณอากรขาเข้าสำหรับสินค้าทั่วไป
สูตรเบื้องต้นคือ
อากรขาเข้า = Customs Value × อัตราอากรขาเข้า
ตัวอย่าง
Customs Value = 100,000 บาท
HS Code ของสินค้าใช้อัตราอากร = 10%
อากรขาเข้า =
100,000 × 10%
=
10,000 บาท
ตัวเลข 10% ในตัวอย่างเป็นเพียงสมมติ
อัตราจริงต้องตรวจจากพิกัดสินค้าของ Shipment
วิธีคำนวณ VAT นำเข้า
สำหรับสินค้าทั่วไปที่ไม่มีภาษีประเภทอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง สามารถเข้าใจหลักการเบื้องต้นได้ว่า
VAT = (Customs Value + Import Duty) × VAT Rate
ตัวอย่างเดิม
Customs Value = 100,000 บาท
Import Duty = 10,000 บาท
ฐาน VAT =
100,000 + 10,000
=
110,000 บาท
หาก VAT = 7%
VAT =
110,000 × 7%
=
7,700 บาท
ดังนั้นภาษีสองส่วนในตัวอย่างนี้คือ
Import Duty = 10,000 บาท
VAT = 7,700 บาท
รวม =
17,700 บาท
ทั้งนี้เป็นตัวอย่างสำหรับอธิบายหลักการของสินค้าทั่วไป
หากสินค้าอยู่ภายใต้
- Excise Tax
- Specific Tax
- Other Duty
ฐานคำนวณสามารถมีองค์ประกอบเพิ่มเติม
ตัวอย่างคำนวณภาษีนำเข้าแบบเต็ม
สมมติธุรกิจไทยนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
มูลค่า Customs Value =
500,000 บาท
HS Code มีอัตราอากรขาเข้า =
10%
ขั้นตอนที่ 1 คำนวณอากรขาเข้า
500,000 × 10%
=
50,000 บาท
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณฐาน VAT
500,000 + 50,000
=
550,000 บาท
ขั้นตอนที่ 3 คำนวณ VAT
550,000 × 7%
=
38,500 บาท
ขั้นตอนที่ 4 รวมภาษีเบื้องต้น
Import Duty = 50,000 บาท
VAT = 38,500 บาท
รวม =
88,500 บาท
ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ Total Landed Cost เพราะยังอาจมีค่าใช้จ่าย Logistics และ Customs Service อื่น
HS Code มีผลต่อภาษีนำเข้าอย่างไร?
HS Code เป็นหนึ่งในข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการคำนวณ Import Duty
เพราะพิกัดแต่ละประเภทสามารถมีอัตราแตกต่างกัน
ตัวอย่างเชิงแนวคิด
สินค้า A
อัตราปกติ = 0%
สินค้า B
อัตราปกติ = 10%
สินค้า C
อัตราปกติ = 20%
แม้สินค้า A, B และ C จะมีมูลค่า CIF เท่ากัน ภาษีที่ต้องชำระก็สามารถแตกต่างกันมาก
ดังนั้นก่อนสั่งซื้อควร Classification สินค้าให้ถูกต้องก่อนประเมิน Tax
Internal Link แนะนำ: HS Code คืออะไร? วิธีดูพิกัดศุลกากรและทำไมสำคัญต่อภาษีนำเข้า–ส่งออก
ใช้ HS Code ที่ Supplier ให้มาคำนวณภาษีได้เลยหรือไม่?
ไม่ควรใช้โดยไม่ตรวจ
Supplier ต่างประเทศสามารถให้ Code ของประเทศต้นทางมา
แต่ประเทศไทยอาจมีรายละเอียดพิกัดในระดับ AHTN แตกต่างออกไปหลัง HS 6 หลัก
อีกทั้ง Supplier สามารถ Classification ผิดได้
ก่อนใช้พิกัดคำนวณภาษีควรตรวจ
- Product Description
- Material
- Composition
- Function
- Technical Specification
- HS Code สำหรับประเทศไทย
ให้เหมาะสม
FTA ช่วยลดภาษีนำเข้าได้อย่างไร?
สินค้าที่มีถิ่นกำเนิดตามเงื่อนไขของความตกลงการค้าเสรี สามารถมีสิทธิใช้อัตราอากรพิเศษได้
ตัวอย่างเชิงแนวคิด
Normal Rate = 10%
FTA Rate = 0%
หากสินค้า
- เข้าเกณฑ์ Rules of Origin
- มี Proof of Origin ถูกต้อง
- ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Agreement
Importer อาจใช้สิทธิ Preferential Tariff ได้
จึงทำให้ Import Duty ลดลงอย่างมาก
แต่ต้องย้ำว่า
นำเข้าจากประเทศที่มี FTA กับไทย ไม่ได้หมายความว่าจะได้ภาษี 0% ทุกสินค้า
ต้องตรวจเป็นราย HS Code
Country of Origin สำคัญอย่างไรกับภาษีนำเข้า?
Country of Origin ไม่ได้หมายถึงประเทศที่สินค้าถูกส่งออกมาล่าสุดเสมอไป
ตัวอย่าง
สินค้า Made in China
ถูกเก็บที่ Warehouse ใน Singapore
แล้วส่งจาก Singapore มาไทย
อาจมี
Country of Export = Singapore
แต่
Country of Origin = China
สิทธิ FTA ต้องพิจารณากฎถิ่นกำเนิดของสินค้าตาม Agreement ที่เกี่ยวข้อง
จึงไม่ควรใช้ประเทศ Shipper เป็น Country of Origin โดยอัตโนมัติ
Certificate of Origin ช่วยลดภาษีได้ทุกครั้งหรือไม่?
ไม่ทุกครั้ง
ต้องแยกระหว่าง
- Non-preferential Certificate of Origin
- Preferential Proof of Origin
เอกสารยืนยัน Origin แบบทั่วไปไม่ได้หมายความว่าจะได้รับ Tariff Preference
หากต้องการใช้สิทธิ FTA ต้องใช้ Proof of Origin ตามความตกลงและปฏิบัติตาม Rules of Origin
Internal Link แนะนำ: Certificate of Origin คืออะไร? รู้จักเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับนำเข้า–ส่งออก
Form D และ Form E เกี่ยวข้องกับภาษีนำเข้าอย่างไร?
Form หรือ Proof of Origin ตาม FTA สามารถใช้ประกอบการขอสิทธิอากรพิเศษได้
ตัวอย่าง
Form D
เกี่ยวข้องกับสิทธิภายใต้กรอบการค้าสินค้า ASEAN ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
Form E
เกี่ยวข้องกับความตกลง ASEAN–China ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
แต่ก่อนใช้ต้องตรวจ
- HS Code
- Origin Criteria
- Tariff Rate
- Shipment Detail
- Document Detail
ไม่ควรดูเพียงว่ามี Form แล้วสรุปว่าจะได้ Duty 0%
Internal Link แนะนำ: Form A, Form D และ Form E คืออะไร? ใช้สิทธิภาษีนำเข้า–ส่งออกอย่างไร
Incoterms มีผลต่อภาษีนำเข้าอย่างไร?
Incoterms ไม่ได้กำหนดอัตราภาษี
แต่มีผลต่อโครงสร้าง Cost และ Responsibility ของ Transaction
ตัวอย่าง
EXW
ราคา Supplier อาจยังไม่รวม
- Origin Pickup
- Export Cost
- Freight
- Insurance
CIF
Price อาจรวม Cost, Insurance และ Freight ตาม Term แล้ว
DDP
Seller รับ Responsibility ด้าน Import Duty และ Import Clearance ตาม Rule
แต่ Customs ยังประเมินภาษีตามกฎหมายของประเทศนำเข้า
ดังนั้น
Incoterms ไม่ได้เปลี่ยนอัตราภาษี
แต่มีผลต่อว่า
ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นตาม Commercial Agreement
Internal Link แนะนำ: Incoterms คืออะไร? รู้จัก EXW, FOB, CIF, DAP และ DDP ก่อนนำเข้า–ส่งออก
CIF กับ DDP ต่างกันอย่างไรในเรื่องภาษี?
เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยว่า
CIF = รวมภาษีปลายทาง
ซึ่งไม่ถูกต้อง
CIF
Seller จัด
- Freight
- Insurance ตาม Rule
ถึง Destination Port ในด้าน Cost
แต่ Buyer โดยหลักยังรับผิดชอบ
- Import Clearance
- Import Duty
- VAT
- Destination Cost
ตาม Transaction
DDP
Seller รับ Responsibility ด้าน
- Import Clearance
- Import Duty / Tax
ตาม Incoterms Rule
จึงต้องแยก
Freight Included
ออกจาก
Duty Paid
ให้ชัด
VAT 7% คิดจากราคาสินค้าอย่างเดียวหรือไม่?
ไม่ใช่
สำหรับสินค้านำเข้าทั่วไป VAT ไม่ได้คิดจาก Product Price อย่างเดียว
ฐาน VAT จะรวมองค์ประกอบตามกฎหมาย เช่น
- Customs Value
- Import Duty
และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องตามประเภทสินค้า
ดังนั้นผู้ที่คำนวณว่า
สินค้า 100,000 บาท × VAT 7% = ภาษีทั้งหมด 7,000 บาท
อาจประเมินต้นทุนต่ำกว่าความจริง เพราะยังไม่ได้รวม Import Duty และองค์ประกอบอื่น
VAT นำเข้าขอเป็นภาษีซื้อได้หรือไม่?
สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ VAT และเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าสามารถเกี่ยวข้องกับภาษีซื้อของกิจการได้ เมื่อมีเอกสารและเงื่อนไขที่ถูกต้อง
แต่การนำ VAT ไปใช้เป็นภาษีซื้อต้องเป็นไปตาม
- สถานะผู้ประกอบการ
- เอกสาร
- รายการนำเข้า
- กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
จึงควรให้ฝ่ายบัญชีหรือ Tax Specialist ตรวจตาม Transaction จริง
ไม่ควรมอง VAT นำเข้าเป็น Cost ถาวรแบบเดียวกันสำหรับทุกธุรกิจ
สินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทไม่เสียภาษีจริงหรือไม่?
ไม่ควรใช้ประโยค
“ของไม่เกิน 1,500 บาท ไม่เสียภาษี”
เป็นกฎทั่วไปอีกต่อไป
สินค้านำเข้ามูลค่าต่ำอาจมีหลักเกณฑ์ยกเว้น อากรศุลกากร ตามเงื่อนไขที่กำหนด
แต่ VAT เป็นอีกภาษีหนึ่ง และมีแนวทางการจัดเก็บสำหรับ Low-value Imported Goods แยกต่างหาก
ดังนั้น
ยกเว้น Import Duty ≠ ยกเว้น VAT
นอกจากนี้ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตยังอยู่ภายใต้กฎที่เกี่ยวข้อง แม้มูลค่าสินค้าจะต่ำ
เนื่องจากนโยบายสินค้ามูลค่าต่ำสามารถมีการปรับเปลี่ยน ผู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศควรตรวจหลักเกณฑ์ล่าสุดก่อนสั่งซื้อจริง
ซื้อของออนไลน์จากต่างประเทศต้องเสียภาษีหรือไม่?
การซื้อผ่านเว็บไซต์หรือ Marketplace ไม่ได้ทำให้สินค้าหลุดออกจาก Customs Regulation
เมื่อนำสินค้าเข้าประเทศ อาจต้องพิจารณา
- Customs Value
- Import Duty
- VAT
- Import Restriction
ตามกฎหมาย
ไม่ว่าจะซื้อจาก
- Marketplace
- Brand Website
- Supplier
- Individual Seller
หลักการนำเข้ายังคงต้องพิจารณาสินค้าจริง
ของใช้ส่วนตัวไม่ต้องเสียภาษีจริงหรือไม่?
คำว่า
“ซื้อมาใช้เอง”
ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นอากรและภาษีโดยอัตโนมัติ
การยกเว้นสำหรับของติดตัวผู้เดินทาง ของใช้ส่วนตัว หรือของนำเข้ารูปแบบอื่นมีกฎและเงื่อนไขเฉพาะ
ไม่ควรนำเงื่อนไขของ
ผู้เดินทางเข้าประเทศ
มาใช้กับ
สินค้าที่ส่งเข้ามาทาง Courier หรือ Freight
เพราะเป็นคนละบริบทของ Customs Procedure
Import Duty 0% หมายความว่าไม่เสียภาษีเลยหรือไม่?
ไม่
แม้ HS Code มี Import Duty = 0%
สินค้านำเข้าก็ยังสามารถมี VAT
ตัวอย่าง
Customs Value = 100,000 บาท
Import Duty = 0%
VAT Base เบื้องต้น = 100,000 บาท
VAT 7% =
7,000 บาท
ดังนั้น
Duty Free ไม่ได้เท่ากับ Tax Free
เสมอไป
สินค้าประเภทใดอาจมีภาษีมากกว่า Import Duty และ VAT?
สินค้าบางประเภทอาจอยู่ภายใต้ภาษีเฉพาะเพิ่มเติม เช่น
- เครื่องดื่มบางประเภท
- รถยนต์บางประเภท
- น้ำมัน
- สินค้าฟุ่มเฟือยบางประเภท
- สินค้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายสรรพสามิต
การคำนวณจะซับซ้อนกว่า General Cargo
จึงไม่ควรใช้สูตร
CIF × Duty + VAT
กับสินค้าทุกประเภทโดยไม่ตรวจ Regulation
Anti-Dumping Duty คืออะไร?
สินค้าบางชนิดจากบางประเทศอาจอยู่ภายใต้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
หากเข้าข่าย สามารถมีอากร Anti-dumping เพิ่มจากอากรปกติ
ดังนั้นก่อน Import สินค้าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรตรวจ
- HS Code
- Product Description
- Country of Origin
- Trade Remedy Measure
ให้ครบ
อัตราภาษีจาก Tariff ปกติอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนภาระทั้งหมด
Safeguard และ Trade Measures มีผลอย่างไร?
นอกจาก Anti-dumping ยังสามารถมีมาตรการการค้าอื่น เช่น
- Safeguard
- Countervailing Measure
- Quota
- Licensing
ตามสินค้าและประเทศ
นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมการคำนวณ Import Cost ไม่ควรใช้เพียง
ราคาสินค้า × เปอร์เซ็นต์ภาษี
โดยไม่ตรวจข้อกำกับอื่น
ภาษีนำเข้ากับค่าพิธีการศุลกากรเหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน
ภาษีและอากรเป็นเงินที่เรียกเก็บตามกฎหมาย
ส่วน Customs Clearance Fee เป็นค่าบริการที่อาจเรียกเก็บโดย
- Customs Broker
- Freight Forwarder
- Courier
สำหรับการดำเนินพิธีการ
จึงควรแยกรายการ
Government Tax / Duty
เช่น
- Import Duty
- VAT
Service Charge
เช่น
- Customs Brokerage
- Documentation
- Handling
ก่อนวิเคราะห์ Total Cost
ค่าขนส่งระหว่างประเทศรวมภาษีนำเข้าไหม?
ไม่เสมอ
Freight Quote สามารถมี Scope ต่างกัน
ตัวอย่าง Quote อาจรวม
- Pickup
- Export Clearance
- Main Freight
- Delivery
แต่ยังไม่รวม
- Import Duty
- VAT
หรืออาจจัดภายใต้ Service ที่ Seller เป็นผู้รับผิดชอบ Tax ตาม Agreement
ต้องตรวจ
- Incoterms
- Service Scope
- Quote Remark
ก่อน Booking
Local Charges มีอะไรบ้าง?
นอกจาก Freight และ Tax ยังสามารถมีค่าใช้จ่าย เช่น
- Terminal Handling
- Documentation Fee
- CFS Charge
- Delivery Order
- Customs Clearance
- Port Charge
- Warehouse
- Storage
- Demurrage
- Detention
- Delivery
ตาม Mode และ Shipment
นี่คือเหตุผลที่การถามเพียง
“ภาษีเท่าไร?”
ยังไม่เพียงพอสำหรับการรู้ต้นทุนนำเข้าทั้งหมด
Landed Cost คืออะไร?
Landed Cost คือต้นทุนที่นำสินค้าเข้ามาถึงจุดที่ธุรกิจกำหนด
สามารถประกอบด้วย
- Product Cost
- Origin Cost
- Packing
- International Freight
- Insurance
- Import Duty
- VAT ตามมุมมองต้นทุนของกิจการ
- Customs Clearance
- Local Charge
- Delivery
- Other Applicable Costs
จึงเป็นตัวเลขที่เหมาะสำหรับใช้ประเมินว่า
นำเข้าสินค้านี้แล้วขายคุ้มหรือไม่
มากกว่าการดู Purchase Price อย่างเดียว
ตัวอย่างคำนวณ Landed Cost เบื้องต้น
สมมติ
Product Cost = 200,000 บาท
International Freight + Insurance ที่รวมอยู่ใน Customs Value = 20,000 บาท
Customs Value =
220,000 บาท
สมมติ Duty Rate = 10%
Import Duty
220,000 × 10%
=
22,000 บาท
VAT
(220,000 + 22,000) × 7%
=
16,940 บาท
จากนั้นยังมี Local Logistics Cost สมมติ
10,000 บาท
ดังนั้นเงินสดที่เกี่ยวข้องกับ Shipment ในตัวอย่างนี้อาจประกอบด้วย
- Product / CIF-related Cost = 220,000
- Import Duty = 22,000
- VAT = 16,940
- Local Cost = 10,000
รวมเป็น
268,940 บาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการ VAT ที่มีสิทธิใช้ VAT นำเข้าเป็นภาษีซื้อ การวิเคราะห์ Accounting Cost จะต่างจาก Cash Outflow
ทำไมต้องคำนวณภาษีก่อนสั่งสินค้า?
เพราะ Purchase Price ที่ดูถูกอาจไม่ใช่สินค้าที่มี Landed Cost ต่ำ
ตัวอย่าง
Supplier A
สินค้า = 100 บาท/ชิ้น
Duty = 20%
Supplier B
สินค้า = 110 บาท/ชิ้น
แต่สามารถใช้ FTA ลด Duty เหลือ 0%
Supplier B อาจมี Total Landed Cost ที่ดีกว่า
ดังนั้น Sourcing ควรดู
Product Cost + Logistics + Tax
พร้อมกัน
ภาษีนำเข้ามีผลต่อการตั้งราคาขายอย่างไร?
ก่อน Import ควรคำนวณต้นทุนต่อ Unit หลังรวมค่าใช้จ่าย
ตัวอย่าง
สินค้า 1,000 Units
Total Landed Cost ที่เกี่ยวข้อง = 300,000 บาท
Landed Cost ต่อ Unit =
300 บาท
หากดูเฉพาะราคาจาก Supplier ซึ่งอาจอยู่ที่ 200 บาทต่อ Unit ธุรกิจจะประเมิน Margin สูงเกินจริง
จึงควรกำหนด Selling Price จากต้นทุนที่สะท้อน Import Process จริง
วิธีลดภาษีนำเข้าอย่างถูกต้องทำได้อย่างไร?
การลดภาษีควรเกิดจากสิทธิที่กฎหมายรองรับ ไม่ใช่การลด Invoice Value หรือเลือก HS Code ที่ไม่ตรงสินค้า
แนวทางที่ควรตรวจ เช่น
ใช้ FTA
หากสินค้าเข้า Rules of Origin
ตรวจ HS Code ให้ถูกต้อง
เพื่อไม่ชำระอากรสูงเกินกว่าพิกัดจริง
ตรวจสิทธิยกเว้นหรือสิทธิประโยชน์
เช่นโครงการหรือเงื่อนไขเฉพาะตามกฎหมาย
วางแผน Supply Chain
เลือก Country of Origin และ Supplier โดยคำนึงถึง FTA อย่างถูกต้อง
ไม่ควรใช้วิธี
- Declare Value ต่ำกว่าจริง
- เปลี่ยนชื่อสินค้า
- เลือกพิกัดที่ Duty ต่ำกว่าโดยไม่มีเหตุผลทาง Classification
เพราะสร้าง Customs Compliance Risk
Declare มูลค่าสินค้าต่ำกว่าจริงได้หรือไม่?
ไม่ควร
Customs มีหลักการประเมินราคาศุลกากรและสามารถตรวจเอกสาร เช่น
- Commercial Invoice
- Purchase Order
- Payment
- Freight
- Insurance
- Contract
หากราคาที่ Declare ไม่สามารถรองรับได้ อาจต้องมีการประเมินมูลค่าใหม่หรือดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ควรใช้ Transaction จริงเป็นพื้นฐาน
Sample และของแถมไม่มีมูลค่า ต้องเสียภาษีหรือไม่?
คำว่า
Free Sample
หรือ
Free of Charge
ไม่ได้หมายความว่า Customs Value = 0 เสมอไป
แม้ Buyer ไม่ได้ชำระเงิน Customs ยังอาจต้องประเมินมูลค่าของสินค้าเพื่อใช้ใน Customs Procedure
ดังนั้น Invoice สำหรับ Sample ควรระบุข้อมูลให้ตรงกับความจริง
เช่น
Sample – Not for Resale
แต่ยังต้องมี Value ที่เหมาะสมสำหรับ Customs ตามกรณี
Replacement Goods ต้องเสียภาษีไหม?
การส่งสินค้าทดแทนภายใต้ Warranty ไม่ควรสรุปว่าไม่เสียภาษีโดยอัตโนมัติ
แม้ Supplier จะส่งมา Free of Charge แต่สินค้ายังสามารถมี Customs Value
ต้องตรวจ
- Transaction
- Original Import
- Warranty
- Customs Procedure
- Import Relief ที่อาจเกี่ยวข้อง
ก่อนส่ง Replacement
Currency Exchange Rate ใช้อัตราไหน?
Customs Declaration ที่มี Invoice เป็นสกุลเงินต่างประเทศต้องแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราที่ใช้สำหรับพิธีการศุลกากรตามช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง
จึงไม่ควรใช้
- Rate จาก Google
- Rate บัตรเครดิต
- Rate ธนาคารที่ลูกค้าแลกเงิน
แทนอัตราที่ Customs ใช้โดยอัตโนมัติ
การประมาณ Cost ล่วงหน้าสามารถใช้ Exchange Rate Estimate ได้ แต่ Final Declaration ต้องเป็นไปตามกฎที่เกี่ยวข้อง
ภาษีนำเข้าจ่ายตอนไหน?
โดยทั่วไปภาษีและอากรที่เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินการในกระบวนการ Import Customs Clearance ก่อนการปล่อยสินค้า ตามพิธีการและสิทธิที่ใช้
Process สามารถเกี่ยวข้องกับ
Cargo Arrival
↓
Customs Declaration
↓
Customs Assessment
↓
Duty / Tax Payment หรือสิทธิที่เกี่ยวข้อง
↓
Customs Release
↓
Delivery
รายละเอียดจริงแตกต่างตาม Mode และ Customs Procedure
Air Courier ใครเป็นคนเรียกเก็บภาษี?
International Courier สามารถดำเนิน Import Clearance และเรียกเก็บ Duty / Tax หรือค่าใช้จ่ายจากผู้รับตาม Service และ Billing Arrangement
จึงมีกรณีที่ผู้รับได้รับข้อความหรือ Invoice จาก Courier ก่อน Delivery
ผู้ส่งควรตกลงกับผู้รับตั้งแต่ต้นว่าใครรับผิดชอบ
- Import Duty
- VAT
- Brokerage
- Destination Charge
เพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้รับปฏิเสธ Shipment
Internal Link แนะนำ: Air Courier คืออะไร? ต่างจาก Air Cargo อย่างไร และเหมาะกับสินค้าแบบไหน
Sea Freight ใครเป็นคนจ่ายภาษีนำเข้า?
ขึ้นอยู่กับ Incoterms และ Commercial Agreement
ในการ Import ทั่วไป Importer ในประเทศไทยจะดำเนิน Customs Clearance ผ่าน Broker หรือ Forwarder และชำระ Duty / Tax ตาม Declaration
แต่หาก Transaction ใช้ Term หรือ Service อื่น Responsibility อาจแตกต่าง
จึงต้องดู Contract และ Incoterms
ต้องมีใบอนุญาตก่อนจ่ายภาษีหรือไม่?
สินค้าควบคุมอาจต้องมี Permit หรือ Approval ก่อน Customs Release
การชำระภาษีไม่ได้ทำให้สินค้าควบคุมสามารถนำเข้าได้โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างกลุ่มสินค้าที่ควรตรวจ Requirement เพิ่ม เช่น
- Food
- Supplement
- Cosmetic
- Medical Device
- Electrical Product
- Chemical
- Agricultural Product
- Controlled Goods
ดังนั้นก่อนนำเข้าควรตรวจทั้ง
Tax + Regulation
พร้อมกัน
Checklist ก่อนคำนวณภาษีนำเข้า
ควรมีข้อมูลอย่างน้อย
- Product Name
- Product Description
- Material
- Composition ตามกรณี
- Function
- HS Code
- Country of Origin
- Supplier
- Product Value
- Currency
- Freight
- Insurance
- Incoterms
- Quantity
- FTA Eligibility
- Certificate / Proof of Origin
- Import Permit
- Special Tax / Trade Measure ตามกรณี
หากข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ครบ ตัวเลขภาษีที่คำนวณได้ควรถูกมองเป็นเพียง Estimate
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณภาษีนำเข้า
- คิด VAT จากราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว
- ไม่รวม Freight ในการประเมิน Customs Value
- ใช้ HS Code จาก Supplier โดยไม่ตรวจ
- คิดว่า Import Duty 0% แปลว่าไม่เสีย VAT
- คิดว่า CIF รวม Duty แล้ว
- คิดว่า DAP รวม Import Tax
- คิดว่าของราคาต่ำไม่เสียภาษีทุกประเภท
- ไม่ตรวจ FTA
- มี C/O แต่ไม่ได้ตรวจ Rules of Origin
- ไม่ตรวจ Anti-dumping
- ไม่ตรวจ Permit
- ใช้ Exchange Rate ผิด
- ไม่รวม Local Charges ใน Landed Cost
- ประเมินจาก Product Price หน้า Marketplace เท่านั้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีนำเข้า (FAQ)
ภาษีนำเข้าคิดจากราคาสินค้าอย่างเดียวหรือไม่?
ไม่ การคำนวณต้องพิจารณา Customs Value ซึ่งเกี่ยวข้องกับมูลค่าสินค้า Freight และ Insurance ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
Import Duty คำนวณอย่างไร?
สำหรับสินค้าที่คิดอากรตามราคา หลักเบื้องต้นคือ Customs Value × อัตราอากรของ HS Code แต่สินค้าบางรายการอาจมีวิธีคิดเฉพาะ
VAT นำเข้าคิดจากอะไร?
สำหรับสินค้าทั่วไป สามารถเข้าใจเบื้องต้นว่า VAT คำนวณจาก Customs Value รวม Import Duty และองค์ประกอบภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องตามกรณี
ปัจจุบัน VAT นำเข้ากี่เปอร์เซ็นต์?
อัตรา VAT ทั่วไปปัจจุบันอยู่ที่ 7% แต่อัตราภาษีสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจข้อมูลล่าสุดก่อน Shipment จริง
Duty 0% ต้องเสีย VAT หรือไม่?
โดยทั่วไปยังต้องพิจารณา VAT แม้ Import Duty เป็น 0% เว้นแต่เข้าเงื่อนไขยกเว้นตามกฎหมาย
ของราคาไม่เกิน 1,500 บาทไม่เสียภาษีจริงไหม?
ไม่ควรสรุปแบบนั้น สินค้ามูลค่าต่ำอาจได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามเงื่อนไข แต่ VAT มีหลักเกณฑ์แยกต่างหาก และนโยบายสามารถมีการเปลี่ยนแปลง
FTA ทำให้ไม่เสียภาษีทุกอย่างหรือไม่?
ไม่ FTA สามารถลดหรือยกเว้น Import Duty ตามพิกัดและ Rules of Origin แต่ไม่ได้หมายความว่า VAT และค่าใช้จ่ายอื่นจะหายไปทั้งหมด
CIF รวมภาษีนำเข้าไหม?
ไม่ CIF ตาม Incoterms ไม่ได้หมายความว่า Import Duty และ VAT รวมอยู่แล้ว
ภาษีนำเข้ากับค่าชิปปิ้งเหมือนกันไหม?
ไม่ ภาษีนำเข้าเป็นภาระตามกฎหมาย ส่วนค่าบริการ Customs Clearance หรือ Shipping เป็นค่าบริการของผู้ให้บริการ
จะรู้ภาษีก่อนนำเข้าได้อย่างไร?
ควรทราบ HS Code, Country of Origin, Customs Value, FTA และ Regulation ก่อน แล้วจึงคำนวณ Estimate จาก Tariff ปัจจุบัน
บริการนำเข้าและพิธีการศุลกากรกับ CPL INTER
CPL INTER ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้ง
- Air Courier
- Air Cargo
- Sea Freight
- Road Freight
- Cross-border Transportation
พร้อมบริการที่เกี่ยวข้องกับ
- Shipping Documents
- Packing
- Warehousing
- Customs Clearance
- Delivery
ตาม Service Scope ของแต่ละ Shipment
หากต้องการประเมินต้นทุนนำเข้าสินค้า สามารถเตรียมข้อมูล
- ชื่อสินค้าและรูปภาพ
- Product Specification
- Material / Composition
- จำนวนสินค้า
- มูลค่าสินค้า
- HS Code หากมี
- Country of Origin
- ประเทศต้นทาง
- Freight Mode
- Incoterms
- Certificate / Proof of Origin ที่มี
เพื่อให้ทีม CPL INTER ช่วยตรวจข้อมูลด้าน Logistics และประสานขั้นตอนพิธีการศุลกากรก่อน Booking
อัตราอากร ภาษี FTA และข้อกำหนดสินค้าอาจมีการปรับปรุง จึงควรตรวจข้อกำหนดที่มีผลใช้ ณ วันที่นำเข้าจริงก่อนยืนยันต้นทุน
โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426
LINE: @cplinter
เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015
บทความอื่น ๆ
- No Image
- No Image
- No Image