ค่าขนส่งไปต่างประเทศคิดจากอะไร? Actual Weight, Volumetric Weight และ CBM ต่างกันอย่างไร
20 ตุลาคม 2569
Key Takeaways
- ค่าขนส่งระหว่างประเทศไม่ได้คิดจากน้ำหนักที่ชั่งได้เพียงอย่างเดียว เพราะพื้นที่ที่สินค้าใช้ระหว่างขนส่งก็มีต้นทุน
- Actual Weight คือน้ำหนักจริงของ Package ส่วน Volumetric Weight คือน้ำหนักที่คำนวณจากขนาด กว้าง × ยาว × สูง
- Chargeable Weight คือน้ำหนักที่ผู้ให้บริการนำไปใช้คิด Freight ตามกติกาของแต่ละ Service ซึ่งมักพิจารณาระหว่าง Actual Weight และ Volumetric Weight
- CBM คือหน่วยปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตร นิยมใช้กับ Sea Freight, Road Freight, Warehouse และการวางแผนพื้นที่
- สูตรหาร 5,000 หรือ 6,000 ไม่สามารถใช้แทนกันกับทุกบริการ ต้องตรวจ Rate Rule ของ Carrier หรือ Freight Forwarder ก่อนคำนวณจริง
ทำไมสินค้าน้ำหนักแค่ 10 กิโลกรัม แต่ค่าส่งเหมือน 20 กิโลกรัม?
นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยที่สุดในการส่งสินค้าไปต่างประเทศ
ตัวอย่างเช่น
สินค้าจริงหนักเพียง
10 kg
แต่เมื่อขอราคา International Courier กลับพบว่าถูกคิด Freight จาก
18 kg
สาเหตุสามารถเกิดจาก Volumetric Weight หรือ Dimensional Weight
เพราะพื้นที่บน
- เครื่องบิน
- รถ
- Container
- Warehouse
มีจำกัด
ดังนั้นก่อนขอราคา Freight ผู้ส่งควรรู้ข้อมูลอย่างน้อย
- Actual Weight
- Dimension
- Number of Packages
- Total Volume
ค่าขนส่งไปต่างประเทศขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
Freight Cost จริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- Origin
- Destination
- Mode of Transport
- Actual Weight
- Volumetric Weight
- CBM
- Number of Packages
- Commodity
- Cargo Type
- Fuel Surcharge
- Season
- Capacity
- Pickup
- Delivery
- Customs Service
- Remote Area
- Dangerous Goods
- Special Handling
Actual Weight คืออะไร?
Actual Weight คือ น้ำหนักจริงที่ได้จากการชั่ง Package
ในบริบทของ Freight ควรใช้น้ำหนักหลัง Packing แล้ว
ตัวอย่าง
สินค้า = 8 kg
กล่อง + Cushioning = 1 kg
Pallet = 3 kg
น้ำหนัก Shipment หลัง Packing =
12 kg
Gross Weight คืออะไร?
Gross Weight คือน้ำหนักรวมของ
สินค้า + Packaging
Net Weight คืออะไร?
Net Weight คือน้ำหนักเฉพาะตัวสินค้าโดยไม่รวม Packaging
ตัวอย่าง
Net Weight = 500 kg
Packaging = 50 kg
Gross Weight = 550 kg
Tare Weight คืออะไร?
Tare Weight คือค่าน้ำหนักของภาชนะหรืออุปกรณ์ขนส่งที่ยังไม่มีสินค้า
ตัวอย่างที่พบได้ชัดคือ น้ำหนักตู้ Container เปล่า
Volumetric Weight คืออะไร?
Volumetric Weight หรือ Dimensional Weight คือการแปลง ปริมาตรที่ Package ใช้ ให้กลายเป็นน้ำหนักสำหรับการคิด Freight
สูตร Volumetric Weight คำนวณอย่างไร?
สูตรทั่วไปคือ
กว้าง × ยาว × สูง ÷ Divisor
เมื่อใช้ Dimension เป็นเซนติเมตร
แต่ Divisor ไม่ได้เหมือนกันทุกบริการ
ตัวอย่างที่พบได้ เช่น
- International Courier บางบริการใช้ 5,000
- Air Cargo บาง Tariff ใช้ Volume Factor เทียบเท่า 6,000
ต้องตรวจ Rate Rule ของ Carrier จริงก่อนคำนวณ
ตัวอย่างคำนวณแบบหาร 5,000
Package ขนาด
50 × 40 × 30 cm
คำนวณ
50 × 40 × 30 ÷ 5,000 = 12 kg
หาก Actual Weight = 8 kg
Volumetric Weight สูงกว่า
ถ้าใช้สูตรหาร 6,000 ผลต่างกันอย่างไร?
Package เดิม
50 × 40 × 30 cm
คำนวณ
50 × 40 × 30 ÷ 6,000 = 10 kg
ดังนั้น Divisor มีผลต่อ Chargeable Weight โดยตรง
Chargeable Weight คืออะไร?
Chargeable Weight คือ น้ำหนักที่ Carrier หรือผู้ให้บริการใช้เป็นฐานในการคิด Freight
สำหรับบริการที่ใช้ Actual vs Volumetric จะนำสองค่ามาเปรียบเทียบและใช้ตาม Pricing Rule
ตัวอย่าง
Actual Weight = 13 kg
Volumetric Weight = 12.8 kg
Chargeable Weight อาจอ้างอิง 13 kg
แต่ถ้า
Actual Weight = 8 kg
Volumetric Weight = 12 kg
Chargeable Weight อาจอ้างอิง 12 kg
ทั้งนี้ต้องดู
- Minimum Charge
- Weight Break
- Rounding
- Carrier Tariff
เพิ่มเติม
CBM คืออะไร?
CBM ย่อมาจาก Cubic Meter หรือ ลูกบาศก์เมตร
สูตรเมื่อ Dimension เป็นเมตรคือ
กว้าง × ยาว × สูง = CBM
ตัวอย่าง
1.2 × 1 × 0.8 เมตร
=
0.96 CBM
หากมี 10 Packages
=
9.6 CBM
ถ้าวัดขนาดเป็นเซนติเมตร คิด CBM อย่างไร?
ใช้สูตร
กว้าง × ยาว × สูง ÷ 1,000,000
ตัวอย่าง
120 × 100 × 80 cm
=
0.96 CBM
CBM กับ Volumetric Weight เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน
CBM เป็นหน่วยปริมาตร
Volumetric Weight เป็นการนำปริมาตรมาแปลงเป็นน้ำหนักตาม Volume Factor
Air Courier คิดค่าขนส่งอย่างไร?
International Courier มักใช้ Chargeable Weight โดยเปรียบเทียบ
- Actual Weight
- Volumetric Weight
ตัวอย่าง
60 × 50 × 40 cm
Actual Weight = 15 kg
หากใช้ Divisor 5,000
Volumetric Weight =
24 kg
Shipment อาจถูกคิดจากประมาณ 24 kg ตาม Rate Rule
Internal Link แนะนำ: Air Courier คืออะไร? ต่างจาก Air Cargo อย่างไร และเหมาะกับสินค้าแบบไหน
Air Cargo คิดน้ำหนักอย่างไร?
Air Cargo ก็ให้ความสำคัญกับ Chargeable Weight
ตัวอย่าง
120 × 100 × 100 cm
Actual Weight = 150 kg
หาก Tariff ใช้ Volume Factor 6,000
Volumetric Weight =
200 kg
Chargeable Weight จึงอาจอ้างอิงประมาณ 200 kg
Internal Link แนะนำ: การขนส่งทางเครื่องบิน Air Cargo คืออะไร? เหมาะกับสินค้าแบบไหน
Air Cargo กับ Air Courier ใช้สูตรเดียวกันหรือไม่?
ไม่ควรสมมติว่าเหมือนกัน
บาง Courier ใช้ 5,000
บาง Air Cargo Tariff ใช้ 6,000
แต่ต้องตรวจเงื่อนไขจริงก่อน Booking
Sea Freight คิดค่าขนส่งอย่างไร?
Sea Freight มี Pricing Structure แตกต่างจาก Air Freight
Sea Freight LCL คิดจาก CBM อย่างเดียวหรือไม่?
ไม่เสมอไป
LCL มักใช้หลัก Weight / Measurement หรือ W/M
ตัวอย่างใน Tariff ที่ใช้
1 CBM เทียบกับ 1,000 kg
Cargo = 8 CBM
Gross Weight = 3,000 kg
Volume = 8 Revenue Tons
Weight = 3 Revenue Tons
Measurement สูงกว่า จึงอาจใช้ 8 Revenue Tons เป็นฐาน
แต่ต้องตรวจ Tariff จริงของ Route
Sea Freight FCL คิดจาก CBM หรือไม่?
FCL มัก Quote ตาม
- Container Type
- Route
- Port
- Equipment
เช่น
- 20'
- 40'
- 40' High Cube
CBM ใช้เพื่อวางแผน Capacity แต่ไม่ได้หมายความว่าค่าระวาง FCL จะคิดแบบ CBM × Rate เสมอไป
Road Freight คิดจากน้ำหนักหรือ CBM?
ขึ้นอยู่กับ Service และ Route
สามารถพิจารณาจาก
- Weight
- Volume
- Pallet
- Loading Meter
- Truck Type
- Dedicated Vehicle
- Route
LTL
อาจพิจารณาพื้นที่หรือน้ำหนักที่ Shipment ใช้ร่วมกับรถคันอื่น
FTL
มัก Quote จาก Truck Type, Route และ Capacity
Internal Link แนะนำ: FTL กับ LTL ต่างกันอย่างไร? เลือกขนส่งทางรถแบบไหนให้เหมาะกับสินค้า
สินค้าอะไรมี Volumetric Weight สูง?
มักเป็นสินค้าที่ เบาแต่ใหญ่
เช่น
- หมอน
- ตุ๊กตา
- Basket
- Plastic Products
- Foam
- Furniture บางประเภท
- Decorative Goods
สินค้าอะไรมี Actual Weight สูงกว่า Volume Weight?
มักเป็นสินค้า Density สูง เช่น
- Metal Parts
- Machinery Components
- Stone
- Hardware
- Industrial Material
ทำไมกล่องใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าส่งเพิ่มมาก?
เพราะ Volume เพิ่มจากสามมิติพร้อมกัน
40 × 40 × 40 cm
= 64,000 cubic cm
แต่
50 × 50 × 50 cm
= 125,000 cubic cm
ขนาดแต่ละด้านเพิ่มไม่มาก แต่ Volume เกือบเพิ่มเป็นสองเท่า
Packing ช่วยลดค่าขนส่งได้อย่างไร?
เป้าหมายคือ
ปกป้องสินค้าได้เพียงพอ + ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถพิจารณา
- ลด Void Space
- เลือกกล่องพอดี
- ถอดชิ้นส่วน
- Nesting
- Folding
- ปรับจำนวนสินค้าต่อ Carton
Internal Link แนะนำ: แพ็กสินค้าไปต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย? 5 วิธีลดความเสียหายระหว่างขนส่ง
Pallet ทำให้ค่าขนส่งเพิ่มหรือไม่?
สามารถเพิ่มได้ เพราะทำให้
- Gross Weight เพิ่ม
- Height เพิ่ม
- Volume เพิ่ม
จึงควร Quote จาก Dimension หลัง Palletizing
Non-stackable Cargo ทำไมค่าขนส่งอาจสูงขึ้น?
เพราะพื้นที่เหนือ Cargo ไม่สามารถใช้วางสินค้าอื่นได้
จึงอาจเกิด
- Space Surcharge
- Non-stackable Charge
- Special Handling
ตาม Carrier
Wooden Crate มีผลต่อ Freight อย่างไร?
มีผลทั้ง Weight และ Volume
แต่สำหรับ Machinery หรือสินค้ามูลค่าสูง Wooden Crate อาจจำเป็นเพื่อลด Damage Risk
ขอราคา Freight ควรแจ้งขนาดก่อนหรือหลัง Packing?
ควรใช้ หลัง Packing
ข้อมูลควรประกอบด้วย
- Number of Packages
- Length
- Width
- Height
- Gross Weight per Package
- Total Gross Weight
หลายกล่องคำนวณ Volumetric Weight อย่างไร?
ควรคำนวณ Dimension ของแต่ละ Package ตาม Rule ของ Carrier แล้วรวมตามระบบ Pricing
ไม่ควรใช้ขนาดเฉลี่ยของทุกกล่องแทน
Carrier ปัดเศษน้ำหนักหรือไม่?
สามารถมีการ Rounding เช่น
- 0.5 kg
- 1 kg
- Weight Break
- Minimum Charge
ขึ้นอยู่กับ Tariff
Weight Break คืออะไร?
Air Freight สามารถมี Rate ตามช่วงน้ำหนัก เช่น
- Minimum
- +45 kg
- +100 kg
- +300 kg
- +500 kg
- +1,000 kg
Rate จริงขึ้นอยู่กับ Route และ Carrier
Minimum Charge คืออะไร?
แม้ Shipment มีน้ำหนักน้อย Carrier อาจกำหนดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ
ดังนั้น Shipment ที่น้ำหนักลดลงไม่ได้หมายความว่า Freight จะลดลงเป็นสัดส่วนเดียวกันเสมอ
ค่าขนส่งไม่ได้มีแค่ Freight Rate
ยังสามารถมีค่าใช้จ่าย เช่น
- Pickup
- Fuel Surcharge
- Security Charge
- Terminal Handling
- Documentation
- Customs Clearance
- Remote Area
- Oversize
- Dangerous Goods
- Delivery
- Destination Charge
จึงควรถามเสมอว่า
Quote นี้รวมอะไร และไม่รวมอะไร
Remote Area มีผลต่อราคาหรือไม่?
มีได้ โดยเฉพาะ Courier และ Door Delivery
Postal Code จึงเป็นข้อมูลสำคัญในการ Quote
Internal Link แนะนำ: Remote Area คืออะไร? รู้จักค่าธรรมเนียมพื้นที่ห่างไกลก่อนส่งสินค้าไปต่างประเทศ
สินค้า Dangerous Goods ทำไม Freight แพงกว่า?
เพราะอาจมี
- Documentation
- Handling
- Special Packaging
- Carrier Acceptance
- Segregation
เพิ่มเติม
ค่าขนส่งกับภาษีนำเข้าเป็นค่าเดียวกันหรือไม่?
ไม่ใช่
Freight คือ Transportation Cost
Import Duty และ Tax ขึ้นอยู่กับ
- HS Code
- Customs Value
- Country of Origin
- FTA
Freight Cost กับ Landed Cost ต่างกันอย่างไร?
Freight Cost คือค่าขนส่ง
Landed Cost สามารถรวม
- Product Cost
- Packing
- Freight
- Insurance
- Duty
- Tax
- Customs
- Local Charges
- Delivery
ขอราคา Freight จากหลายบริษัทควรเปรียบเทียบอย่างไร?
ควรตรวจ
- Chargeable Weight
- Divisor
- Route
- Transit Time
- Direct / Transshipment
- Pickup
- Destination Charges
- Surcharge
- Customs
- Remote Area
ไม่ควรเปรียบเทียบเฉพาะ Rate/kg
ตัวอย่างการคำนวณ Chargeable Weight และ CBM
ตัวอย่างที่ 1: สินค้าหนักแต่กล่องเล็ก
Actual Weight = 30 kg
Dimension = 40 × 40 × 40 cm
หากใช้ Divisor 5,000
Volumetric Weight = 12.8 kg
Actual Weight สูงกว่า
ตัวอย่างที่ 2: สินค้าเบาแต่กล่องใหญ่
Actual Weight = 10 kg
Dimension = 70 × 60 × 50 cm
หากใช้ Divisor 5,000
Volumetric Weight = 42 kg
Volume Weight สูงกว่าอย่างชัดเจน
ตัวอย่างที่ 3: Sea Freight LCL 5 CBM
Total Volume = 5 CBM
Gross Weight = 1,500 kg
ใน Tariff ที่ใช้ 1 CBM เทียบ 1,000 kg
Volume = 5 Revenue Tons
Weight = 1.5 Revenue Tons
Measurement สูงกว่า
ตัวอย่างที่ 4: LCL ขนาดเล็กแต่น้ำหนักสูง
Volume = 2 CBM
Gross Weight = 4,500 kg
Volume = 2 Revenue Tons
Weight = 4.5 Revenue Tons
Weight สูงกว่า
ตัวอย่างที่ 5: ส่งของ 10 CBM ควรดูแค่ LCL หรือไม่?
ไม่ควร
เมื่อ Volume เพิ่มขึ้นควรเริ่มเปรียบเทียบ
- LCL
- FCL
Internal Link แนะนำ: Sea Freight LCL คืออะไร? ขนส่งทางเรือแบบไม่เต็มตู้ เหมาะกับสินค้าแบบไหน
ลดค่าขนส่งได้อย่างไรโดยไม่ลดความปลอดภัยของสินค้า?
1. ลด Empty Space ใน Packaging
2. ปรับจำนวนสินค้าต่อ Carton
3. ตรวจว่าสินค้าถอดประกอบได้หรือไม่
4. เลือก Mode ให้เหมาะ
5. Consolidate Shipment
6. เปรียบเทียบ Total Cost
ควรส่งข้อมูลอะไรให้ Freight Forwarder เพื่อได้ราคาที่ใกล้เคียงจริง?
- Product Name
- Product Photo
- Commodity
- Number of Packages
- Dimension ของแต่ละ Package
- Gross Weight
- Total CBM
- Stackable / Non-stackable
- Origin
- Destination
- Postal Code ตามกรณี
- Cargo Ready Date
- Required Delivery Date
- Incoterms
- Battery / Liquid / Powder / Chemical
- Dangerous Goods Status
- Temperature Requirement
- Pickup / Delivery Requirement
เลือก Air, Sea หรือ Road จากน้ำหนักอย่างเดียวได้หรือไม่?
ไม่ได้
ต้องดู Weight และ Volume ร่วมกับ
- Destination
- Required Delivery Date
- Commodity
- Freight Budget
Internal Link แนะนำ: Air Freight, Sea Freight และ Road Freight ต่างกันอย่างไร? เลือกขนส่งแบบไหนให้เหมาะกับสินค้า
Checklist ก่อนคำนวณค่าขนส่งไปต่างประเทศ
- สินค้า Pack แล้วหรือยัง
- Actual / Gross Weight เท่าไร
- ขนาดหลัง Packing เท่าไร
- มีกี่ Packages
- Total CBM เท่าไร
- Stackable หรือไม่
- ต้นทางอยู่ที่ไหน
- ปลายทางอยู่ที่ไหน
- Postal Code คืออะไร
- ต้องการ Air / Sea / Road หรือให้เปรียบเทียบ
- Deadline เมื่อไร
- Incoterms คืออะไร
- สินค้ามี Battery หรือไม่
- เป็น Liquid / Powder / Chemical หรือไม่
- ต้องควบคุมอุณหภูมิหรือไม่
- Pickup และ Delivery รวมไหม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคำนวณค่าขนส่ง (FAQ)
Actual Weight คืออะไร?
Actual Weight คือน้ำหนักที่ชั่งได้จริงของ Package โดยในงาน Freight ควรใช้น้ำหนักหลัง Packing หรือ Gross Weight ในการประเมิน
Volumetric Weight คืออะไร?
เป็นน้ำหนักที่คำนวณจากพื้นที่ที่ Package ใช้ โดยใช้สูตร Dimension หารด้วย Volume Factor ตามกติกาของ Carrier
Chargeable Weight คืออะไร?
เป็นน้ำหนักที่ผู้ให้บริการนำไปใช้คิด Freight ซึ่งสำหรับหลายบริการจะพิจารณาระหว่าง Actual Weight และ Volumetric Weight
CBM คืออะไร?
CBM หรือ Cubic Meter เป็นหน่วยปริมาตร คำนวณจาก กว้าง × ยาว × สูง เมื่อ Dimension ใช้หน่วยเป็นเมตร
Air Courier ต้องหาร 5,000 ทุกบริษัทหรือไม่?
ไม่ควรถือเป็นกฎตายตัว ต้องตรวจ Rate Rule ของ Carrier
Air Cargo ต้องหาร 6,000 เสมอไหม?
ไม่ควรถือเป็นกฎตายตัว ต้องตรวจ Tariff ของ Airline หรือ Forwarder จริง
Sea Freight LCL คิดจาก CBM อย่างเดียวหรือไม่?
ไม่เสมอ สามารถใช้หลัก Weight / Measurement ตาม Tariff
กล่องใหญ่แต่น้ำหนักเบาทำไมค่าส่งแพง?
เพราะ Volumetric Weight อาจสูงกว่า Actual Weight
Packaging มีผลกับค่าส่งจริงหรือไม่?
มีผลโดยตรง เพราะเพิ่มได้ทั้ง Weight และ Volume
บริการประเมินค่าขนส่งระหว่างประเทศกับ CPL INTER
CPL INTER ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้ง
- Air Courier
- Air Cargo
- Sea Freight
- Road Freight
พร้อมบริการ Packing, Warehousing, Shipping Documents และพิธีการศุลกากรตาม Service Scope ของ Shipment
หากต้องการประเมินค่าขนส่ง สามารถเตรียมข้อมูล
- ชื่อสินค้าและรูปภาพ
- จำนวน Package
- ขนาด กว้าง × ยาว × สูง หลัง Packing
- Gross Weight
- ต้นทาง–ปลายทาง
- Postal Code ตามกรณี
- Cargo Ready Date
- Required Delivery Date
- Incoterms
- รายละเอียดพิเศษของสินค้า
เพื่อให้ทีม CPL INTER คำนวณ Chargeable Weight, CBM และเปรียบเทียบรูปแบบการขนส่งที่เหมาะกับ Shipment ก่อน Booking
โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426
LINE: @cplinter
เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015
บทความอื่น ๆ
- No Image
- No Image
- No Image