สินค้าต้องห้ามและสินค้าควบคุมในการนำเข้า–ส่งออก มีอะไรบ้าง?
20 ตุลาคม 2569
Key Takeaways
- สินค้าต้องห้ามกับสินค้าควบคุมไม่เหมือนกัน สินค้าต้องห้ามไม่สามารถนำเข้า–ส่งออกได้ตามกฎหมาย ส่วนสินค้าควบคุมอาจดำเนินการได้เมื่อมี Permit, Certificate หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
- การที่ Carrier รับขนสินค้าได้ ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผ่านกฎ Customs หรือกฎของประเทศปลายทางแล้ว
- สินค้ากลุ่มอาหาร เครื่องสำอาง ยา พืช สัตว์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สื่อสาร สารเคมี และสินค้าเฉพาะทางควรตรวจ Regulation ก่อน Booking
- HS Code เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญในการตรวจว่ามีมาตรการหรือใบอนุญาตเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่ไม่ควรพิจารณาจาก HS Code เพียงอย่างเดียว
- กฎหมายสินค้าและข้อกำหนดประเทศปลายทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจ Requirement ล่าสุดก่อนทุก Shipment
สินค้าต้องห้ามกับสินค้าควบคุมต่างกันอย่างไร?
ก่อนนำเข้าหรือส่งออก ควรแยกคำสองคำนี้ออกจากกันให้ชัด
สินค้าต้องห้าม คืออะไร?
สินค้าต้องห้าม หรือ Prohibited Goods คือสินค้าที่กฎหมายห้ามนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรตามเงื่อนไขที่กำหนด
หากสินค้าเข้าข่ายของต้องห้าม การมี Freight Forwarder หรือเอกสารขนส่งครบไม่ได้ทำให้สามารถดำเนินการได้
ตัวอย่างกลุ่มสินค้าที่อาจเกี่ยวข้องกับข้อห้ามตามกฎหมาย เช่น
- ยาเสพติดและสารที่กฎหมายห้าม
- สินค้าปลอมแปลงบางประเภท
- ธนบัตร เหรียญ หรือเอกสารทางการเงินปลอม
- สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามเงื่อนไขกฎหมาย
- วัตถุหรือสื่อบางประเภทที่กฎหมายห้าม
- สินค้าอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะประกาศห้าม
รายการที่ห้ามจริงต้องตรวจกฎหมายที่มีผลใช้ในวันที่ Shipment ดำเนินการ
สินค้าควบคุมหรือของต้องกำกัด คืออะไร?
สินค้าควบคุม หรือ Restricted Goods เป็นสินค้าที่สามารถนำเข้า–ส่งออกได้ในบางกรณี แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อน
เงื่อนไขอาจเป็น
- Import Permit
- Export Permit
- Product Registration
- Certificate
- Inspection
- License
- มาตรฐานบังคับ
- Quota
- Label Requirement
ตามสินค้าและหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ดังนั้นคำว่า
“สินค้าควบคุม”
ไม่ได้แปลว่า
“ส่งไม่ได้”
แต่หมายความว่าไม่ควรส่งจนกว่าจะตรวจ Requirement ครบ
ทำไมต้องตรวจสินค้าก่อน Booking?
หาก Booking Freight และส่งสินค้าออกไปก่อนตรวจ Regulation อาจเกิดสถานการณ์ เช่น
- Carrier ปฏิเสธรับสินค้า
- Customs Hold
- Importer ไม่มี Permit
- ต้องแก้เอกสาร
- ต้องส่งสินค้ากลับ
- เกิด Storage
- เสียค่า Return Freight
- สินค้าถูกยึดตามกฎหมาย
- เสียโอกาสทางธุรกิจ
ความเสี่ยงจะสูงขึ้นหากสินค้า
- มูลค่าสูง
- มี Shelf Life
- มี Deadline
- เป็นสินค้าควบคุม
- ต้องใช้ Permit หลายหน่วยงาน
จึงควรทำ Pre-shipment Compliance Check ตั้งแต่ก่อนตกลงวันส่ง
สินค้าควบคุมต้องตรวจอะไรบ้าง?
ควรตรวจอย่างน้อย 4 ด้าน
- กฎหมายส่งออกจากประเทศต้นทาง
- กฎของ Carrier และ Mode of Transport
- กฎหมาย Transit Country ตามกรณี
- กฎนำเข้าของประเทศปลายทาง
สินค้าหนึ่งรายการสามารถ
ส่งออกจากไทยได้
แต่
นำเข้าประเทศปลายทางไม่ได้
ก็เป็นไปได้
ดังนั้นการตรวจเฉพาะกฎหมายไทยยังไม่เพียงพอ
อาหารเป็นสินค้าควบคุมหรือไม่?
อาหารเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่ควรตรวจ Regulation อย่างละเอียด
โดยเฉพาะการนำเข้าเชิงพาณิชย์
ข้อมูลที่อาจต้องตรวจ ได้แก่
- ประเภทอาหาร
- Ingredient
- Manufacturer
- Label
- Product Registration
- Importer Qualification
- Certificate
- Health / Sanitary Requirement
สินค้าอาหารไม่ได้ใช้ Requirement เหมือนกันทั้งหมด
ตัวอย่าง
- อาหารสำเร็จรูป
- เครื่องดื่ม
- อาหารแห้ง
- อาหารแช่แข็ง
- ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
- ผลิตภัณฑ์จากนม
สามารถมีกฎแตกต่างกัน
ส่งอาหารตัวอย่างกับส่ง Commercial Lot เหมือนกันหรือไม่?
ไม่ควรสมมติว่าเหมือนกัน
Sample, Personal Use และ Commercial Import สามารถมี Procedure และ Requirement แตกต่างกัน
หากมีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่าย ควรตรวจ Commercial Import Requirement ตั้งแต่ต้น
Internal Link แนะนำ: นำเข้าอาหารต้องขอ อย. อย่างไร? ขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรรู้ก่อนนำเข้าสินค้า
เครื่องสำอางต้องตรวจอะไรบ้าง?
การนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อจำหน่ายสามารถเกี่ยวข้องกับ
- Product Notification / Registration ตามระบบที่ใช้
- Ingredient
- Label
- Importer
- Manufacturer
- Product Claim
สินค้าในกลุ่ม Beauty ที่ดูคล้ายกันไม่ได้หมายความว่าอยู่ภายใต้กฎเดียวกันทั้งหมด
ตัวอย่าง
- Skincare
- Makeup
- Shampoo
- Perfume
- Product ที่มี Claim ทางการแพทย์
สามารถถูกจัดอยู่ภายใต้ Regulation ต่างกันตามคุณสมบัติ
จึงควรตรวจ Classification ของ Product ก่อน Shipment
ยาและอาหารเสริมส่งได้เหมือนสินค้าทั่วไปหรือไม่?
ไม่ควรปฏิบัติเหมือน General Cargo
สินค้ากลุ่ม
- Pharmaceutical
- Supplement
- Vitamin
- Herbal Product
อาจเกี่ยวข้องกับ
- Product Registration
- Ingredient Restriction
- Import License
- Label
- Quantity
- Intended Use
และกฎของประเทศปลายทางสามารถต่างจากประเทศไทยมาก
การที่ผลิตภัณฑ์จำหน่ายถูกกฎหมายในประเทศหนึ่งไม่ได้หมายความว่าสามารถนำเข้าอีกประเทศหนึ่งได้โดยอัตโนมัติ
Internal Link แนะนำ: วิตามิน DHC ญี่ปุ่น นำเข้าอย่างไรให้ถูกต้อง? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนนำเข้าไทย
พืชและผลิตภัณฑ์จากพืชต้องใช้เอกสารอะไร?
สินค้ากลุ่มพืชสามารถเกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันศัตรูพืช
ตัวอย่าง
- ต้นไม้
- เมล็ดพันธุ์
- ผลไม้
- ผัก
- สมุนไพร
- ผลิตผลทางการเกษตร
- วัสดุจากพืชบางประเภท
อาจต้องมี
- Import Permit
- Phytosanitary Certificate
- Inspection
- Treatment
ตามสินค้าและประเทศ
ไม่ควรสรุปว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากพืชทุกชนิดต้องใช้ Phytosanitary Certificate
ต้องตรวจ Processing Level และ Product Scope เพิ่ม
สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ต้องตรวจอะไร?
ตัวอย่างสินค้า ได้แก่
- สัตว์มีชีวิต
- เนื้อสัตว์
- ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
- อาหารสัตว์
- หนังสัตว์บางประเภท
สามารถเกี่ยวข้องกับ
- Health Certificate
- Veterinary Requirement
- Import Permit
- Disease Control
- Inspection
ข้อกำหนดสามารถเข้มงวดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโรคสัตว์
จึงควรตรวจ Current Requirement ก่อน Shipment จริง
สัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าต้องระวังอะไร?
สินค้าบางประเภทอาจอยู่ภายใต้กฎหมายด้านสัตว์ป่าและการค้าระหว่างประเทศของชนิดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง
ตัวอย่าง
- หนังสัตว์
- งา
- เขา
- กระดูก
- ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
- Coral
- Exotic Animal Products
อาจต้องตรวจ
- Species
- Scientific Name
- Country of Origin
- CITES Status
- Permit
ไม่ควรซื้อสินค้าแล้วค่อยตรวจภายหลัง เพราะสินค้าบางประเภทอาจไม่สามารถส่งออกหรือนำเข้าได้
เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมหรือไม่?
เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทอาจอยู่ภายใต้มาตรฐานบังคับ
ควรตรวจ
- Product Type
- Voltage
- Function
- Specification
- Standard
- HS Code
ก่อนนำเข้า
ไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดจะใช้ Requirement เดียวกัน
สินค้าที่คล้ายกันแต่ Specification ต่างกันอาจมีสถานะด้านมาตรฐานต่างกันได้
Internal Link แนะนำ: เครื่องหมาย มอก. คืออะไร? มีผลอย่างไรต่อธุรกิจนำเข้าและส่งออก
อุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์ไร้สายต้องตรวจอะไร?
สินค้า เช่น
- Wi-Fi Device
- Bluetooth Device
- Radio Equipment
- Wireless Transmitter
- Communication Equipment
- IoT Device บางประเภท
อาจต้องตรวจข้อกำหนดด้านอุปกรณ์โทรคมนาคมหรือการใช้คลื่นความถี่
สิ่งที่ควรเตรียม เช่น
- Model
- Frequency
- Transmit Power
- Technical Specification
- Wireless Function
คำว่า
“Electronic Device”
ยังไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่าต้องมี Approval หรือไม่
Chemical เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับสารและวัตถุประสงค์
Chemical สามารถเกี่ยวข้องกับ
- Hazardous Substance Regulation
- Import / Export License
- Dangerous Goods Regulation
- Environmental Regulation
- Controlled Precursor Regulation
ข้อมูลที่ควรมี ได้แก่
- Chemical Name
- Composition
- CAS Number ตามกรณี
- Concentration
- Intended Use
- SDS
จากนั้นจึงตรวจทั้ง
Product Regulation
และ
Transport Regulation
แยกกัน
SDS / MSDS คือใบอนุญาตนำเข้าหรือไม่?
ไม่ใช่
SDS หรือ Safety Data Sheet เป็นเอกสารให้ข้อมูลด้านความปลอดภัยและคุณสมบัติของสาร
ช่วยใช้ตรวจ
- Hazard
- Composition
- Handling
- Storage
- Transport Classification
แต่ SDS ไม่ได้ทำหน้าที่แทน Import Permit
สินค้าสามารถมี SDS ครบแต่ยังต้องมีใบอนุญาตอื่นตามกฎหมาย
Dangerous Goods กับสินค้าควบคุมเหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน
นี่เป็นจุดที่มักสับสน
Dangerous Goods หรือ DG
เป็น Classification ด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
ส่วน
Restricted Goods
เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือการอนุญาตนำเข้า–ส่งออก
สินค้าอาจเป็น
DG แต่สามารถนำเข้าได้
เช่น Chemical บางชนิด หากมี
- Packaging
- Documentation
- Carrier Acceptance
- Permit
ครบ
ไม่ใช่ DG แต่เป็นสินค้าควบคุม
เช่น Food หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท
ไม่ได้เป็น Dangerous Goods ระหว่าง Transport แต่ยังมีกฎ Import Regulation
จึงต้องตรวจทั้งสองระบบแยกกัน
Internal Link แนะนำ: SDS / MSDS คืออะไร? เอกสารสำคัญสำหรับขนส่งสารเคมีและ Dangerous Goods
Lithium Battery ส่งได้หรือไม่?
Lithium Battery ไม่ได้หมายความว่าเป็นสินค้าต้องห้ามทุกกรณี
แต่เป็นสินค้าที่มีข้อกำหนดด้าน Transportation โดยเฉพาะ
ต้องตรวจข้อมูล เช่น
- Lithium-ion หรือ Lithium-metal
- Watt-hour Rating
- Battery Weight
- Installed in Equipment
- Packed with Equipment
- Shipped Separately
- Quantity
- Packaging
Carrier และ Mode สามารถมีข้อจำกัดต่างกัน
Battery ที่ส่งทาง Sea ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถส่ง Air Courier ในรูปแบบเดียวกันได้
น้ำหอมและสเปรย์ส่งได้หรือไม่?
ผลิตภัณฑ์ เช่น
- Perfume
- Aerosol
- Spray
- Alcohol-based Product
อาจเข้าข่าย Dangerous Goods จาก
- Flammability
- Pressure
- Chemical Composition
ต้องตรวจ SDS หรือ Product Specification
ไม่ควร Declare เพียงว่า
Cosmetic
หากสินค้ามีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับ DG
ของเหลวและผงเป็นสินค้าต้องห้ามหรือไม่?
ไม่จำเป็น
Liquid และ Powder ไม่ใช่สินค้าต้องห้ามโดยอัตโนมัติ
แต่ Carrier สามารถขอข้อมูลเพิ่ม เช่น
- Ingredient
- SDS
- Product Use
- Packaging
- Non-DG Declaration ตามกรณี
เพื่อยืนยัน Commodity
โดยเฉพาะ Air Freight และ Courier ซึ่งมี Security Requirement สูง
อาวุธและวัตถุระเบิดนำเข้า–ส่งออกได้หรือไม่?
สินค้าในกลุ่ม
- Firearm
- Ammunition
- Explosive
- Weapon Parts
อยู่ภายใต้กฎหมายและการอนุญาตเฉพาะ
ไม่ควรดำเนินการในรูปแบบ General Cargo
Shipment ต้องตรวจ
- Import / Export License
- End User
- Product Classification
- Transport Regulation
- Carrier Acceptance
และกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนทุกขั้นตอน
โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพระพุทธรูปส่งออกได้หรือไม่?
สินค้าบางประเภทอาจอยู่ภายใต้กฎหมายด้านการคุ้มครองโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ
ก่อนส่งควรตรวจ
- ประเภทวัตถุ
- อายุ
- ขนาด
- ลักษณะ
- วัตถุประสงค์
- ใบอนุญาต
ไม่ควรสรุปว่าสินค้าเป็นของตกแต่งจึงส่งออกได้ทันที
Requirement ต้องตรวจตามกฎหมายที่มีผลใช้ ณ วันที่ส่งออก
สินค้าแบรนด์เนมปลอมส่งได้หรือไม่?
สินค้าที่ละเมิด Trademark หรือ Copyright สามารถมีปัญหาทั้งด้าน
- Customs
- Intellectual Property
- Carrier Policy
สินค้าที่ถูกระบุว่า
- Replica
- Copy
- Fake
- Counterfeit
ไม่ควรถูกจัดเป็น General Merchandise เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจ
นอกจากผิดกฎแล้ว Importer หรือ Exporter ยังอาจเผชิญการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สินค้า Used หรือ Second-hand ต้องตรวจอะไร?
ของใช้แล้วไม่ใช่สินค้าต้องห้ามทั้งหมด
แต่บางประเทศควบคุมสินค้ามือสองบางประเภท เช่น
- Used Machinery
- Used Electronics
- Used Vehicle
- Used Medical Equipment
- Used Clothing
- Waste / Scrap
ก่อนส่งควรตรวจทั้ง
- Import Restriction
- Environmental Requirement
- Product Standard
- Condition of Goods
ให้ชัด
Waste และ Scrap ส่งได้เหมือนวัตถุดิบทั่วไปหรือไม่?
ไม่ควร
สินค้าในกลุ่ม
- Waste
- Scrap
- Used Material
- Recyclable Material
สามารถเกี่ยวข้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมและการเคลื่อนย้ายของเสียข้ามประเทศ
ต้องตรวจ
- Material Composition
- Contamination
- Hazardous Status
- Import / Export Control
- Permit
คำว่า
“ของเก่า”
หรือ
“เศษวัสดุ”
ไม่เพียงพอสำหรับ Classification
เครื่องจักรมือสองต้องขอใบอนุญาตหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับ
- Machine Type
- Condition
- Intended Use
- Regulation
- Country
เครื่องจักรมือสองบางประเภทอาจไม่มี Import Restriction เฉพาะ ขณะที่บางประเภทสามารถอยู่ภายใต้มาตรการเพิ่มเติม
จึงต้องตรวจ Product Specification เป็นรายกรณี
สินค้าที่มีไม้หรือบรรจุด้วยลังไม้เป็นสินค้าควบคุมหรือไม่?
ตัวสินค้าอาจไม่ได้เป็นสินค้าควบคุม แต่ Wood Packaging สามารถมี Requirement ด้าน Plant Health
ตัวอย่าง
- Wooden Pallet
- Wooden Crate
- Dunnage
อาจต้องเป็นไปตาม ISPM 15 สำหรับประเทศที่ใช้มาตรการดังกล่าว
สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่
- ประเภทไม้
- Treatment
- IPPC Mark
- Destination Requirement
Internal Link แนะนำ: ISPM 15 คืออะไร? Wooden Packaging, Pallet และ Fumigation สำหรับส่งออก
สินค้าควบคุมดูจาก HS Code ได้หรือไม่?
HS Code เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก
เพราะสามารถเชื่อมโยงกับ
- Import Duty
- FTA
- Trade Measures
- Permit
- Product Regulation
แต่ไม่ควรใช้ HS Code เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างสินค้าอยู่ HS Code เดียวกัน แต่อาจมี Specification ต่างกันจน Regulation ต่างกัน
จึงควรดู
HS Code + Product Description + Specification + Intended Use
ร่วมกัน
Internal Link แนะนำ: HS Code คืออะไร? วิธีดูพิกัดศุลกากรและทำไมสำคัญต่อภาษีนำเข้า–ส่งออก
ถ้า Supplier บอกว่าส่งออกได้ แปลว่านำเข้าไทยได้ไหม?
ไม่
Supplier มักทราบ Regulation ในประเทศต้นทาง
แต่การนำเข้าไทยต้องตรวจ Requirement ฝั่งประเทศไทยเพิ่ม
ตัวอย่าง
Supplier จีนสามารถ Export Product A ได้อย่างถูกต้อง
ไม่ได้หมายความว่า Importer ไทยจะสามารถนำเข้าโดยไม่มี
- Permit
- Product Registration
- Standard
- Customs Requirement
ดังนั้น Buyer ต้องตรวจ Destination Regulation แยกต่างหาก
ถ้าเคยนำเข้าสินค้านี้แล้ว รอบใหม่ไม่ต้องตรวจอีกใช่ไหม?
ไม่ควรใช้ข้อมูลเก่าโดยไม่ Review
ควรตรวจใหม่หาก
- Supplier เปลี่ยน
- Product Formula เปลี่ยน
- Model เปลี่ยน
- HS Code เปลี่ยน
- Country of Origin เปลี่ยน
- Regulation เปลี่ยน
- Permit หมดอายุ
โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าห่างกันหลายเดือนหรือหลายปี
Personal Use กับ Commercial Import ใช้กฎเดียวกันหรือไม่?
ไม่จำเป็น
การนำเข้าสำหรับ
- Personal Use
- Sample
- Research
- Commercial Sale
สามารถมี Procedure และ Requirement แตกต่างกัน
ไม่ควรนำประสบการณ์จากการสั่งสินค้าใช้เอง 1 ชิ้น มาสรุปว่าธุรกิจสามารถนำเข้า 1,000 ชิ้นเพื่อจำหน่ายภายใต้เงื่อนไขเดียวกันได้
Sample ไม่ต้องขอ Permit จริงหรือไม่?
ไม่ควรสรุปแบบนั้น
สินค้าบางประเภทแม้เป็น Sample ก็ยังมี Regulation
โดยเฉพาะ
- Food
- Medicine
- Biological Material
- Plant
- Animal Product
- Chemical
วัตถุประสงค์ของ Shipment อาจทำให้ Procedure ต่างกัน แต่ไม่ได้ลบข้อกำหนดทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
Gift ส่งได้โดยไม่ต้องตรวจกฎหรือไม่?
ไม่ได้
การเขียน Invoice ว่า
Gift
ไม่ได้เปลี่ยนประเภทสินค้า
หากข้างในเป็นสินค้าควบคุม Requirement ยังต้องตรวจจาก Product จริง
Customs สนใจว่า
สินค้าคืออะไร
มากกว่าคำว่า Gift ที่ใช้ระบุ Purpose of Shipment
Air Courier รับสินค้าแล้ว แปลว่าส่งได้แน่นอนหรือไม่?
ไม่
Courier Acceptance เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Process
Shipment ยังอาจมีปัญหาที่
- Export Customs
- Import Customs
- Destination Regulation
- Permit
- Consignee Eligibility
ดังนั้น
Carrier Accepts ≠ Customs Approved
โดยเฉพาะ Commercial Shipment
Internal Link แนะนำ: Air Courier คืออะไร? ต่างจาก Air Cargo อย่างไร และเหมาะกับสินค้าแบบไหน
Freight Forwarder มีหน้าที่ตรวจสินค้าควบคุมหรือไม่?
Freight Forwarder สามารถช่วยประสานและตรวจ Requirement เบื้องต้นตาม Service Scope
แต่ Importer / Exporter ต้องให้ Product Information ที่ถูกต้อง
ข้อมูลที่ควรเตรียม เช่น
- Product Name
- Photo
- Brand / Model
- Material
- Composition
- Ingredient
- Function
- Intended Use
- HS Code
- Technical Specification
- SDS ตามกรณี
Forwarder ไม่สามารถทราบ Regulation ได้อย่างแม่นยำจากคำว่า
“อะไหล่”
หรือ
“เครื่องใช้ไฟฟ้า”
เพียงอย่างเดียว
ถ้าไม่แจ้งว่าสินค้าเป็น Battery หรือ Chemical ได้หรือไม่?
ไม่ควร
การปกปิด Commodity สามารถสร้างความเสี่ยงด้าน
- Safety
- Customs
- Carrier
- Insurance
- Liability
โดยเฉพาะ Air Transport ซึ่ง Dangerous Goods Regulation มีความเข้มงวด
ควร Declare สินค้าตามข้อเท็จจริงทุกครั้ง
เอกสารที่สินค้าควบคุมอาจต้องใช้มีอะไรบ้าง?
ขึ้นอยู่กับ Product แต่ตัวอย่างเอกสาร ได้แก่
- Import Permit
- Export Permit
- Product Registration
- Certificate of Origin
- Health Certificate
- Phytosanitary Certificate
- Veterinary Certificate
- SDS
- Test Report
- Certificate of Analysis
- Certificate of Free Sale
- Product Standard Certificate
- Dangerous Goods Declaration
ไม่ใช่ทุก Shipment ต้องมีเอกสารเหล่านี้ทั้งหมด
ต้องตรวจเป็นราย Product และ Destination
ใครควรเป็นคนขอ Import Permit?
โดยทั่วไป Import Permit ของประเทศปลายทางมักเกี่ยวข้องกับ Importer หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตในประเทศนั้น
ดังนั้นก่อนส่งออก Seller ควรถาม Buyer ว่า
- เป็น Importer ได้หรือไม่
- มี Registration หรือไม่
- Permit พร้อมหรือไม่
- Customs Broker พร้อมหรือไม่
ไม่ควรส่ง Cargo ออกก่อนแล้วค่อยรอ Buyer ขอ Permit
Permit ควรพร้อมตอนไหน?
ควรตรวจ Requirement ก่อน Booking
หาก Permit ต้องออกก่อน Import หรือ Shipment ควรจัดเตรียมให้พร้อมตามกฎก่อนสินค้าเดินทาง
เพราะหาก Cargo ถึงปลายทางแล้วแต่ Permit ยังไม่พร้อม อาจเกิด
- Storage
- Demurrage
- Detention
- Return
- Disposal
ตาม Mode และสถานการณ์
สินค้าต้องห้ามหรือควบคุมแตกต่างกันตามประเทศหรือไม่?
แตกต่างกันมาก
สินค้าที่ประเทศไทยอนุญาตให้ส่งออก อาจถูกจำกัดในประเทศอื่น
ตัวอย่าง Regulation สามารถแตกต่างในเรื่อง
- Food
- Supplement
- Cosmetic
- Medicine
- Electronic Equipment
- Wireless Device
- Plant
- Meat
- Chemical
ดังนั้นการทำ International Trade ควรตรวจกฎที่ Destination Country
ทุกครั้ง
Transit Country ต้องตรวจด้วยหรือไม่?
บาง Shipment ต้อง Transit ผ่านประเทศที่สาม
ตัวอย่าง Cross-border Route อาจ
Origin → Transit Country → Destination
สินค้าบางประเภทสามารถมีกฎ Transit เพิ่ม
โดยเฉพาะ
- Dangerous Goods
- Animal
- Plant
- Controlled Chemical
ดังนั้นควรให้ Freight Forwarder ตรวจ Route ก่อน Booking
Incoterms มีผลต่อใบอนุญาตหรือไม่?
Incoterms กำหนด Responsibility ระหว่าง Buyer และ Seller แต่ไม่ได้ทำให้ Regulation ของสินค้าหายไป
ตัวอย่าง
DDP กำหนดให้ Seller มี Responsibility ด้าน Import Formalities ตาม Rule
แต่หากประเทศปลายทางกำหนดว่า Importer ต้องเป็นนิติบุคคลที่มี License เฉพาะ Seller ต่างประเทศอาจไม่สามารถทำ DDP ได้ง่าย
จึงต้องตรวจทั้ง
Incoterms + Local Law
Internal Link แนะนำ: Incoterms คืออะไร? รู้จัก EXW, FOB, CIF, DAP และ DDP ก่อนนำเข้า–ส่งออก
สินค้าควบคุมมีผลต่อค่าขนส่งหรือไม่?
สามารถมีผลได้
เพราะอาจเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจาก
- Special Documentation
- Dangerous Goods Handling
- Inspection
- Permit
- Special Packing
- Temperature Control
- Carrier Surcharge
- Storage
ดังนั้น Freight Quote ของ General Cargo ไม่ควรถูกนำมาใช้กับ Restricted หรือ Special Cargo โดยไม่แจ้ง Commodity จริง
วิธีตรวจสินค้าก่อนนำเข้า–ส่งออก
ควรทำตามลำดับดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ระบุสินค้าให้ชัด
เตรียม
- Product Name
- Photo
- Brand
- Model
- Material
- Composition
- Function
ขั้นตอนที่ 2 หา HS Code
Classification ให้เหมาะสมกับ Product
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจกฎประเทศต้นทาง
ดูว่ามี
- Export Restriction
- Export Permit
หรือไม่
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจกฎประเทศปลายทาง
ดู
- Import Permit
- Product Registration
- Standard
- Certificate
- Label
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจ Transport Regulation
โดยเฉพาะ
- DG
- Battery
- Liquid
- Chemical
- Temperature-controlled Cargo
ขั้นตอนที่ 6 เตรียมเอกสารก่อน Booking
อย่ารอจน Cargo ถึง Port หรือ Airport
Checklist ก่อนส่งสินค้าที่อาจมีข้อจำกัด
ตรวจให้ครบตามความเกี่ยวข้อง
- Product Name
- Product Photo
- Brand / Model
- Material
- Composition
- Ingredient
- Function
- Intended Use
- HS Code
- Country of Origin
- Importer Information
- Export Permit
- Import Permit
- Product Registration
- Certificate
- SDS
- DG Classification
- Battery Specification
- Label Requirement
- Wood Packaging Requirement
- Transit Country Requirement
- Carrier Acceptance
- Incoterms
- Customs Broker
- Required Delivery Date
หากข้อมูลยังไม่ครบ ไม่ควรรีบ Booking เพียงเพราะ Freight Rate กำลังถูก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินค้าต้องห้ามและสินค้าควบคุม
- คิดว่าส่งออกจากไทยได้ = นำเข้าปลายทางได้
- คิดว่า Carrier รับ = Customs ผ่าน
- ใช้ HS Code จาก Supplier โดยไม่ตรวจ
- ไม่แจ้ง Battery
- ไม่แจ้ง Chemical
- Declare สินค้าไม่ตรงความจริง
- ส่ง Commercial Lot โดยอ้างว่าเป็น Sample
- ใช้คำว่า Gift เพื่อหลีกเลี่ยง Regulation
- ขอ Permit หลังสินค้าเดินทางแล้ว
- ไม่ตรวจ Ingredient
- ไม่ตรวจ Country of Origin
- ไม่ตรวจ Product Standard
- ไม่ตรวจ Transit Country
- ใช้ Requirement ของ Shipment เก่าหลายปี
- คิดว่า Door to Door รวมการอนุญาตทุกอย่างแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินค้าต้องห้ามและสินค้าควบคุม (FAQ)
สินค้าต้องห้ามกับสินค้าควบคุมต่างกันอย่างไร?
สินค้าต้องห้ามเป็นสินค้าที่กฎหมายไม่อนุญาตให้นำเข้า–ส่งออกตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนสินค้าควบคุมสามารถดำเนินการได้เมื่อมีใบอนุญาต เอกสาร หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าต้องขอ Import Permit?
ต้องตรวจจาก Product, HS Code, Specification, Intended Use และกฎของประเทศปลายทางร่วมกัน ไม่ควรใช้ชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว
Dangerous Goods คือสินค้าต้องห้ามหรือไม่?
ไม่เสมอ Dangerous Goods หลายประเภทสามารถขนส่งได้เมื่อมี Classification, Packaging, Documentation และ Carrier Acceptance ที่ถูกต้อง
อาหารเสริมหรือวิตามินส่ง Courier ได้หรือไม่?
Carrier อาจรับบางประเภท แต่ยังต้องตรวจ Regulation ของประเทศปลายทางเรื่อง Ingredient, Quantity, Import Permit และ Product Requirement เพิ่ม
ของเหลวส่งต่างประเทศไม่ได้จริงหรือไม่?
ไม่จริง ของเหลวหลายประเภทสามารถส่งได้ แต่ต้องตรวจ Composition, Packaging และ Dangerous Goods Status ก่อน
Lithium Battery เป็นสินค้าต้องห้ามหรือไม่?
ไม่ทุกกรณี แต่มีข้อกำหนดด้าน Transportation เฉพาะ ต้องตรวจประเภท Battery, Configuration, Capacity และ Carrier Policy
ถ้ามี HS Code แล้วรู้ได้เลยไหมว่าสินค้าควบคุมหรือไม่?
HS Code เป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ควรใช้เพียงอย่างเดียว ต้องดู Product Description, Specification และ Regulation ปัจจุบันร่วมกัน
ส่ง Sample ไม่ต้องขอใบอนุญาตใช่ไหม?
ไม่เสมอ สินค้าบางประเภทแม้เป็น Sample ก็ยังอยู่ภายใต้ Regulation และอาจต้องมี Permit หรือ Certificate
ถ้าเคยส่งสินค้าแบบเดียวกันแล้ว ครั้งต่อไปใช้เอกสารเดิมได้ไหม?
ควรตรวจ Requirement ใหม่ เพราะ Product, Route, Carrier และกฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้
บริการตรวจข้อมูลและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศกับ CPL INTER
CPL INTER ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้ง
- Air Courier
- Air Cargo
- Sea Freight
- Road Freight
- Cross-border Transportation
พร้อมบริการที่เกี่ยวข้องกับ
- Packing
- Shipping Documents
- Warehousing
- Customs Clearance
- Delivery
ตาม Service Scope ของ Shipment
หากไม่แน่ใจว่าสินค้าที่ต้องการนำเข้าหรือส่งออกมีข้อจำกัดหรือไม่ สามารถเตรียมข้อมูล
- ชื่อสินค้า
- รูปภาพ
- Brand / Model
- Material
- Ingredient / Composition
- Function
- Technical Specification
- HS Code หากมี
- Country of Origin
- ประเทศต้นทาง–ปลายทาง
- SDS ตามกรณี
- Permit หรือ Certificate ที่มีอยู่
เพื่อให้ทีม CPL INTER ช่วยตรวจข้อมูลด้าน Logistics และประสาน Requirement ที่เกี่ยวข้องก่อน Booking
ข้อกำหนดของสินค้า ใบอนุญาต และกฎหมายแต่ละประเทศสามารถมีการเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจ Requirement ที่มีผลใช้ ณ วันที่ Shipment ดำเนินการจริงทุกครั้ง
โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426
LINE: @cplinter
เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015
บทความอื่น ๆ
- No Image
- No Image
- No Image