นำเข้า–ส่งออก USA ต้องรู้อะไรบ้าง? ขนส่ง ภาษี เอกสาร และข้อควรระวัง
21 ตุลาคม 2569
Key Takeaways
- การส่งสินค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาสามารถใช้ Air Courier, Air Cargo และ Sea Freight ทั้ง LCL และ FCL โดยควรเลือกจากขนาดสินค้า น้ำหนัก Lead Time และ Total Logistics Cost
- สินค้าที่นำเข้าสหรัฐฯ ต้องตรวจ HTSUS Classification, Country of Origin, Customs Value และกฎของหน่วยงานที่ควบคุมสินค้านั้น ไม่ควรดูเฉพาะค่าขนส่ง
- สินค้ากลุ่มอาหาร พืช ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ยา Medical Device เครื่องสำอาง สารเคมี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภทอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากหน่วยงานสหรัฐฯ
- กฎ Low-value Shipment ของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ควรใช้ข้อมูลเก่าว่า “ต่ำกว่า 800 USD ไม่เสียภาษีทุกกรณี” โดยไม่ตรวจข้อกำหนดปัจจุบัน
- สหรัฐอเมริกาไม่มี Federal VAT แบบเดียวกับประเทศไทย การคำนวณภาษีและค่าใช้จ่ายจึงต้องแยก Customs Duty, Customs Fee และ State / Local Tax ที่อาจเกี่ยวข้องออกจากกัน
ส่งสินค้าระหว่างไทยกับอเมริกาต้องรู้อะไรก่อน?
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีพื้นที่กว้างมาก
การส่งสินค้าไป
- California
- Texas
- New York
- Florida
- Illinois
แม้จะเป็นประเทศเดียวกัน แต่ Logistics Cost และ Delivery Process สามารถแตกต่างกันอย่างมาก
ก่อนขอราคา Freight จึงควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อย
- ชื่อสินค้า
- จำนวน Package
- Gross Weight
- Dimension
- มูลค่าสินค้า
- Country of Origin
- เมืองและ ZIP Code ปลายทาง
- Incoterms
- Cargo Ready Date
- Required Delivery Date
หากแจ้งเพียง
“ส่งไปอเมริกาเท่าไร?”
ยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินค่าขนส่งและ Import Requirement อย่างแม่นยำ
ไทยไปอเมริกาส่งได้ทางไหนบ้าง?
รูปแบบหลัก ได้แก่
- Air Courier
- Air Cargo
- Sea Freight LCL
- Sea Freight FCL
แต่ละ Mode เหมาะกับ Shipment แตกต่างกัน
Air Courier ไปอเมริกาเหมาะกับสินค้าแบบไหน?
Air Courier เหมาะกับ
- เอกสาร
- Sample
- E-commerce Order
- Spare Part ขนาดเล็ก
- Commercial Shipment ปริมาณไม่มาก
- สินค้าที่ต้องการ Door-to-Door Service
จุดเด่นคือมี Network สำหรับ
- Pickup
- Air Transport
- Customs Process ตาม Service
- Tracking
- Last-mile Delivery
แต่ Freight สามารถสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหาก Package มี
- Dimension ใหญ่
- Volumetric Weight สูง
- Oversize
- Remote Area
ก่อนส่งจึงควรแจ้ง ZIP Code ปลายทางด้วย
Internal Link แนะนำ: Air Courier คืออะไร? ต่างจาก Air Cargo อย่างไร และเหมาะกับสินค้าแบบไหน
Air Cargo ไปอเมริกาเหมาะกับสินค้าแบบไหน?
Air Cargo เหมาะกับ Shipment ที่
- ใหญ่กว่า Parcel
- มีหลาย Cartons
- มี Pallet
- น้ำหนักสูงขึ้น
- ต้องการ Lead Time เร็ว
- เป็น Commercial Cargo
- ต้องการ Freight Solution ที่ปรับตาม Shipment
ตัวอย่างสินค้า เช่น
- Machinery Parts
- Electronics
- Fashion
- Industrial Parts
- High-value Cargo
Air Cargo สามารถจัดเป็น
- Airport to Airport
- Door to Airport
- Airport to Door
- Door to Door
ได้ตาม Service Scope
จึงไม่ควรเข้าใจว่า Air Cargo ต้องให้ผู้รับไปรับที่สนามบินเองเสมอ
Sea Freight ไปอเมริกาเหมาะกับสินค้าแบบไหน?
Sea Freight เหมาะกับ
- Shipment ปริมาณมาก
- Machinery
- Furniture
- Consumer Goods
- Raw Material
- Commercial Cargo ที่ไม่เร่งด่วน
สามารถแบ่งหลัก ๆ เป็น
- LCL
- FCL
LCL ไปอเมริกา
LCL หรือ Less than Container Load เหมาะกับ Cargo ที่ไม่เต็ม Container
ผู้ส่งใช้พื้นที่ร่วมกับ Shipment อื่น
เหมาะกับ
- หลาย Cartons
- Pallet
- Cargo หลาย CBM
แต่ Destination Charge มีความสำคัญมากในการคำนวณ Total Cost
ไม่ควรเลือก LCL จาก Ocean Freight หน้า Quote เพียงรายการเดียว
FCL ไปอเมริกา
FCL เหมาะกับ Cargo ปริมาณมาก หรือธุรกิจที่ต้องการใช้ Container สำหรับ Shipment ของตน
Equipment ที่พบได้ เช่น
- 20’ Dry
- 40’ Dry
- 40’ High Cube
รวมถึง Special Equipment ตาม Cargo
Internal Link แนะนำ: Sea Freight LCL คืออะไร? ขนส่งทางเรือแบบไม่เต็มตู้ เหมาะกับสินค้าแบบไหน
ส่งทาง Air หรือ Sea ไปอเมริกา แบบไหนดีกว่า?
ต้องดูมากกว่า Freight Rate
Air เหมาะเมื่อ
- Cargo ไม่ใหญ่มาก
- ต้องการความเร็ว
- Product Margin รองรับ Freight
- สินค้าขาด Stock
- Spare Part ต้องใช้ด่วน
Sea เหมาะเมื่อ
- Cargo Volume สูง
- ไม่เร่งด่วน
- ต้องการลด Freight per Unit
- สินค้าสามารถวางแผน Stock ล่วงหน้าได้
ธุรกิจควรเปรียบเทียบ
Total Cost + Lead Time + Inventory Cost
ไม่ใช่ถามเพียงว่า Mode ไหน “ถูกกว่า”
Internal Link แนะนำ: Air Freight, Sea Freight และ Road Freight ต่างกันอย่างไร? เลือกขนส่งแบบไหนให้เหมาะกับสินค้า
ส่ง Sea Freight ไปอเมริกาเลือก Port อย่างไร?
สหรัฐอเมริกามี Port หลายภูมิภาค
ตัวอย่าง Gateway สำคัญ เช่น
- Los Angeles / Long Beach
- New York / New Jersey
- Savannah
- Houston
การเลือก Port ไม่ควรดูเพียง Ocean Freight
ต้องดูปลายทางจริงด้วย
ตัวอย่าง
หาก Consignee อยู่ใกล้ฝั่ง East Coast การนำเข้า Port ฝั่ง West แล้ว Truck ข้ามประเทศอาจไม่ได้เป็น Option ที่คุ้มที่สุดเสมอ
ควรเปรียบเทียบ
- Ocean Route
- Transit
- Port Charge
- Rail
- Trucking
- Delivery
รวมกัน
ส่งของไปอเมริกาใช้เวลากี่วัน?
ไม่มี Transit Time เดียวสำหรับทุก Shipment
ขึ้นอยู่กับ
- Origin
- Destination
- Airline / Shipping Line
- Direct / Transshipment
- Flight / Vessel Schedule
- Customs
- Port Congestion
- Inland Delivery
- Season
ไม่ควรใช้ตัวเลขจาก Shipment เก่า เช่น
Air 5–10 วัน
หรือ
Sea 30–35 วัน
เป็น Guaranteed Transit Time สำหรับทุก Route
ควรตรวจ Schedule จริงก่อน Booking
ส่งออกจากไทยไป USA ต้องใช้เอกสารอะไร?
Commercial Shipment โดยทั่วไปสามารถเกี่ยวข้องกับเอกสาร เช่น
- Commercial Invoice
- Packing List
- Air Waybill หรือ Bill of Lading
- Export Customs Declaration
- Certificate of Origin ตามกรณี
- Permit / Certificate ตามสินค้า
และอาจมีเอกสารเพิ่มเติมจาก Requirement ฝั่งสหรัฐฯ
ข้อมูลในเอกสารควรสอดคล้องกัน เช่น
- Shipper
- Consignee
- Product Description
- Quantity
- Value
- Weight
- Country of Origin
Internal Link แนะนำ: เอกสารส่งออกมีอะไรบ้าง? Checklist เอกสารสำคัญก่อนส่งสินค้าไปต่างประเทศ
Commercial Invoice ส่งอเมริกาควรระบุอะไร?
ควรมีรายละเอียด เช่น
- Seller / Exporter
- Buyer / Consignee
- Product Description
- Quantity
- Unit Price
- Total Value
- Currency
- Country of Origin
- Incoterms
- Invoice Number
- Invoice Date
Product Description ควรชัดเจน
ไม่ควรใช้เพียง
- Sample
- Parts
- Accessories
- Gift
หากสามารถระบุสินค้าได้ละเอียดกว่า
ตัวอย่าง
แทนที่จะเขียน
Machine Parts
อาจใช้
Stainless Steel Spare Parts for Food Packaging Machine
ตามลักษณะสินค้าจริง
HS Code สำหรับ USA ใช้แบบเดียวกับไทยหรือไม่?
6 หลักแรกอยู่บนพื้นฐาน Harmonized System เหมือนกัน
แต่สหรัฐอเมริกามีระบบ Tariff Classification ของตนในระดับที่ละเอียดขึ้น คือ HTSUS หรือ Harmonized Tariff Schedule of the United States
ดังนั้นไม่ควรนำ AHTN Code 8 หรือ 11 หลักของประเทศไทยไปใช้เป็น U.S. Tariff Code โดยตรง
ควรตรวจ
- Product
- HS 6 Digit
- HTSUS Classification
สำหรับ Import Entry ในสหรัฐฯ
Internal Link แนะนำ: HS Code คืออะไร? วิธีดูพิกัดศุลกากรและทำไมสำคัญต่อภาษีนำเข้า–ส่งออก
ใครรับผิดชอบการ Classification เมื่อสินค้าเข้า USA?
Importer ต้องให้ข้อมูลสินค้าอย่างถูกต้องสำหรับ Customs Entry
Customs Broker สามารถช่วย Classification และจัด Entry ได้ แต่ Importer ยังควรมีข้อมูล Product ที่เพียงพอ เช่น
- Material
- Function
- Composition
- Model
- Technical Specification
ไม่ควรให้ Broker เดาจากคำว่า
Accessories
หรือรูปภาพเพียงอย่างเดียว
CBP คืออะไร?
CBP ย่อมาจาก
U.S. Customs and Border Protection
เป็นหน่วยงานสำคัญที่ดูแลการนำเข้าสินค้าเข้าสหรัฐอเมริกา
CBP เกี่ยวข้องกับเรื่อง เช่น
- Customs Entry
- Classification
- Valuation
- Country of Origin
- Duty
- Admissibility
- Trade Enforcement
แต่สินค้าหลายประเภทมีหน่วยงานอื่นควบคุมร่วมด้วย
ดังนั้น
ผ่าน CBP อย่างเดียว
ไม่ได้หมายความว่าสินค้าควบคุมทุกประเภทจะ Import ได้โดยไม่มี Requirement อื่น
Importer of Record คืออะไร?
Importer of Record หรือ IOR คือผู้ที่มี Responsibility สำคัญในการนำเข้าสินค้าเข้าสหรัฐฯ ตาม Customs Process
หน้าที่สามารถเกี่ยวข้องกับ
- Customs Entry
- Classification
- Value
- Duty
- Compliance
ก่อนส่ง Commercial Shipment ไป USA ควรถาม Buyer ให้ชัดว่า
ใครจะเป็น Importer of Record?
โดยเฉพาะ Shipment แบบ
- DAP
- DDP
- Door to Door
หากไม่มี IOR ที่พร้อม Shipment อาจถึงสหรัฐฯ แล้วไม่สามารถ Clearance ได้ตามแผน
DDP ไปอเมริกาทำได้หรือไม่?
สามารถจัดโครงสร้าง DDP ได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจอย่างละเอียด
เพราะ DDP กำหนดให้ Seller รับ Responsibility ด้าน Import Formalities ตาม Rule
ก่อนตกลง DDP ควรตรวจว่า
- ใครเป็น Importer of Record
- Importer Registration พร้อมหรือไม่
- Customs Bond ต้องใช้หรือไม่
- Tax / Duty Billing ทำอย่างไร
- Product Regulation มีอะไร
- Seller สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย U.S. ได้หรือไม่
จึงไม่ควร Quote DDP เพียงเพื่อให้ Buyer ได้ราคา
“ส่งถึงบ้านรวมทุกอย่าง”
โดยยังไม่ได้ตรวจ Import Setup
Internal Link แนะนำ: Incoterms คืออะไร? รู้จัก EXW, FOB, CIF, DAP และ DDP ก่อนนำเข้า–ส่งออก
Customs Bond คืออะไร?
Commercial Import บางรูปแบบในสหรัฐฯ สามารถเกี่ยวข้องกับ Customs Bond
Bond เป็น Financial Guarantee ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อกำหนด Customs และการชำระภาระที่เกี่ยวข้อง
สามารถมีรูปแบบ เช่น
- Single Transaction Bond
- Continuous Bond
ตามลักษณะ Import Activity
Requirement จริงขึ้นอยู่กับ Entry และสินค้า
Importer ที่ส่งสินค้าเป็นประจำควรปรึกษา Customs Broker เรื่อง Import Setup ก่อน Shipment แรก
ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ คิดอย่างไร?
ไม่ควรใช้สูตรของประเทศไทยไปคำนวณ U.S. Duty โดยตรง
ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต้องดู
- HTSUS Classification
- Country of Origin
- Customs Value
- Duty Rate
- Additional Duty / Trade Measure ตามกรณี
- Preferential Program หากมีและเข้าเงื่อนไข
อัตราจึงแตกต่างกันตามสินค้า
บางพิกัดอาจเป็น
- Free
- Ad Valorem
- Specific Duty
- Compound Rate
หรืออยู่ภายใต้มาตรการเพิ่มเติม
จึงควรตรวจ HTSUS ปัจจุบันก่อนขายสินค้าแบบ Landed Price ให้ Buyer
Customs Value ของ USA ใช้ CIF เหมือนประเทศไทยหรือไม่?
ไม่ควรใช้สูตร CIF ของไทยเป็นสูตร Universal
สหรัฐฯ มีหลัก Customs Valuation ของตนเอง โดย Transaction Value เป็นวิธีสำคัญที่ใช้พิจารณาราคาสินค้าที่ขายเพื่อส่งออกเข้าสหรัฐฯ พร้อม Adjustments ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นผู้ส่งออกไม่ควรคำนวณ
Cost + Insurance + Freight
แล้วสรุปว่านั่นคือ U.S. Customs Value ทุก Shipment
ควรให้ Customs Broker ฝั่งสหรัฐฯ ตรวจ Transaction จริง
USA มี VAT 10% หรือไม่?
ไม่มี Federal VAT 10% แบบที่บทความเก่าเคยระบุ
สหรัฐอเมริกาไม่มีระบบ Federal VAT แบบประเทศไทย
มีระบบ Sales Tax ในระดับ State และ Local ตามพื้นที่และ Transaction
Sales Tax กับ Import Duty เป็นคนละเรื่อง
ดังนั้นการนำเข้าสหรัฐฯ ควรแยก
- Customs Duty
- Customs-related Fees
- State / Local Sales Tax ที่เกี่ยวข้องกับการขาย
- Logistics Cost
ออกจากกัน
ไม่ควรบวก VAT 10% เข้า Import Cost ของ USA แบบอัตโนมัติ
สินค้ามูลค่าต่ำกว่า 800 USD ไม่เสียภาษีจริงหรือไม่?
ไม่ควรใช้เป็นกฎทั่วไปในปัจจุบัน
ข้อมูลเก่าจำนวนมากอธิบายระบบ U.S. De Minimis ด้วย Threshold 800 USD และสรุปว่าสินค้าต่ำกว่านั้นสามารถเข้าได้โดยไม่เสีย Duty
แต่กฎและมาตรการเกี่ยวกับ Low-value Imports ของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา และ Treatment สามารถขึ้นอยู่กับ
- Country of Origin
- Entry Method
- Commodity
- Current Government Policy
ดังนั้นก่อนส่ง Low-value Shipment ควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดกับ
- Carrier
- Customs Broker
- CBP Requirement ที่มีผลใช้
ไม่ควรใช้บทความเก่าหรือข้อมูลจาก Shipment หลายปีก่อนเป็นหลัก
ประเทศไทยมี FTA กับ USA หรือไม่?
ไม่ควรสมมติว่าสินค้าจากไทยจะได้ Preferential Duty ในสหรัฐฯ เพียงเพราะผลิตในประเทศไทย
ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาไม่ได้มี Bilateral Free Trade Agreement แบบที่ใช้ลดภาษีกับสินค้าทั่วไปภายใต้ FTA สองประเทศ
อย่างไรก็ตาม Duty Treatment ของสินค้าต้องตรวจจาก
- HTSUS
- Country of Origin
- Current Trade Program
- Product-specific Measure
ในวันที่ Import จริง
Country of Origin สำคัญกับการส่งเข้า USA อย่างไร?
สำคัญทั้งเรื่อง
- Duty
- Trade Measures
- Marking
- Statistics
- Product Regulation
ตัวอย่าง
สินค้าอาจถูกส่งจาก Singapore
แต่ผลิตใน Thailand
Country of Export กับ Country of Origin จึงไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศเดียวกัน
Importer ต้องตรวจ Origin ตามกฎที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ดูจากประเทศที่ Cargo ขึ้นเครื่องหรือขึ้นเรือ
สินค้าต้องติด Made in Thailand หรือไม่?
สินค้านำเข้าสหรัฐฯ จำนวนมากอยู่ภายใต้ Country of Origin Marking Requirement ตามกฎหมายและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง
รูปแบบ Marking ต้องเหมาะกับสินค้าและ Regulation
ตัวอย่างสามารถมีข้อความ
Made in Thailand
ตามข้อเท็จจริงของ Origin
แต่ Requirement อาจแตกต่างตามสินค้า Packaging และข้อยกเว้น
หากเป็น Commercial Product ควรตรวจ Marking Requirement ก่อนผลิต Packaging จำนวนมาก
อาหารส่งไป USA ต้องตรวจอะไร?
Food Commercial Shipment เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มี Requirement มากกว่าสินค้าทั่วไป
หน่วยงานสำคัญคือ U.S. Food and Drug Administration หรือ FDA
ตามประเภทสินค้าและธุรกิจ อาจต้องตรวจเรื่อง เช่น
- Food Facility Registration
- Prior Notice
- Food Label
- Ingredient
- U.S. Importer Requirement
- FSVP
- Product-specific Requirement
Requirement จริงแตกต่างตาม
- Product
- Manufacturer
- Intended Use
- Importer
- Business Model
ไม่ควรใช้กฎเก่าว่า
อาหารแห้งต่ำกว่า 10–20 kg ไม่ต้อง FDA
เป็นเกณฑ์ทั่วไป
เพราะ Regulation ไม่ได้ตัดสินจากน้ำหนัก Shipment เพียงอย่างเดียว
Prior Notice คืออะไร?
อาหารที่นำเข้าสหรัฐฯ หลายประเภทต้องมีการแจ้งข้อมูลก่อนสินค้าถึงสหรัฐฯ ตาม FDA Requirement
ข้อมูลสามารถเกี่ยวข้องกับ
- Product
- Manufacturer
- Shipper
- Importer
- Carrier
- Arrival
Timing และ Exemption ต้องตรวจตามกฎปัจจุบัน
หากส่ง Food ไป USA ควรให้ Importer และ Forwarder ตรวจ Process ก่อน Booking
FSVP คืออะไร?
FSVP ย่อมาจาก
Foreign Supplier Verification Program
เกี่ยวข้องกับ Responsibility ของ U.S. Importer สำหรับอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศภายใต้ขอบเขตของกฎ
Importer อาจต้องมีระบบตรวจสอบ Supplier ต่างประเทศตาม Requirement ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นผู้ผลิตอาหารไทยที่ต้องการขายเข้าสหรัฐฯ ควรตรวจว่า Buyer มี Import Setup และ FSVP Responsibility พร้อมหรือไม่
เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ส่งไป USA ได้หรือไม่?
เป็นกลุ่มที่ต้องตรวจ Regulation อย่างละเอียด
อาจเกี่ยวข้องกับ
- USDA
- FDA
- Animal Health Requirement
- Food Safety Requirement
- Country / Establishment Eligibility
ตาม Product
ไม่ควรใช้รายการเก่าว่า
หมู ไก่ ไข่ = ห้ามทั้งหมด
เพราะกฎขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ Processing และ Program ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนส่งต้องตรวจ Commodity จริงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ผลไม้ ผัก และพืชส่งไป USA ได้หรือไม่?
สินค้า Plant และ Agricultural Product สามารถอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ USDA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อาจต้องมี
- Import Permit
- Phytosanitary Certificate
- Treatment
- Inspection
- Approved Origin
ตาม Commodity
ตัวอย่าง
ผลไม้ชนิดหนึ่งอาจนำเข้าได้จากประเทศหนึ่งภายใต้ Treatment เฉพาะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าผลไม้อื่นใช้ Requirement เดียวกัน
Wooden Pallet ส่งไป USA ต้องตรวจอะไร?
Wood Packaging เช่น
- Wooden Pallet
- Wooden Crate
- Wooden Skid
- Dunnage
ที่อยู่ใน Scope ต้องตรวจข้อกำหนดด้าน ISPM 15
ควรตรวจ
- Treatment
- IPPC Mark
- Raw Wood
- Dunnage
ก่อน Shipment
เพราะปัญหา Wooden Packaging สามารถทำให้ Cargo ถูก Hold หรือมีมาตรการที่ปลายทาง
Internal Link แนะนำ: ISPM 15 คืออะไร? Wooden Packaging, Pallet และ Fumigation สำหรับส่งออก
เครื่องสำอางส่งไป USA ต้องตรวจอะไร?
Cosmetic Products อยู่ภายใต้ FDA Regulation และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดที่ได้รับการปรับปรุงภายใต้ Modernization of Cosmetics Regulation Act หรือ MoCRA
ธุรกิจควรตรวจตาม Product และสถานะของกิจการ เช่น
- Product Safety
- Labeling
- Facility Requirement
- Product Listing
- Responsible Person
- Adverse Event Requirement
ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
ไม่ควรสรุปว่าเพราะ Cosmetic ไม่ใช่ยา จึงส่ง Commercial Lot เข้า USA ได้โดยไม่ต้องตรวจ FDA
ยาและ Medical Device ส่งไป USA ได้หรือไม่?
สามารถอยู่ภายใต้ Regulation ที่เข้มงวด
อาจเกี่ยวข้องกับ
- FDA Registration
- Listing
- Approval / Clearance
- Manufacturer
- Importer
- Labeling
ตาม Product
คำว่า
Medical Product
กว้างเกินไปสำหรับประเมิน Requirement
ควรมี
- Product Name
- Intended Use
- Manufacturer
- Specification
- Regulatory Status
ก่อน Booking
เครื่องใช้ไฟฟ้าและ Electronics ต้องตรวจอะไร?
Electronics บางประเภทอาจต้องตรวจข้อกำหนดจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม
ตัวอย่าง
สินค้าที่มี
- Wi-Fi
- Bluetooth
- Radio Frequency
- Wireless Transmission
อาจเกี่ยวข้องกับ FCC Requirement
สินค้า Consumer Product บางประเภทอาจอยู่ภายใต้
- Safety Standard
- CPSC Requirement
ตาม Product
จึงควรส่ง Technical Specification ให้ Importer ตรวจตั้งแต่ก่อนสั่งผลิต
Chemical ส่งไป USA ต้องตรวจอะไร?
สินค้า Chemical อาจเกี่ยวข้องกับ
- EPA
- TSCA
- Hazard Communication
- Dangerous Goods Regulation
ตามชนิดสารและการใช้งาน
ควรเตรียม
- SDS
- Composition
- CAS Number ตามกรณี
- Intended Use
- Transport Classification
และตรวจทั้ง
Import Regulation
กับ
Transport Regulation
แยกกัน
Internal Link แนะนำ: SDS / MSDS คืออะไร? เอกสารสำคัญสำหรับขนส่งสารเคมีและ Dangerous Goods
Dangerous Goods ส่งไป USA ได้หรือไม่?
DG ไม่ได้หมายความว่าส่งไม่ได้ทั้งหมด
สามารถส่งบางประเภทได้หาก
- Carrier Accept
- Packaging ถูกต้อง
- Mark / Label ถูกต้อง
- Documentation ครบ
- Import Regulation อนุญาต
กฎแตกต่างระหว่าง
- Air
- Sea
- Road
สินค้าที่ Sea Freight รับได้อาจไม่สามารถส่ง Air Courier ภายใต้ Service เดียวกันได้
Battery ส่งไป USA ต้องแจ้งหรือไม่?
ต้องแจ้ง
โดยเฉพาะ
- Lithium-ion Battery
- Lithium-metal Battery
- Power Bank
- Battery Pack
ต้องตรวจ
- Watt-hour
- Configuration
- Installed / Packed with / Separate
- Quantity
- Packaging
- Test Requirement
- Carrier Policy
ไม่ควร Declare เป็นเพียง
Electronic Accessories
หากมี Battery อยู่ภายใน
สินค้าแบรนด์ส่งเข้า USA ต้องระวังอะไร?
สินค้าที่มี
- Trademark
- Copyright
- Licensing
ต้องเป็นสินค้าที่มีสิทธิถูกต้อง
Counterfeit Goods สามารถถูก Customs ดำเนินการได้
ธุรกิจที่ส่ง
- Fashion
- Accessories
- Toy
- Character Product
ควรตรวจ Intellectual Property Rights ด้วย
ไม่ควรใช้คำว่า
Replica
หรือ
Copy
แล้วคาดว่าจะสามารถผ่าน Customs ได้
ส่ง Sample ไป USA ต้องผ่าน Customs ไหม?
ต้องผ่านกระบวนการ Import ตาม Requirement ที่เกี่ยวข้อง
คำว่า Sample ไม่ได้ทำให้
- FDA Requirement
- Permit
- Duty
- Product Regulation
หายไปโดยอัตโนมัติ
ควร Declare Product Description และ Value ที่สามารถรองรับ Customs ได้
ไม่ควรระบุ Value = 0 เพียงเพราะเป็น Sample
Gift ส่งไป USA ต่างจาก Commercial Shipment อย่างไร?
Gift สามารถมี Customs Treatment แตกต่างจาก Commercial Sale ในบางบริบท
แต่คำว่า Gift ไม่ได้เปลี่ยนตัวสินค้า
หากข้างในเป็น
- Food
- Medicine
- Plant
- DG
- Controlled Product
ยังต้องตรวจ Regulation ของ Product นั้น
จึงไม่ควรใช้คำว่า Gift เพื่อหลีกเลี่ยง Commercial Import Requirement
ส่งของจาก USA มาไทยต้องรู้อะไร?
เมื่อนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เข้าประเทศไทย ต้องกลับมาดูกฎฝั่งไทย
ข้อมูลสำคัญ ได้แก่
- HS Code / AHTN
- Customs Value
- Import Duty
- VAT
- Import Permit
- มอก.
- อย.
- หน่วยงานควบคุมอื่นตามสินค้า
สินค้าเดียวกันที่ออกจาก USA ได้ ไม่ได้หมายความว่านำเข้าไทยได้โดยไม่มี Requirement
ภาษีนำเข้าสินค้าจาก USA มาไทยคิดอย่างไร?
ต้องตรวจพิกัดสินค้าในประเทศไทย
โดยหลักสำหรับสินค้าทั่วไป ต้องพิจารณา
- Customs Value
- Import Duty
- VAT
- ภาษีหรือมาตรการอื่นตามสินค้า
ประเทศไทยและสหรัฐฯ ไม่ได้มี FTA สองประเทศที่ทำให้สินค้าทั่วไปจาก USA ได้ Duty 0% โดยอัตโนมัติ
จึงต้องตรวจอัตราของ HS Code จริงก่อนสั่งซื้อ
Internal Link แนะนำ: ภาษีนำเข้าคิดอย่างไร? รู้จักอากรขาเข้า VAT และค่าใช้จ่ายก่อนนำเข้าสินค้า
สินค้าจาก USA ต้องเสีย VAT ไทยหรือไม่?
การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทยต้องพิจารณา VAT ตามกฎหมายไทย
ปัจจุบันอัตราทั่วไปอยู่ที่ 7%
แต่ Import Duty กับ VAT เป็นคนละรายการ
แม้สินค้าบางพิกัดมี Duty 0% ก็ยังสามารถมี VAT ได้
อัตราและกฎหมายควรตรวจอีกครั้ง ณ วันที่นำเข้าจริง
ส่งออกจาก USA มาไทยต้องมี Export License ไหม?
ไม่ใช่สินค้าทุกชนิดที่ต้องใช้ Export License จากสหรัฐฯ
แต่ผู้ส่งออกใน USA ต้องตรวจ U.S. Export Control ตาม
- Product
- Classification
- Destination
- End User
- End Use
สินค้า Technology, Dual-use หรือสินค้าเฉพาะบางประเภทอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเพิ่มเติม
ดังนั้นไม่ควรใช้กฎว่า
“ของทั่วไปไม่ต้องมีเอกสารอะไรจากอเมริกา”
โดยไม่ตรวจ Product
EAR คืออะไร?
EAR หรือ Export Administration Regulations เป็นหนึ่งในระบบควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
สินค้าบางประเภทอาจมี
- ECCN
- License Requirement
ตาม Technology, Destination, End User และ End Use
ขณะที่สินค้าหลายประเภทสามารถอยู่ในกลุ่มที่ไม่มี Control Classification เฉพาะแบบเดียวกัน
หากเป็น
- Electronics
- Technology
- Machinery
- Technical Equipment
ควรให้ Supplier ฝั่ง USA ตรวจ Export Control Classification ก่อน Shipment
EEI / AES คืออะไร?
การส่งออกจากสหรัฐฯ บาง Shipment อาจต้องยื่น Electronic Export Information หรือ EEI ผ่านระบบ Automated Export System หรือ AES ตามเงื่อนไข
Requirement ขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น
- Commodity
- Value
- Export License
- Destination
จึงควรให้ U.S. Exporter หรือ Forwarder ตรวจ Filing Requirement ก่อนส่ง
ซื้อสินค้า EXW จาก USA ต้องระวังอะไร?
หากซื้อ EXW Buyer จะรับ Logistics Responsibility ตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น
ต้องจัดการหรือประสาน
- Pickup
- Export Process
- U.S. Export Compliance
- Main Freight
- Thailand Import Clearance
โดยเฉพาะ U.S. Export Documentation ควรตรวจว่า Supplier ยินดีให้ข้อมูลที่จำเป็นกับ Forwarder หรือไม่
บาง Supplier อาจเสนอ FCA แทน EXW เพื่อให้การส่งออกจัดการได้ง่ายกว่า
FOB USA ใช้กับ Air Freight ได้ไหม?
ไม่ควร
FOB ภายใต้ Incoterms ใช้สำหรับ Sea / Inland Waterway Transport
หากขนส่งจาก USA ทาง Air Freight ควรพิจารณา Term ที่เหมาะกับ Any Mode เช่น
- FCA
- CPT
- CIP
- DAP
ตาม Transaction
Freight จาก USA มาไทยคิดจากอะไร?
ขึ้นอยู่กับ Mode
Air
พิจารณา
- Actual Weight
- Volumetric Weight
- Chargeable Weight
- Dimension
- Route
Sea LCL
พิจารณา
- CBM / Weight
- Origin Charge
- Destination Charge
- Commodity
FCL
พิจารณา
- Container Type
- Route
- Equipment
- Local Charge
จึงไม่ควรเลือก Mode จาก Freight หนึ่งรายการโดยไม่ดู Total Logistics Cost
ส่งเครื่องจักรระหว่างไทย–USA ต้องเตรียมอะไร?
ควรมี
- Machine Name
- Function
- HS Code
- Dimension
- Gross Weight
- Photo
- Technical Drawing ตามกรณี
- Battery / Oil Information
- Wooden Packaging
- Lifting Point
หากเป็น Oversize ต้องตรวจ
- Aircraft
- Container
- Flat Rack
- Open Top
- Special Truck
ก่อน Packing Final
Internal Link แนะนำ: Oversize Cargo คืออะไร? ส่งเครื่องจักรและสินค้าขนาดใหญ่ไปต่างประเทศอย่างไร
ต้องทำ Cargo Insurance ไหม?
ไม่ใช่ทุก Shipment ที่จำเป็นต้องซื้อ Insurance ตามกฎหมาย แต่ควรพิจารณาตาม
- Cargo Value
- Fragility
- Route
- Mode
- Handling
โดยเฉพาะ USA Route ที่มีทั้ง International Transport และ Inland Transportation ระยะทางไกล
อย่าคิดว่า
Freight Charge = Cargo Insurance
เพราะ Carrier Liability กับ Cargo Insurance เป็นคนละเรื่อง
Internal Link แนะนำ: Cargo Insurance คืออะไร? ประกันสินค้าระหว่างประเทศคุ้มครองอะไรบ้าง
การส่งไป West Coast กับ East Coast ต่างกันอย่างไร?
สหรัฐฯ มีขนาดประเทศใหญ่มาก
การส่งไป
Los Angeles
กับ
New York
มี Route และ Inland Network แตกต่างกัน
Sea Freight สามารถใช้
- West Coast Port
- East Coast Port
- Gulf Coast Port
ตาม Shipment
จากนั้น Cargo อาจต่อด้วย
- Truck
- Rail
ไป Destination
จึงควรแจ้ง ZIP Code ตั้งแต่ตอน Quote เพื่อหา Routing ที่เหมาะสม
ZIP Code สำคัญอย่างไร?
ZIP Code ช่วยให้ตรวจ
- Delivery Area
- Distance
- Courier Service
- Remote / Extended Area
- Trucking Cost
- Local Agent
ได้แม่นยำ
การแจ้งเพียง
California
ยังไม่เพียงพอ
เพราะรัฐเดียวสามารถมีระยะทางระหว่างพื้นที่หลายร้อยกิโลเมตร
Customs Clearance USA ใครควรเตรียม?
Commercial Importer ควรมี Customs Broker หรือ Import Process ที่พร้อมก่อน Cargo ถึง
โดยเฉพาะ Sea Freight ไม่ควรรอจน Vessel Arrival แล้วค่อยหา Broker
ควรตรวจก่อน Departure ว่า
- IOR พร้อม
- Bond พร้อมตามกรณี
- Broker พร้อม
- Product Regulation พร้อม
- Documents พร้อม
เพื่อลดความเสี่ยง Storage และ Delay
Destination Charges ของ USA สำคัญอย่างไร?
สำคัญมากโดยเฉพาะ LCL
Quote Sea Freight อาจมี Ocean Freight ที่ดูต่ำ
แต่ปลายทางยังสามารถมี
- CFS
- Documentation
- Customs Broker
- Port-related Charge
- Delivery
- Storage
ตาม Shipment
ก่อน Confirm ควรถามว่า Quote เป็น
- Port to Port
- Door to Port
- Door to Door
และอะไร
Included / Excluded
ให้ชัด
Customs Hold คืออะไร?
Cargo สามารถถูก Hold เพื่อ
- Document Review
- Customs Inspection
- FDA Review
- USDA Review
- Other Government Agency Review
ตาม Product
การถูก Hold ไม่ได้หมายความว่าสินค้าผิดกฎหมายเสมอไป
แต่สามารถทำให้
- Lead Time เพิ่ม
- Inspection Cost เพิ่ม
- Storage เพิ่ม
ผู้ส่งจึงควรเตรียม Documentation ให้ชัดตั้งแต่ต้น
ส่งสินค้า Food หรือ Regulated Goods ควรทำอะไรก่อน Booking?
ควรใช้ลำดับ
ตรวจ Product
↓
ตรวจ HS / HTSUS
↓
ตรวจ Import Agency
↓
ตรวจ Registration / Permit
↓
Confirm Importer
↓
เตรียม Label / Document
↓
เลือก Freight
↓
Booking
ไม่ควรทำกลับกันโดย
Booking → ส่งสินค้า → ค่อยถามว่าต้องมี FDA ไหม
Checklist ส่งสินค้าจากไทยไป USA
ก่อน Booking ควรตรวจ
- Product Name
- Product Description
- HS Code / HTSUS
- Country of Origin
- Quantity
- Value
- Commercial Invoice
- Packing List
- Gross Weight
- Dimension
- Importer of Record
- U.S. Customs Broker
- Import Permit ตามกรณี
- FDA Requirement
- USDA Requirement
- Other Government Agency Requirement
- Country of Origin Marking
- Battery / Chemical / DG
- Wooden Packaging / ISPM 15
- Incoterms
- ZIP Code
- Cargo Ready Date
- Insurance
Checklist นำเข้าสินค้าจาก USA มาไทย
ควรตรวจ
- Product
- HS Code / AHTN
- Country of Origin
- Supplier
- U.S. Export Control
- EEI / AES Requirement ตามกรณี
- Commercial Invoice
- Packing List
- Freight Mode
- Customs Value
- Import Duty
- VAT
- FTA / Tariff Eligibility
- อย. ตามสินค้า
- มอก. ตามสินค้า
- Import Permit
- Battery / Chemical / DG
- Wooden Packaging
- Incoterms
- Delivery Location
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการนำเข้า–ส่งออก USA
- ใช้ข้อมูลเก่าว่าต่ำกว่า 800 USD ไม่เสียภาษีทุกกรณี
- คิดว่า USA มี VAT 10%
- ใช้ HS Code ไทยเป็น HTSUS โดยตรง
- ไม่ระบุ Country of Origin
- ส่งอาหารแล้วค่อยตรวจ FDA
- ไม่รู้ว่าใครเป็น Importer of Record
- เสนอ DDP โดยยังไม่มี Import Setup
- ใช้คำว่า Gift เพื่อเลี่ยง Regulation
- Declare Sample เป็น Value 0
- ไม่แจ้ง Battery
- ไม่แจ้ง Chemical
- ไม่ตรวจ Wooden Pallet
- คิดว่า Carrier รับสินค้า = Customs อนุมัติ
- เปรียบเทียบ Sea Freight จาก Ocean Freight อย่างเดียว
- ไม่แจ้ง ZIP Code
- ใช้ Transit Time เก่าเป็น Guaranteed Time
- ไม่ตรวจ Destination Charges
- ไม่เตรียม Customs Broker ก่อน Cargo Arrival
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำเข้า–ส่งออก USA (FAQ)
ส่งของจากไทยไปอเมริกามีช่องทางอะไรบ้าง?
หลัก ๆ สามารถใช้ Air Courier, Air Cargo และ Sea Freight ทั้ง LCL และ FCL โดยเลือกจากน้ำหนัก ขนาด Lead Time และต้นทุน
ส่งของไป USA ใช้เวลากี่วัน?
ไม่มี Transit Time เดียวสำหรับทุก Route ต้องดู Origin, Destination, Airline / Shipping Line, Schedule, Customs และ Inland Delivery ของ Shipment จริง
สินค้าต่ำกว่า 800 USD เข้า USA ไม่เสียภาษีจริงไหม?
ไม่ควรใช้เป็นกฎทั่วไปในปัจจุบัน เพราะนโยบาย Low-value Import ของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลง ต้องตรวจกฎที่มีผลใช้ในวันที่ Shipment เข้า USA
USA มี VAT กี่เปอร์เซ็นต์?
สหรัฐฯ ไม่มี Federal VAT แบบประเทศไทย มี Sales Tax ในระดับ State / Local ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับ Customs Duty
ส่งอาหารจากไทยไป USA ต้องมี FDA ไหม?
Commercial Food หลายประเภทมี FDA Requirement เช่น Registration, Prior Notice หรือ Requirement ของ Importer ตามกรณี ต้องตรวจจากสินค้าและ Transaction จริงก่อนส่ง
ส่งผลไม้ไปอเมริกาได้ไหม?
บางประเภทสามารถส่งได้เมื่อเข้า Requirement แต่ต้องตรวจ USDA / Plant Health Requirement, Origin, Permit และ Treatment ตาม Commodity
ส่ง Cosmetic ไป USA ได้ไหม?
สามารถส่งได้ตาม Product แต่ Commercial Import ต้องตรวจ FDA และข้อกำหนดภายใต้กฎหมายเครื่องสำอางที่เกี่ยวข้องก่อน
ส่ง Battery ไปอเมริกาได้ไหม?
บางประเภทส่งได้ แต่ต้องตรวจ Battery Classification, Capacity, Packaging และ Carrier Policy ก่อน Booking
FOB ใช้ส่ง Air Cargo ไป USA ได้ไหม?
ไม่ควรใช้ FOB กับ Air Freight เพราะ FOB เป็น Incoterms สำหรับ Sea / Inland Waterway Transport ควรเลือก Rule สำหรับ Any Mode ให้เหมาะกับ Transaction
นำเข้าสินค้าจาก USA มาไทยมี FTA ไหม?
ไม่ควรถือว่าสินค้าจาก USA มีสิทธิ Duty 0% โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจ HS Code และ Tariff ที่ใช้จริง เนื่องจากไทย–USA ไม่มี Bilateral FTA สำหรับสินค้าทั่วไปในลักษณะดังกล่าว
บริการนำเข้า–ส่งออก USA กับ CPL INTER
CPL INTER ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาผ่านรูปแบบ
- Air Courier
- Air Cargo
- Sea Freight LCL
- Sea Freight FCL
พร้อมบริการที่เกี่ยวข้องกับ
- Pickup
- Packing
- Warehousing
- Shipping Documents
- Customs Clearance
- Delivery
ตาม Service Scope ของ Shipment
หากต้องการขอราคานำเข้า–ส่งออก USA ควรเตรียมข้อมูล
- ชื่อสินค้าและรูปภาพ
- จำนวน Package
- Dimension หลัง Packing
- Gross Weight
- มูลค่าสินค้า
- HS Code หากมี
- Country of Origin
- ต้นทาง
- เมืองและ ZIP Code ปลายทาง
- Incoterms
- Cargo Ready Date
- Required Delivery Date
- Battery / Chemical / Food / Special Product ตามกรณี
เพื่อให้ทีม CPL INTER ช่วยประเมิน Route, Freight Mode และข้อมูลด้าน Logistics ที่เกี่ยวข้องก่อน Booking
กฎศุลกากร Tariff, Low-value Import, FDA, USDA และข้อกำหนดสินค้าของสหรัฐอเมริกาสามารถมีการเปลี่ยนแปลง จึงควรตรวจ Requirement ปัจจุบันกับ Importer, Customs Broker และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน Shipment จริงทุกครั้ง
โทร: 02-519-4426 / 091-519-4426
LINE: @cplinter
เขียนโดย: ฝ่ายปฏิบัติการโลจิสติกส์ CPL Inter ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากร ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี พร้อมการันตีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2015
บทความอื่น ๆ
- No Image
- No Image
- No Image